Deloitte APEC CEO Survey 2025 สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้นำ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

Published on

รายงานผลการสำรวจ ‘Bridging the Certainty Gap’ ของ CEO ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกครั้งแรกของดีลอยท์ ซึ่งจัดทำเพื่อสำรวจทัศนคติของผู้บริหารในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation: APEC) โดยตรวจสอบมุมมองของผู้นำทางธุรกิจเกี่ยวกับองค์กรของตนและเศรษฐกิจโลก ตลอดจนมุมมองเกี่ยวกับความเสี่ยง โอกาส กลยุทธ์ด้านเงินทุน ความยั่งยืน ภูมิรัฐศาสตร์ และอิทธิพลของเทคโนโลยีเกิดใหม่และ AI

การสำรวจได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากผู้นำธุรกิจอาวุโสใน APEC จำนวน 1,252 คน ครอบคลุม 18 เขตเศรษฐกิจ และกว่า 12 อุตสาหกรรม ตั้งแต่บริษัทข้ามชาติ องค์กรระดับภูมิภาค ไปจนถึงบริษัทเอกชนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ในจำนวนผู้นำที่ตอบแบบสอบถาม มีผู้นำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 270 คน

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้นำกำลังก้าวไปข้างหน้าด้วยความเชื่อมั่น โดยตระหนักถึงโอกาสภายในภูมิภาค APEC แต่มีทัศนคติเชิงลบเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง ผู้นำส่วนใหญ่ที่ได้รับการสำรวจ (ร้อยละ 75) มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มของบริษัทตนเอง สำหรับเศรษฐกิจ APEC นั้น ร้อยละ 66 มีมุมมองที่เป็นบวก แต่มีไม่ถึงครึ่ง (ร้อยละ 46) ที่แสดงความรู้สึกเช่นเดียวกันต่อเศรษฐกิจโลก

“ผู้นำองค์กรทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความมั่นใจในผลการดำเนินงานของบริษัทตนเอง และมองเห็นโอกาสที่เป็นรูปธรรมในความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก แต่ยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกกิจโลก เรามองว่านี่คือ ช่องว่างแห่งความแน่นอน ที่ผู้นำองค์กรต้องเติมเต็มด้วยวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ รวมทั้งเปลี่ยนความไม่แน่นอนนี้ให้เป็นโอกาส” ยูจีน โฮ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีลอยท์ เซาท์อีสต์เอเชีย กล่าว

“ผลสำรวจของเราแสดงให้เห็นว่า ผู้นำธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บริหารจัดการความเสี่ยงด้วยการกระจายความหลากหลายในห่วงโซ่อุปทาน และชะลอการลงทุนครั้งใหญ่ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ พวกเขาใช้เทคโนโลยีเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญในปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน ก็มุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมและความยั่งยืนในระยะยาว นอกเหนือจากความกังวลในระยะสั้น ผู้นำองค์กรกำลังบูรณาการ AI เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน และเตรียมความพร้อมสำหรับการรายงานความยั่งยืนและการเงินที่ยั่งยืนตามข้อกำหนด ความสามารถในการปรับตัวโดยมีเป้าหมายเช่นนี้ช่วยให้ธุรกิจในภูมิภาคเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากความร่วมมือภายในกลุ่ม APEC” ยูจีน กล่าวเสริม

การเติบโต: ปัจจัยขับเคลื่อน จุดเปลี่ยน และเส้นทาง

ผู้นำองค์กรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงให้ความสำคัญกับการเติบโต แต่กลยุทธ์ของพวกเขากำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่เน้นเพียงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปเน้นการขยายตัวด้วยนวัตกรรม และการสร้างโอกาสทางมูลค่าใหม่ข้ามพรมแดน นอกจากนั้น สภาพแวดล้อมที่มีความพลวัตและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วกำลังสร้างความต้องการใหม่ ๆ ต่อทั้งองค์กรและผู้นำ

แม้ว่าผู้นำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปัจจุบันจะระบุว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตอันดับหนึ่ง (ร้อยละ 45) แต่แนวโน้มดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไป ภายใน 3 ปีข้างหน้า ร้อยละ 47 ของผู้นำจะให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ใหม่และนวัตกรรม (เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 28 ในปัจจุบัน) นอกจากนี้ การขยายตัวทางภูมิศาสตร์ ก็กำลังเพิ่มแรงส่ง โดยผู้บริหารคาดว่า รายได้มากกว่าครึ่งหนึ่งจะมาจากเศรษฐกิจในกลุ่ม APEC ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 17 ในปัจจุบันเป็น ร้อยละ 35 ภายใน 3 ปี

การดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน: การสร้างความยืดหยุ่นในอนาคต

สำหรับผู้นำองค์กรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ห่วงโซ่อุปทานถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสามารถปรับตัว มีความคล่องตัว และเป็นส่วนสำคัญต่อกลยุทธ์การแข่งขัน

ในอีก 12 เดือนข้างหน้า ผู้นำองค์กรครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 50) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะขยายหรือกระจายความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทานของตน โดยบางส่วนกำลังสร้างความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์ผ่านศูนย์กลางระดับภูมิภาค ซัพพลายเออร์ทางเลือก และการมองเห็นประสิทธิภาพของซัพพลายเออร์และการไหลของโลจิสติกส์แบบดิจิตัล มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง ร้อยละ 12 เท่านั้นที่คาดว่าจะไม่มีผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของพวกเขา

แรงผลักดันด้านความยั่งยืน

ความยั่งยืนก็มีความสำคัญเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้นำเช่นกัน แม้ว่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีผู้นำเพียง ร้อยละ 21ที่คาดว่าจะเกิดความปั่นป่วนต่อกลยุทธ์ทางธุรกิจของตนภายใน 12 เดือนข้างหน้า แต่คาดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 40 ภายใน 3 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ ร้อยละ 69 ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าความยั่งยืนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกลยุทธ์ด้านเงินทุน ท่ามกลางความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของการเงินที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับภาพรวมของวิธีการและข้อค้นพบของรายงานทั่ว APEC โปรดดูที่ภาคผนวก

สามารถดูข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมจากการสำรวจ CEO ของ ดีลอยท์ เอเชียแปซิฟิก ปี 2025 ทั่ว APEC และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ที่: https://www.deloitte.com/global/en/issues/work/apec-ceo-survey.html

ดีลอยท์ เป็นพันธมิตรด้านความรู้สำหรับการประชุมสุดยอด APEC CEO Summit 2025 ทั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.deloitte.com/global/en/events/apec-ceo-summit-2025.html


ภาคผนวก: ภาพรวมผลการสำรวจ CEO ของ ดีลอยท์ เอเชียแปซิฟิก ปี 2568 ทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
ระเบียบวิธีวิจัย (
Methodology)

การสำรวจ CEO ของ ดีลอยท์ เอเชียแปซิฟิก ปี 2568 สะท้อนมุมมองของผู้นำองค์กร 1,252 คน ทั่วภูมิภาคความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเป็นตัวแทนของ 18 เขตเศรษฐกิจ และครอบคลุมกว่า 10 อุตสาหกรรมหลัก การสำรวจมุ่งเน้นไปที่ประเด็นที่สำคัญต่อ CEO และผู้นำองค์กร โดยผู้ตอบแบบสอบถามประกอบด้วย CEO และผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่งที่เทียบเท่ากัน (ผู้นำของบริษัทข้ามชาติและองค์กรระดับภูมิภาค) ซึ่งคิดเป็น ร้อยละ 43 ของผู้ตอบแบบสอบถาม และผู้บริหารระดับ C-suite อื่น ๆ

การทราบถึงบริบทของการสำรวจเป็นสิ่งสำคัญ การสำรวจนี้จัดทำขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งสะท้อนช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงตลาดทุนทั่วโลก และการเร่งนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ โดยปัจจัยเชิงบริบทเหล่านี้อาจมีอิทธิพลต่อคำตอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำตอบที่เกี่ยวกับทัศนคติในการลงทุน ต้นทุนทางการเงิน และความคาดหวังในความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน

ข้อค้นพบที่สำคัญ (APEC)

  • ภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเงินเฟ้อ และภัยคุกคามทางไซเบอร์ เป็นความเสี่ยงในการหยุดชะงักอันดับต้น ๆ ที่ผู้นำองค์กรทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเผชิญอยู่ในปีหน้า
  • ผู้นำองค์กรที่ได้รับการสำรวจ 7 ใน 10 คน มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มของบริษัทตน แม้ว่าจะมีไม่ถึงครึ่ง (ร้อยละ 45) ที่แสดงความรู้สึกเช่นเดียวกันต่อเศรษฐกิจโลก
  • ร้อยละ 42 ของผู้นำองค์กรระบุว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตหลักของตนในปัจจุบัน ทั้งนี้ ในอีก 3 ปีข้างหน้า นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่จะมีความสำคัญเป็นอันดับแรก
  • ร้อยละ 60 ของบริษัทในปัจจุบันได้นำ AI มาใช้จริงใน 2 ฟังก์ชันทางธุรกิจ หรือมากกว่านั้น โดยมีการนำมาใช้สูงสุดในด้านไอที/ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (ร้อยละ 42) และการขาย/การตลาด/การบริการลูกค้า (ร้อยละ 40)
  • ร้อยละ 52 ของผู้นำองค์กรในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มีแผนที่จะขยายหรือกระจายความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทานของตนภายในปีหน้า โดยผู้นำองค์กรหลายคนกำลังสร้างความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์ผ่านศูนย์กลางระดับภูมิภาค ซัพพลายเออร์ทางเลือก รวมถึงการกำกับดูแลประสิทธิภาพของซัพพลายเออร์และโลจิสติกส์แบบดิจิตัลที่ครอบคลุม
  • ผู้นำองค์กรมากกว่าครึ่ง (ร้อยละ 59) มุ่งมั่นที่จะเพิ่มการลงทุนด้านความยั่งยืนในปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 29 จากปีที่แล้ว โดย ร้อยละ 55 ยืนยันว่าความยั่งยืนมีบทบาทสำคัญในกลยุทธ์ด้านเงินทุน
  • ความต้องการในการควบรวมกิจการ (M&A) และการตัดสินใจด้านเงินทุนกำลังเพิ่มขึ้น: ร้อยละ 39 มีแผนที่จะดำเนินการเจรจาข้อตกลงอย่างจริงจังในปีหน้า ซึ่งเป็นแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 59 ในอีก 3 ปีข้างหน้า

Latest articles

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ชี้โครงสร้างพื้นฐาน AI โตไม่หยุด ดันเม็ดเงินสะพัดเพิ่ม 401 พันล้านดอลลาร์ หลังบริษัทเทคฯ เร่งวางรากฐานให้ AI

Gartner Says Worldwide AI Spending Will Total $2.5 Trillion in 2026

AI Infrastructure Drives AI Spending; Adds $401 Billion in Spending as Technology Providers Continue to Build Out AI Foundations

โบลท์ (Bolt) มอบส่วนลดสูงสุด 50% เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ระหว่างวันที่ 1-8 กุมภาพันธ์ 2026 ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร สามารถใช้ส่วนลดสำหรับบริการ มอเตอร์ไซค์ของ Bolt เพื่อเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้ง โบลท์ (Bolt) แพลตฟอร์มเรียกรถชั้นนำ เตรียมมอบส่วนลดโดยสารสำหรับบริการมอเตอร์ไซค์เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครสามารถเดินทางไปยังคูหาเลือกตั้งได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และประหยัดมากขึ้น ในวันเลือกตั้ง...

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ชวนชอป “D.I.Y. LOVE COLLECTION” รวมไอเดียของขวัญวาเลนไทน์

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก ชวนทุกคนส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านสินค้า “D.I.Y. LOVE COLLECTION รวมไอเดียของขวัญแทนใจ”(1) ในวันวาเลนไทน์ คัดสรรของขวัญและของตกแต่งจำนวน 38 รายการ ในราคาถูกคุ้มเสมอ

More like this