CHAO ประกาศความสำเร็จตลาดส่งออก หลังสินค้าใหม่ “ข้าวตังกุ้งหยองรสผัดไทย” ได้รับกระแสตอบรับถล่มทลายจากผู้บริโภคชาวจีน ดันยอดขายกลุ่มต่างประเทศในไตรมาส 3 พุ่งสูงถึง 19.7% พร้อมตอกย้ำทิศทางธุรกิจ ปี 2568 ด้วยกลยุทธ์ Aggressive New Product มั่นใจโค้งสุดท้ายไตรมาส 4 รับอานิสงส์ไฮซีซัน จากช่วงเทศกาลของขวัญและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวคึกคัก
ณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ CHAO ภายใต้แบรนด์ “เจ้าสัว” เปิดเผยว่า ภาพรวมความสำเร็จในไตรมาส 3/2568 ที่ผ่านมาว่า บริษัทฯ มียอดขายจากตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 19.7% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)
ปัจจัยสำคัญมาจากความสำเร็จของการบุกตลาดจีนด้วยสินค้าใหม่ “ข้าวตังกุ้งหยองรสผัดไทย” (Rice Cracker with Shrimp Floss and Pad Thai Sauce) ที่เริ่มวางจำหน่ายเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมียอดการซื้อซ้ำ (Repeat Purchase) ในอัตราที่สูง ผ่านการทำการตลาดออนไลน์ที่ตรงจุดบนแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Xiaohongshu, TikTok, IQiyi และ WeChat เป็นต้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเห็นสัญญาณบวกจากตลาดสหรัฐอเมริกาที่ยอดขายกลุ่ม Cereal Cracker กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง จากการขยายพื้นที่วางจำหน่ายที่ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงการขยายตลาดสู่ยุโรป
โดยล่าสุดได้ส่งออกสินค้าล็อตแรกไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์เรียบร้อยแล้ว และเดินหน้าขยายตลาดในสหราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้นำนวัตกรรม ‘Modern Thai Snack’ ไปจัดแสดงในงาน Anuga 2025 ที่เยอรมนี เพื่อเปิดประตูสู่ตลาดสากลให้กว้างขึ้น ซึ่งได้รับความสนใจจากคู่ค้าต่างประเทศอย่างมาก สะท้อนศักยภาพในการนำพาแบรนด์ขนมขบเคี้ยวรสชาติไทยไปสู่ระดับโลก
สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงท้ายปี 2568 ว่า บริษัทฯ จะขับเคลื่อนการเติบโตด้วยกลยุทธ์ Aggressive NPD (New Product Development) อย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าสัวได้วางจำหน่ายสินค้าใหม่รวมกว่า 30 SKUs ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาขนมขบเคี้ยวที่ดีต่อสุขภาพ (Better-for-you Snack) และรสชาติที่แปลกใหม่
นอกจากนี้ ตลาดในประเทศ บริษัทฯ เดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่ม B2B อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้จับมือกับ “แม็คโคร” (Makro) ในการพัฒนาสินค้าเบเกอรี่ใหม่อย่างขนมปังคัสตาร์ดไข่เค็มหน้าหมูหยอง ซึ่งเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์หมูหยองของเจ้าสัวเข้าสู่ตลาดเบเกอรี่ ช่วยขยายช่องทางจัดจำหน่ายและสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ความร่วมมือ (Collaboration) ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างแบรนด์ร่วมกัน (Co-Product & Co-Brand) กับพันธมิตร โดยมุ่งเน้นการเติบโตร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ แนวโน้มธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายปี 2568 บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตที่ดีต่อเนื่องจากไตรมาส 3 โดยได้รับปัจจัยบวกจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน (High Season) ของธุรกิจ และการท่องเที่ยวในประเทศที่คาดว่าจะกลับมาคึกคักจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมพร้อมที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ในไตรมาส 4 เพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง ควบคู่ไปกับการรุกตลาดต่างประเทศที่เข้มข้นขึ้น

“ทิศทางในไตรมาส 4 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดของปี เราเห็นสัญญาณบวกที่แข็งแกร่ง ทั้งจากกำลังซื้อในประเทศช่วงเทศกาล การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เมื่อประกอบกับแผนการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่เตรียมไว้ จะเป็นแรงส่งสำคัญให้ยอดขายในช่วงไฮซีซันนี้เติบโตตามเป้า” ณภัทร กล่าว

