สกพอ. เผยความคืบหน้า EECity งบลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน ปั้นเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ 1 ใน 10 ของโลก

Published on

สกพอ. เผยความคืบหน้า แผนพัฒนาศูนย์ธุรกิจ EEC และ EECity เฟส 1 ครอบคลุมพื้นที่ 40% ของโครงการ ผุดสำนักงาน สถานที่ราชการ ศูนย์การแพทย์ และที่อยู่อาศัย เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ Public Private Partnership ภายใต้กรอบวงเงินกว่า 7 หมื่นล้านบาท ก้าวสู่เมืองน่าอยู่อัจฉริยะ 1 ใน 10 ของโลกภายในปี 2580

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)เปิดเผยว่า โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ หรือ EEC Capital City: EECiti  ที่แผน ปฏิบัติการฯ ได้รับความเห็นชอบจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 ขณะนี้การดำเนินงานมีความคืบหน้าตามกรอบเวลาของแผนงานในระยะที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2570) พัฒนาพื้นที่ 5,795 ไร่  หรือประมาณ 40% ของพื้นที่โครงการทั้งสิ้น 14,619 ไร่ เพื่อพัฒนาย่านศูนย์กลางธุรกิจและสำนักงานภูมิภาค สถานที่ราชการ ศูนย์การแพทย์ และที่อยู่อาศัย โดยความคืบหน้าสำคัญของโครงการ คือการออกแบบแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดินและแบบเชิงแนวคิดของโครงการ และการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน หรือ PPP

โดยปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนของการออกแบบ Conceptual drawing และศึกษารายละเอียดความเป็นไปได้ทางการเงินและการลงทุน เพื่อเตรียมประกาศเชิญชวนลงทุน PPP โดยแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินและแบบเชิงแนวคิดของโครงการ EECiti ได้รับการออกแบบด้วยแนวคิด Smart – Green – Livable – Inclusive เป็นเมืองอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อยู่ได้จริงสำหรับทุกคน

รวมถึงจะเป็นประโยชน์สำหรับประชากรปัจจุบันที่อาศัยอยู่ที่ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SDGs รวมทั้งรับกับเทรนด์โลกและความต้องการของตลาด โดยแบ่งเป็น 6 โซนพื้นที่คลัสเตอร์ธุรกิจหลักภายในโครงการฯ ได้แก่

  1. ย่านศูนย์สำนักงานใหญ่ภูมิภาค ศูนย์ราชการสำคัญและศูนย์บริการทางการเงินแห่งอนาคต (CBD)
  2. ย่านศูนย์การแพทย์แม่นยำและการแพทย์เพื่ออนาคต
  3. ย่านศูนย์การศึกษา-วิจัยและพัฒนาระดับนานาชาติ
  4. ย่านศูนย์ธุรกิจ BCG
  5. ย่านศูนย์ธุรกิจบริการ เช่น การท่องเที่ยวและบริการ กีฬา สันทนาการ โลจิสติกส์
  6. ย่านที่อยู่อาศัยหลักสำหรับคนทุกกลุ่มรายได้ และ Mixed-use

ภายใต้แนวคิดการวางแผนเชิงพื้นที่เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน มีพื้นที่สีเขียวและพื้นที่เปิดโล่งรวมมากกว่า 30% ของพื้นที่โครงการฯ พร้อมทั้งสร้างพื้นที่นวัตกรรมบริการอัจฉริยะสำหรับทุกคน เช่น การมีพื้นที่สาธารณะส่วนกลาง เดินทางสะดวกเข้าถึงง่ายด้วยระบบขนส่งอัจฉริยะ ลดการใช้พลังงานและการออกแบบที่เน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเทียบเท่ามาตรฐานสากล เพื่อลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนให้เป็นศูนย์ รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ

ดร.จุฬา สุขมานพ

 “สำหรับระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคทุกระบบภายในโครงการ EECiti กำหนดให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือ Public Private Partnership: PPP ทั้งในรูปแบบการลงทุนแบบโครงการเดียว

หรือ Single Package หรือรูปแบบอื่นที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้บริการและประเทศ ประกอบด้วย 10 ระบบ ได้แก่ 1. ระบบไฟฟ้าและพลังงาน 2. ระบบน้ำประปา 3. ระบบจัดเก็บน้ำเสียและผลิตน้ำรีไซเคิล 4. ระบบบริหารจัดการน้ำ 5. ระบบจัดการขยะ 6. ระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบโทรคมนาคม 7. ระบบดับเพลิง ระบบเตือนภัยพิบัติและระบบป้องกันฟ้าผ่า 8. ระบบเครือข่ายถนนและระบบจราจรที่รองรับระบบขนส่งสาธารณะ 9. ระบบรางสาธารณูปโภครวม และ 10. พื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ส่วนกลาง

ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เพื่อพิจารณาเป็น PPP Project list

ทั้งนี้ คาดว่าภายในปีประมาณ 2569 จะสามารถเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคต่าง ๆ ในโครงการ EECiti รวมมูลค่าการลงทุนประมาณ 74,465 ล้านบาท โดย สกพอ. มีเป้าหมายให้เอกชนและรัฐวิสาหกิจเข้าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางภายในปีงบประมาณ 2570” ดร.จุฬา กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนและขับเคลื่อนโครงการที่สอดคล้องกับการดำเนินงานจริงของโครงการ EECiti ต่อไป นักลงทุนที่สนใจพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในธุรกิจหลักของโครงการสามารถส่งข้อเสนอ

การลงทุนประกอบกิจการในแต่ละโซนพื้นที่ที่สนใจให้แก่ สกพอ. ได้ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป โดยองค์กรเอกชน ทั้งในและต่างประเทศที่สนใจร่วมลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคทุกระบบภายใน

โครงการ EECiti ในรูปแบบ PPP สามารถติดตามข้อมูลความคืบหน้าเกี่ยวกับประกาศจาก สกพอ. ได้ที่ https://www.facebook.com/eecwecan และ https://www.linkedin.com/company/eecothailand/ โดย สกพอ.มีแผนเริ่มจัดกิจกรรมการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนเป็นการทั่วไป เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการ ของ PPP ในช่วงธันวาคม 2568 – มกราคม 2569

Latest articles

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

“SAPPE” ฉีกตลาด Water Plus ส่ง ‘B’lue’ นวัตกรรมน้ำใสกลิ่นไอศกรีม

SAPPE เจ้าตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลของไทย เดินหน้าสร้างความแปลกใหม่ให้กับตลาดเครื่องดื่ม เปิดตัวนวัตกรรม ‘เครื่องดื่มวิตามินน้ำใสกลิ่นไอศกรีมเจ้าแรกในประเทศไทย’ ดึงเสน่ห์ความอร่อยและความทรงจำสุดพิเศษของ ‘ไอศกรีม’ มาสร้างสรรค์มัดใจคนรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Y และ Gen Z ส่ง 2 รสชาติใหม่

หัวเว่ย ดิจิทัล พาวเวอร์ เปิดตัวโซลูชันพลังงานอัจฉริยะสำหรับที่อยู่อาศัย

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยกลุ่มธุรกิจ Huawei Digital Power ร่วมนำเสนอนวัตกรรมด้านพลังงานอัจฉริยะในงาน ASIA Sustainable Energy Week...

More like this