มะเร็งเต้านม ชนิด Triple Negative คืออะไร รักษาแตกต่างกันอย่างไร

Published on

มะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative หรือ TNBC (Triple-Negative Breast Cancer) คือ มะเร็งเต้านมชนิดไม่มีตัวรับทั้งสามชนิด ได้แก่ตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen Receptor หรือ ER) ตัวรับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone Receptor หรือ PR) และ ตัวรับเฮอร์ทู (HER-2 Receptor) สามารถทราบได้จากจากการเจาะชิ้นเนื้อมะเร็งเต้านม (biopsy) เพื่อตรวจหาตัวรับทั้ง 3 ชนิด โดยการย้อมพิเศษและไม่เจอตัวรับทั้ง 3 ชนิด

การเจาะชิ้นเนื้อ(biopsy) เพื่อเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อไปตรวจหาชนิดของมะเร็งเต้านม

ผลการตรวจชิ้นเนื้อและการย้อมพิเศษของตัวรับทั้งสามชนิด จะให้ข้อมูลสำคัญในการเลือกวิธีการรักษาสำหรับโรคมะเร็งเต้านม ดังนั้นผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทุกราย ควรได้รับการตรวจชิ้นเนื้อเพื่อหาชนิดของมะเร็งเต้านมก่อนเริ่มการรักษารวมถึงการผ่าตัดเนื่องจากมะเร็งเต้านม แต่ละชนิดมีวิธีการรักษา และการตอบสนองต่อการรักษาที่แตกต่างกันไป

  • ควรทำการปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับชนิดของมะเร็งเต้านมก่อนตัดสินใจทำการผ่าตัด
  • การทราบชนิดของมะเร็งเต้านมจะช่วยให้แพทย์ตัดสินใจวางแผนการรักษาที่เหมาะสมได้

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative พบได้บ่อยประมาณ 9-13%1 ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั้งหมด โดยมักพบในผู้หญิงอายุน้อยกว่า 40 ปี

การรักษามะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative

เนื่องจากมะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative ไม่มีทั้งตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจน (ER) โปรเจสเตอโรน (PR) และ ตัวรับเฮอร์ทู (HER-2) จึงไม่สามารถใช้ยาต้านฮอร์โมน และยาต้านเฮอร์ทูได้ การรักษามะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative ขึ้นอยู่กับระยะของโรค โดยจะพิจารณาจาก ขนาดของก้อนมะเร็ง การแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ และการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ

เมื่อทราบระยะของมะเร็งเต้านมแล้ว สามารถพิจารณาการรักษาได้ตามระยะของโรค ดังนี้

ระยะที่หนึ่ง คือ ระยะที่ก้อนมะเร็งที่เต้านมมีขนาดไม่เกินสองเซนติเมตร และตรวจไม่พบมะเร็งที่ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้การรักษาคือ จะใช้วิธีการผ่าตัดเต้านมและพิจารณาให้ยาเคมีบำบัดหลังผ่า

ระยะที่สอง ระยะที่สาม คือ ระยะที่ก้อนมะเร็งที่เต้านมมีขนาดเกินสองเซนติเมตร (ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง) หรือตรวจพบว่ามีการกระจายมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ การรักษาคือ การให้ยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัด

และอาจจะให้ยาภูมิคุ้มกันบำบัดก่อนการผ่าตัดร่วมด้วย และตามด้วยการผ่าตัดเต้านมรวมถึงต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ ในผู้ป่วยบางรายอาจจะพิจารณาให้ยาต่อหลังผ่าตัดด้วย

ระยะที่สี่ คือ ระยะที่มะเร็งมีการแพร่กระจายไปที่อวัยวะอื่น การรักษาจะให้ยาเคมีบำบัดเป็นหลัก แพทย์อาจให้การรักษาเสริมด้วยยาภูมิคุ้มกันบำบัด

ในกรณีที่ผู้ป่วยได้รับการตรวจชิ้นเนื้อแล้วพบว่ามีโปรตีนที่ชื่อว่า PD-L1 (Programmed death-ligand 1) ตั้งแต่ 10 คะแนนขึ้นไป

การให้ยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัด (Neoadjuvant chemotherapy)

สำหรับโรคมะเร็งเต้านมระยะต้น การให้ยาเคมีบำบัดก่อนผ่าตัดหรือหลังผ่าตัด มีประสิทธิภาพไม่แตกต่างกัน แต่การให้ยาเคมีบําบัดก่อนผ่าตัดในมะเร็งเต้านมชนิด triple negative ระยะที่สอง และระยะที่สาม มีข้อดีหลายอย่าง ได้แก่

  1. ช่วยให้การผ่าตัดทำได้ง่ายขึ้น การให้ยาเคมีบำบัดก่อนผ่าทำให้ก้อนมะเร็งเต้านมมีขนาดเล็กลง สามารถผ่าตัดแบบสงวนเต้านมได้ ทำให้ผู้ป่วยยังคงมีเต้านมหลังผ่าตัดได้ รวมถึงการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ การให้ยาเคมีบำบัด ก่อนจะทำให้ก้อนที่ต่อมน้ำเหลืองมีขนาดเล็กลง ลดการผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองออกทั้งหมด ความเสี่ยงที่จะแขนบวมหลังผ่าตัดจึงลดลง
  2. ช่วยประเมินผลการตอบสนองต่อยา การให้ยาเคมีบําบัดก่อนผ่าตัดในขณะที่ยังมีก้อนที่เต้านมอยู่ ทำให้ระหว่างที่ให้ยาเคมีบำบัด สามารถตรวจติดตามขนาดก้อนได้ว่า ระหว่างให้ยาก้อนเล็กลงไปแค่ไหน และมีการตรวจแมมโมแกรมเพิ่มเติม เพื่อประเมินการตอบสนองของโรคได้ เป็นการทดสอบว่าการรักษาที่ให้ไปได้ผลหรือไม่ ถ้าขนาดก้อนยังไม่เล็กลงหรือยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ก็อาจจะมีการปรับยา หรือวางแผนการรักษา ในขั้นตอนต่อไปหลังผ่าตัดได้ว่าจะมีการให้อะไรเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาให้ดีขึ้นได้ เปรียบเทียบกับการที่ผ่าตัดไปแล้ว และให้ยาเคมีบําบัดทีหลังจะไม่มีก้อนมะเร็งเหลือให้ติดตามการตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดได้
  3. ช่วยวางแผนการรักษาในขั้นตอนต่อไป แพทย์จะพิจารณาผลการตอบสนองต่อยาที่ให้ก่อนผ่าตัดเพื่อปรับแผนการรักษา เช่น หากให้ยาเคมีบําบัดแล้ว หลังการผ่าตัดมะเร็งเต้านม ถ้าไม่มีรอยโรคมะเร็งเต้านมเหลืออยู่เลย กลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้มีการพยากรณ์โรคที่ดีมาก แต่หากตรวจพบว่ายังมีรอยโรคมะเร็งเต้านมอยู่ แสดงว่าตอบสนองไม่ดีต่อการให้ยาเคมีบำบัดก่อนผ่า จะมีการให้ยาเพิ่มเติมหลังผ่าตัด เพื่อให้เพิ่มระยะเวลาการควบคุมโรคได้

สำหรับโรคมะเร็งเต้านมชนิด triple negative ระยะที่สอง ระยะที่สาม ที่มีการวางแผนให้ยาเคมีบําบัดก่อนผ่าตัด นอกเหนือจากยาเคมีบำบัดที่มีประสิทธิภาพดีแล้ว ยังมียาในกลุ่มภูมิคุ้มกันบำบัดที่ให้ร่วมกับยาเคมีบำบัด ซึ่งมีประโยชน์ในการเพิ่มอัตราการตอบสนองของตัวโรคมะเร็ง และระยะเวลาการกลับมาของตัวโรคมะเร็งได้ด้วย ทั้งนี้ต้องปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลเป็นหลัก เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายมีรายละเอียดของโรคที่แตกต่างกัน

ภูมิคุ้มกันบำบัดกับการรักษามะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative

กลไกการทำงานของยาภูมิคุ้มกันบำบัด

ภูมิคุ้มกันบำบัดเป็นการใช้ภูมิคุ้มกันของร่างกายในการกำจัดเซลล์มะเร็ง ในภาวะปกติสิ่งแปลกปลอมของร่างกาย เช่นเชื้อโรค จะถูกระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกำจัดแต่พบว่าเซลล์มะเร็งที่จัดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกายไม่ถูกกําจัดโดยภูมิคุ้มกันของร่างกาย

โดยที่การศึกษาพบว่าเซลล์มะเร็งขัดขวางการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายโดยตัวรับเช็คพอยต์ (immune checkpoint receptor) บนเซลล์มะเร็งจับกับตัวรับเช็คพอยต์บนเซลล์เม็ดเลือดขาว จะมีผลยับยั้งการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว และมีผลให้เซลล์มะเร็งไม่ถูกทำลาย เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยายับยั้งการทำงานที่อิมมูนเช็คพอยต์ (immune checkpoint inhibitors)ที่เป็นยาที่พัฒนาขึ้นใหม่ มีกลไกการทำงาน โดยยับยั้งกระบวนการที่เซลล์มะเร็งขัดขวางการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้เม็ดเลือดขาวกลับมาทำงานได้ปกติเละสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยาภูมิคุ้มกันบำบัดได้ที่ ภูมิคุ้มกันบำบัด – about Thai cancer

ข้อบ่งชี้ของยาภูมิคุ้มกันบำบัดในการรักษามะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative

ปัจจุบันยาภูมิคุ้มกันบำบัดมีข้อบ่งใช้ที่ได้รับอนุมัติจากองค์การอาหารและยา ให้ใช้รักษาได้ในมะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative ทั้งระยะต้นและระยะแพร่กระจาย ทั้งนี้หากท่านตรวจพบเป็นมะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative ควรปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม เพื่อวางแผนการรักษาร่วมกัน


บทความโดย พญ.ปิยวรรณ เทียนชัยอนันต์ อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลราชวิถี

Reference

1 Manzano, A. et al. Improving outcomes for women with triple-negative breast cancer in Asia-Pacific. The Swedish Institute for Health Economics (IHE). 2023.

https://ihe.se/app/uploads/2023/05/IHE-report-2023_3_.pdf Accessed July 19, 2024.

Latest articles

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ชี้โครงสร้างพื้นฐาน AI โตไม่หยุด ดันเม็ดเงินสะพัดเพิ่ม 401 พันล้านดอลลาร์ หลังบริษัทเทคฯ เร่งวางรากฐานให้ AI

Gartner Says Worldwide AI Spending Will Total $2.5 Trillion in 2026

AI Infrastructure Drives AI Spending; Adds $401 Billion in Spending as Technology Providers Continue to Build Out AI Foundations

โบลท์ (Bolt) มอบส่วนลดสูงสุด 50% เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ระหว่างวันที่ 1-8 กุมภาพันธ์ 2026 ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร สามารถใช้ส่วนลดสำหรับบริการ มอเตอร์ไซค์ของ Bolt เพื่อเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้ง โบลท์ (Bolt) แพลตฟอร์มเรียกรถชั้นนำ เตรียมมอบส่วนลดโดยสารสำหรับบริการมอเตอร์ไซค์เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครสามารถเดินทางไปยังคูหาเลือกตั้งได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และประหยัดมากขึ้น ในวันเลือกตั้ง...

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ชวนชอป “D.I.Y. LOVE COLLECTION” รวมไอเดียของขวัญวาเลนไทน์

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก ชวนทุกคนส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านสินค้า “D.I.Y. LOVE COLLECTION รวมไอเดียของขวัญแทนใจ”(1) ในวันวาเลนไทน์ คัดสรรของขวัญและของตกแต่งจำนวน 38 รายการ ในราคาถูกคุ้มเสมอ

More like this