5 พฤษภาคม: วันนักเขียน ความท้าทายในยุค AI กับข้อสงสัย แทนกันได้หรือไม่?

Published on

แทนกันได้ไหม? คำถามนี้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในยุคที่ AI ทำแทนในหลายบทบาทได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งการเขียน ที่สามารถใช้ความสามารถของ AI ในการค้นหาและรวบรวมข้อมูล ในโอกาสของ “วันนักเขียน” ซึ่งเป็นอีกอาชีพสร้างสรรค์หนึ่งที่ AI เริ่มตีเกราะล้อมวงเข้ามาแล้ว

ทุกวันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันที่ถูกจารึกไว้ในปฏิทินของประเทศไทยให้เป็น “วันนักเขียนไทย”  เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติของนักเขียน ผู้สร้างสรรค์ตัวอักษร ถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้ และแรงบันดาลใจผ่านงานเขียนหลากหลายรูปแบบ

วันนักเขียน เชิดชูผลงานสร้างสรรค์

ความเป็นมาของ “วันนักเขียน” ในประเทศไทย เริ่มต้นจากแนวคิดของ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย (เดิมชื่อสมาคมนักเขียนและศิลปินแห่งประเทศไทย) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2517 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างสรรค์งานเขียน รวมถึงการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของนักเขียน [อ้างอิง: สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย (สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์หรือเอกสารเผยแพร่ของสมาคม)].

ต่อมา สมาคมฯ ได้เสนอต่อรัฐบาลให้มีการกำหนดวันสำคัญเพื่อเป็นเกียรติแก่นักเขียน และในที่สุด คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2545 กำหนดให้วันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปี เป็น “วันนักเขียน” [อ้างอิง: ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 119 ตอนที่ 43 ง หน้า 1 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2545]. วันที่ 5 พฤษภาคมถูกเลือกเนื่องจากเป็นวันคล้ายวันประสูติของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ (หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ) ผู้ทรงเป็นนักปราชญ์ นักการทูต และนักเขียนที่มีผลงานทรงคุณค่ามากมายต่อวงการวรรณกรรมไทย

อาชีพนักเขียน หลากมิติแห่งจินตนาการ

อาชีพนักเขียนมีความหลากหลาย  สามารถแบ่งประเภทตามลักษณะงานเขียนและสื่อที่ใช้เผยแพร่ได้ดังนี้:

นักเขียนนวนิยาย/เรื่องสั้น: สร้างสรรค์เรื่องราวบันเทิง สะท้อนสังคม หรือให้ข้อคิดผ่านตัวละครและเหตุการณ์

นักเขียนบทความ/สารคดี: นำเสนอข้อมูล ความรู้ ข้อเท็จจริง หรือความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ

นักเขียนบทโทรทัศน์/ภาพยนตร์/ละครเวที: สร้างสรรค์บทสนทนาและเรื่องราวสำหรับการแสดงบนสื่อต่างๆ

นักเขียนคำโฆษณา/Copywriter: สร้างสรรค์ข้อความที่ดึงดูดและโน้มน้าวใจเพื่อส่งเสริมการขายสินค้าหรือบริการ

นักเขียนข่าว/นักข่าว: รวบรวมและนำเสนอข้อมูลเหตุการณ์ปัจจุบันอย่างถูกต้องและรวดเร็ว

นักเขียนเนื้อหาเว็บไซต์/Content Writer: สร้างสรรค์เนื้อหาที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์สำหรับเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ต่างๆ

นักเขียนตำรา/คู่มือ: เรียบเรียงเนื้อหาความรู้เฉพาะทางเพื่อการศึกษาหรือการปฏิบัติ

นักเขียนเพลง/Lyricist: ประพันธ์เนื้อเพลงเพื่อประกอบดนตรี

นักเขียนอิสระ/Freelance Writer: รับงานเขียนหลากหลายรูปแบบจากผู้ว่าจ้างต่างๆ

อาชีพนักเขียน ในยุคดิจิทัล

ในยุคดิจิทัล อาชีพนักเขียนกลับมามีความน่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลหลายประการ:

ความต้องการเนื้อหาที่เพิ่มขึ้น: อินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ทำให้เกิดความต้องการเนื้อหา (Content) ในรูปแบบต่างๆ อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นบทความ บล็อกโพสต์ สคริปต์วิดีโอ หรือเนื้อหาสำหรับแพลตฟอร์มต่างๆ

ช่องทางการเผยแพร่ที่หลากหลาย: นักเขียนมีช่องทางในการเผยแพร่ผลงานด้วยตนเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำบล็อกส่วนตัว การเขียนอีบุ๊ก หรือการเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ทำให้เข้าถึงผู้อ่านได้โดยตรง

โอกาสในการสร้างรายได้ที่หลากหลาย: นอกจากการรับค่าจ้างจากการเขียนแล้ว นักเขียนยังมีโอกาสสร้างรายได้จากการขายอีบุ๊ก การเข้าร่วมโครงการ Affiliate Marketing การสร้างคอร์สออนไลน์ หรือการเป็น Influencer

ความยืดหยุ่นในการทำงาน: อาชีพนักเขียนอิสระ (Freelance Writer) มอบความยืดหยุ่นในการเลือกเวลาและสถานที่ทำงาน ทำให้สามารถปรับสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงานได้

การสร้างผลกระทบและความหมาย: งานเขียนที่ดีสามารถสร้างแรงบันดาลใจ เปลี่ยนความคิด หรือให้ความรู้แก่ผู้อ่านได้ นักเขียนจึงมีโอกาสสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

ความท้าทายของนักเขียนในยุค AI  

การเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้สร้างทั้งโอกาสและความท้าทายให้กับอาชีพนักเขียน นักเขียนจำเป็นต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดและเติบโตในยุคนี้ โดยมีแนวทางดังนี้:

พัฒนาทักษะเฉพาะทาง: มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการเขียนในรูปแบบที่ AI ยังทำได้ไม่ดีเท่า เช่น การเขียนเชิงสร้างสรรค์ การสร้างเรื่องราวที่มีอารมณ์ความรู้สึก การวิเคราะห์เชิงลึก และการนำเสนอความคิดเห็นที่เป็นเอกลักษณ์

ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วย: เรียนรู้การใช้เครื่องมือ AI เพื่อช่วยในการค้นคว้าข้อมูล การตรวจสอบไวยากรณ์ หรือการสร้างโครงร่างบทความ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

สร้างความแตกต่างในงานเขียน: พัฒนาสไตล์การเขียนที่เป็นเอกลักษณ์ มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถสร้างความเชื่อมโยงกับผู้อ่านในระดับที่ลึกซึ้ง

เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ: พัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้อง เช่น การตลาดดิจิทัล การสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มต่างๆ หรือการสร้างแบรนด์ส่วนตัว

ทำงานร่วมกับ AI: มองหาโอกาสในการทำงานร่วมกับ AI ในการสร้างสรรค์เนื้อหาในรูปแบบใหม่ๆ เช่น การสร้างเนื้อหาแบบ Interactive หรือการปรับแต่งเนื้อหาให้เข้ากับความต้องการของแต่ละบุคคล

คำถามที่ต้องรอดูต่อไป AI ทดแทนนักเขียนได้หรือไม่

ในปัจจุบัน AI ยังไม่สามารถทดแทนอาชีพนักเขียนได้อย่างสมบูรณ์ แม้ว่า AI จะมีความสามารถในการสร้างข้อความหรือบทความได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่สำคัญดังนี้:

ขาดความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ: AI ทำงานตามข้อมูลและการเรียนรู้ที่มีอยู่ ไม่สามารถสร้างสรรค์เรื่องราวใหม่ๆ ที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์หรือแนวคิดที่แปลกใหม่ได้

ขาดความเข้าใจในบริบททางสังคมและวัฒนธรรม: การเขียนที่ดีมักต้องอาศัยความเข้าใจในบริบททางสังคม วัฒนธรรม และความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังขาด

ขาดความเป็นเอกลักษณ์และสไตล์ส่วนตัว: งานเขียนของมนุษย์มักมีสไตล์และน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นผลมาจากประสบการณ์ มุมมอง และบุคลิกภาพของผู้เขียน AI ยังไม่สามารถสร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้ได้

ขาดความสามารถในการสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์: งานเขียนที่ดีสามารถสร้างความรู้สึกร่วม ความเห็นอกเห็นใจ หรือแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังทำได้ไม่ดีเท่ามนุษย์

ข้อจำกัดด้านจริยธรรมและความรับผิดชอบ: การใช้ AI ในการสร้างเนื้อหาอาจนำไปสู่ปัญหาด้านลิขสิทธิ์ ความถูกต้องของข้อมูล และความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม AI จะเข้ามาเป็น เครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยนักเขียนในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ หัวใจสำคัญของการเขียนยังคงอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ ความเข้าใจในมนุษย์ และความสามารถในการถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าสนใจและมีความหมาย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนได้

เรื่องราวของนักเขียนในวันนี้

แม้ว่าจะไม่มีตัวเลขหรือสถิติที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับนักเขียนในประเทศไทยอย่างครอบคลุม แต่เราสามารถอ้างอิงข้อมูลจากต่างประเทศและแนวโน้มในปัจจุบันได้ดังนี้:

ตลาดหนังสือทั่วโลก: มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในรูปแบบดิจิทัล (อีบุ๊กและหนังสือเสียง) [อ้างอิง: Statista หรือรายงานอุตสาหกรรมหนังสือ]

จำนวนนักเขียนอิสระ (Freelance Writers): มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก เนื่องจากความต้องการเนื้อหาออนไลน์ที่สูงขึ้นและความยืดหยุ่นในการทำงาน [อ้างอิง: รายงานเกี่ยวกับตลาด Freelance Platforms]

รายได้ของนักเขียน: มีความหลากหลายขึ้นอยู่กับประเภทงานเขียน ประสบการณ์ และช่องทางการเผยแพร่ บางส่วนอาจมีรายได้สูงจากการขายหนังสือหรือบทความ ในขณะที่บางส่วนอาจมีรายได้เสริมจากการเขียน

ผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน: มีการคาดการณ์ว่า AI จะมีผลกระทบต่ออาชีพต่างๆ รวมถึงอาชีพนักเขียน แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสใหม่ๆ ในการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI [อ้างอิง: รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในยุค AI]

หากกล่าวโดยสรุป ในปัจจุบัน ความสามารถของ AI เป็นเสมือนหนึ่งเครื่องมือของนักเขียนหรือคนทำงานด้านคอนเทนต์  ในด้านการค้นหาและรวบรวมเนื้อหาเบื้องต้น ก่อนที่ผู้เขียนจะนำมาร้อยเรียงและสร้างสรรค์ให้เป็นผลงานที่เป็นเอกลักษณ์ เพราะไม่ว่าอย่างไร AI ยังคงเป็นเพียงแหล่งของการประมวลข้อมูล จาก DATA ขนาดใหญ่ที่สมองมนุษย์ไม่อาจบรรจุไว้ได้ทั้งหมด

สิ่งที่ทุกคนรู้ดีคือ​ “ปัญญาประดิษฐ์” เป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาอยู่เสมอ แม้วันนี้ยังไม่อาจเทียบได้กับ “ปัญญามนุษย์” แต่เชื่อว่าการพัฒนาจะทำให้  AI มีความสามารถที่ตอบโจทย์ได้กว้างและลึกขึ้นจึงเป็นประเด็นที่น่าจับตา หาก AI พัฒนาไปได้ไกลกว่านี้ คำตอบของวันนี้อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้

 

 

Latest articles

โตชิบา – แอร์บัส โชว์พลังงานไฮโดรเจนมอเตอร์ตัวนำยิ่งยวด ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินยั่งยืน  

เครื่องบินที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนจะเป็นตัวพลิกโฉมรูปแบบการเดินทาง โดยแทนที่เชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยโซลูชันพลังงานสะอาด ไฮโดรเจนสามารถให้พลังงานแก่เครื่องบินได้สองวิธี

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ส่ง “D.I.Y. LOVE COLLECTION” รวมไอเดียของขวัญวาเลนไทน์

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก ชวนทุกคนส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านสินค้า “D.I.Y. LOVE COLLECTION รวมไอเดียของขวัญแทนใจ” ในวันวาเลนไทน์

Booking.com เผย ‘ยุคทองของทุกคน’ เทรนด์การเดินทางปี 2569

แบบสำรวจการคาดการณ์เทรนด์การเดินทางฉบับครบรอบ 10 ปีโดย Booking.com เปิดเผยว่า ในปี 2569 ผู้เดินทางจะเลือกการเดินทางที่คำนึงถึงความเป็นตัวของตัวเองเป็นหลักอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

The Show Must Go On  เรื่องเล่าผ่านเลนส์ของ ‘สมัชชา อภัยสุวรรณ’ ใน BKKDW 2026 

นิทรรศการภาพถ่ายชุด The Show Must Go On โดย สมัชชา อภัยสุวรรณ นำเสนอเรื่องราวของย่านชุมชนชาวจีน ผ่านการจัดแสดงในรูปแบบ Photo Bomb โดยไม่รบกวนจังหวะเดิมของสถานที่ เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ 2569

More like this