ปวดหลังเรื้อรัง เสี่ยงโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

Published on

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เกิดจากหลายสาเหตุแต่สาเหตุหลักมาจากความเสื่อมของหมอนรองกระดูก ที่ผ่านการใช้งานแบบผิดๆ มาเป็นระยะเวลานาน ซ้ำๆ กัน เช่น การยกของหนัก การทำกิจกรรมที่ต้องก้มเงยหลังเป็นประจำ หรือ แม้แต่ความเสื่อมตามอายุของเรา จนทำให้เกิดจากการฉีกขาดของเส้นใยของหมอนรองกระดูกสันหลัง และจะค่อยๆ ดันตัวและปลิ้นออกมาจนไปกดเบียดเส้นประสาทที่อยู่ด้านหลัง

ในอดีตโรคนี้จะพบในผู้สูงอายุ แต่ในปัจจุบันกลับพบมากขึ้นในวัยทำงาน โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศที่นั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน โรคนี้ถือเป็นภัยคุกคามและสร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมากเพราะเมื่อกระดูกสันหลังเกิดการทรุดตัว หรือ หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาจนไปเบียดทับเส้นประสาท ก็จะเกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง มีความรู้สึกชา บริเวณขา น่อง และเท้า คล้ายเหน็บชา หรือ ตะคริวถี่ ๆ บางครั้งเป็นจนไม่สามารถเดินต่อได้ บางรายอันตรายถึงขั้นกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง บางคนก็ควบคุมการขับถ่าย อุจจาระ ปัสสาวะได้ลำบากขึ้น

ก่อนหน้านี้กรมควบคุมโรค เคยออกมาเตือนว่าโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท หากมีอาการปวดหลังมากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป ควรรีบพบแพทย์ เพราะหากรักษาผิดวิธีอาจทำให้พิการได้  สังเกตได้จาก หากพบว่ามีอาการ คือ ปวดหลัง เป็นๆ หายๆ เป็นเวลานานมากกว่า 2 สัปดาห์ ขึ้นไป ปวดขาตั้งแต่บริเวณสะโพกร้าวไปบริเวณน่อง เท้า ซึ่งจะปวดมากเวลาเดิน ต้องหยุดเดินเป็นระยะ ๆ อาการปวดหลังร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง ถ้าทิ้งไว้นานเส้นประสาทจะทำงานได้น้อยลง กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง เดินและควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ อาจถึงขั้นเป็นอัมพฤกษ์ หรืออัมพาต

ดังนั้น เมื่อมีอาการปวดหลังร้าวลงขา ควรพบแพทย์เฉพาะทาง ห้ามรักษาด้วยวิธีที่ไม่มีผลวิจัยทางการแพทย์ยืนยัน เพราะอาจทำให้เกิดภาวะเรื้อรัง สำหรับในประเทศไทยเรามีโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังที่ครบครันทั้งบุคลากรทางการแพทย์และเครื่องมือ นั่นคือ โรงพยาบาลเอสสไปน์ ที่นี่ถือเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังแห่งแรกในประเทศไทย

ปัจจุบันโรงพยาบาลเอส สไปน์  ใช้การรักษาแบบ Minimally Invasive Spine Surgery หรือ MIS Spine แบบครบวงจร เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังและกลัวการผ่าตัด ทำให้การผ่าตัดแผลใหญ่กลายเป็นแผลเล็ก และได้ผลการรักษาที่เท่ากัน ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย ความเจ็บปวดหลังการรักษาลดลง จากเดิมที่ผู้ป่วยเคยนอนโรงพยาบาลประมาณ 2-3 สัปดาห์ หรือ บางรายอาจต้องนอนนาน 1-2 เดือน แต่เมื่อมารักษาด้วยวิธี MIS Spine จะทำให้ผู้ป่วยนอนที่โรงพยาบาลเพียง 1 คืน เท่านั้น

หากมองย้อนเวลากลับไปในยุคที่เครื่องมือที่ใช้ในการผ่าตัดยังไม่ถูกพัฒนาเหมือนในปัจจุบัน การรักษาโรคที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลังแต่ละครั้งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก เนื่องจากยังไม่มีเครื่องเอกซเรย์ ไม่มีกล้องผ่าตัดที่มีกำลังขยายสูง ไม่มีไฟที่ใช้ส่องในการผ่าตัดที่เหมาะสม และศัลยแพทย์ที่ถูกฝึกฝนมาเฉพาะทางยังมีไม่มาก จึงเป็นสาเหตุที่แพทย์จำเป็นต้องเปิดแผลตามขนาดของจำนวนข้อกระดูกสันหลังที่มีปัญหา ทำให้เกิดผลข้างเคียงขณะทำการผ่าตัดและหลังทำการผ่าตัด เช่น ผู้ป่วยเสียชีวิตขณะทำการผ่าตัดเนื่องจากเสียเลือดมาก ,ปวดแผลรุนแรงหลังการผ่าตัด ,เกิดโรคแทรกซ้อนระหว่างและหลังการผ่าตัด

สิ่งที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นเหตุทำให้ผู้ป่วยหรือญาติรู้สึกกลัวที่จะรักษาโรคที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลัง แต่ในปัจจุบันวิวัฒนาการของเทคโนโลยีการผ่าตัดกระดูกสันหลังได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเทคนิคการผ่าตัดที่มุ่งเน้นไปยังรอยโรคของผู้ป่วย ทำให้การเสียเลือด การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และการบาดเจ็บหลังการผ่าตัดน้อยกว่าแบบเดิมหลายเท่า อีกทั้งระยะในการนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลก็สั้นกว่า ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมได้เร็วขึ้น

และสำหรับใครที่มีปัญหากลัวที่แคบ ส่งผลให้การค้นหาสาเหตุของโรคที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลังเป็นไปได้ยาก ตอนนี้ที่โรงพยาบาลเอส สไปน์  ตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ด้วยเครื่อง MRI แบบยืน โดยที่โรงพยาบาลเอส  สไปน ถือเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่มีเครื่อง MRI แบบยืน

สำหรับข้อดีของ MRI แบบยืนนั้น สามารถปรับความชันของระดับเตียงให้อยู่ในรูปแบบท่านั่ง ท่ายืน ท่านอน ท่ากึ่งนั่งกึ่งยืน ท่าก้มหรือท่าแอ่นหลังได้ เพื่อให้เห็นลักษณะการเคลื่อนของกระดูกได้อย่างชัดเจนมากขึ้น และใช้ระยะเวลาในการตรวจสั้น ทำให้แพทย์มองเห็นการกดทับหรือความเสื่อมของหมอนรองกระดูกได้อย่างชัดเจนมากขึ้น และยังสามารถสแกนกระดูกสันหลังเป็นภาพ 3 มิติ (3D) เพื่อวัดระยะต่างๆ ที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลังในตำแหน่งที่สำคัญๆ ได้อย่างละเอียดและแม่นยำ

สำหรับโรงพยาบาลเอส สไปน์ ถือเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังแห่งเดียวและแห่งแรกในประเทศไทย ที่มีจุดแข็งที่เด่นชัด คือ การมีทีมแพทย์และพยาบาลเฉพาะทาง โรคปวดหลังที่เกิดจากกระดูกสันหลังและระบบประสาทโดยเฉพาะ ทำให้รู้ลึก รู้จริง สามารถรักษาได้อย่างตรงจุด ประกอบกับการนำเอานวัตกรรมสมัยใหม่จากทั่วโลกเข้ามาช่วยในการรักษา ตอบโจทย์ผู้ป่วยที่มีเวลาน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว ไม่ทรมานเหมาะกับผู้ป่วยที่กลัวการผ่าตัด  โดยได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโรคกระดูกสันหลังมากกว่า 100,000 ราย ภายในระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา

และในปี  2568 นี้ โรงพยาบาลเอส สไปน์ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาไปอีกขั้น ด้วยการเปิดโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ ที่มีความพร้อม ครอบคลุมการรักษาที่มากขึ้น ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการฟื้นฟูสุขภาพในประเทศไทย

โรงพยาบาลเอส สไปน์ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง ปรึกษา โทร.02 034 0808

Latest articles

DE Fund จัด “คลินิกกองทุน” ปิดท้ายที่อุดรธานี หนุนทุกภาคส่วนเข้าถึงทุนดิจิทัล

กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE Fund) จัดกิจกรรม “DE Fund Clinic” หรือ “คลินิกกองทุน” เปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้แนวทางการขอรับทุน พร้อมรับคำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

ส.วิศวกรโครงสร้างฯ แจง 4 ประเด็น เหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา ระบุอาคารสูงเมืองกรุงอาจรู้สึกได้

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 5.3 ที่ชายฝั่งตอนใต้ของประเทศเมียนมา ใกล้เมืองย่างกุ้ง จนส่งผลกระทบถึง กทม. นั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่าลักษณะการเกิดแผ่นดินไหวดังกล่าว เป็น 4 ประเด็น

ปิดผมขาวเนียนสนิท เพียง 7 นาที ด้วยครีมเปลี่ยนสีผมจากญี่ปุ่น

ผมสวย ดูดีเป็นธรรมชาติ ด้วย PAON SEVEN-EIGHT HAIR COLOR (พาออน เซเว่น-เอท แฮร์ คัลเลอร์)  ครีมเปลี่ยนสีผมสำหรับปิดผมขาว เทคโนโลยีจากญี่ปุ่น ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป มอบสีผมสวยดูเป็นธรรมชาติ ติดทนนาน สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตนเองภายในเวลาเพียง 7-8 นาที

 บ้านปู เปิดรับสมัคร! BC4C ปีที่ 15 “พลังดี ไม่มีดรอป” ชิงเงินทุนกว่าสามแสนบาท

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานที่หลากหลาย ร่วมกับ สถาบัน Change Fusion เปิดรับสมัครผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) รุ่นใหม่เข้าร่วมโครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม”

More like this