ก้มยกของหนักผิดท่า เสี่ยงหมอนรองกระดูกปลิ้นไม่รู้ตัว

Published on

ยกของหนักผิดท่า เสี่ยงหมอนรองกระดูกปลิ้นไม่รู้ตัว เร่งปรับพฤติกรรมก่อนสายเกินแก้กระดูกสันหลังเปรียบเสมือนแกนหลักของร่างกายที่คอยรับน้ำหนักตัวเรา และค้ำจุนการเคลื่อนไหว โดยปกติกระดูกสันหลังจะเสื่อมตามอายุ แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ยกของหนัก นั่งผิดท่า นั่งนาน ส่งผลให้กระดูกสันหลังเสื่อมก่อนวัยได้

นพ.วิศิษฐ์ แซ่ล้อ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส สไปน์ เผยว่า ปัจจุบันพบว่า 1 ในสาเหตที่ทำให้มีผู้ป่วยโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน ก็คือการก้มตัวไปหยิบของ หรือก้มแล้วยกของที่หนักในลักษณะท่าทางที่ผิด เพราะในคนที่ทำอยู่ซ้ำๆ เป็นประจำอาจมีความเสี่ยงที่เปลือกหุ้มหมอนรองกระดูกแตกทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนออกมากดทับเส้นประสาทได้

ขณะที่ท่ายกของหนักที่ถูกต้องให้เปรียบเทียบจากนักยกน้ำหนักในกีฬาที่เราเห็นกันทั่วๆ ไป หลักการของนักยกน้ำหนักที่ถูกต้องคือหลังตรง ใช้การย่อของข้อเข่าและสะโพกลงไป แล้วก็ยกน้ำหนักให้หลังตรง แต่ในทางกลับกันท่าการยกน้ำหนักไม่ใช่ท่าที่เราคุ้นเคยที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เราก็มักจะใช้การก้มหลังลงไป ซึ่งจังหวะนั้นเองที่จะทำให้เกิดแรงดันต่อหมอนรองกระดูกด้านหลัง และในอนาคตอาจส่งผลให้หมอนรองกระดูกที่อยู่ภายในเคลื่อนออกมากดทับเส้นประสาทได้

อย่างไรก็ตามสามารถเช็กความเสี่ยงจากอาการปวดหลังของตัวเองได้ เช่นกรณีที่ 1 ถ้าก้มและรู้สึกตึงหลัง แต่ยังไม่ร้าวลงขากรณีนี้อาจเป็นเรื่องของกล้ามเนื้อได้ แต่กรณีที่ 2 หากไปยกของหนักแล้วมีอาการร้าวลงขาอันนี้ใกล้เคียงกับปัญหาที่เกิดจากการกดทับเส้นประสาทที่ไม่เหมือนกับกรณีแรก นี่อาจเป็นสัญญาณของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้ กรณีนี้ควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัย

โดยทั่วไป แพทย์มักจะเริ่มต้นด้วยการตรวจ X-ray เพื่อดูโครงสร้างกระดูกสันหลังและตรวจหาความผิดปกติเบื้องต้น เช่น กระดูกแตกหัก หรือกระดูกเสื่อม อย่างไรก็ตาม หากอาการปวดหลังของคุณมีอาการปวดร้าวลงขา มีอาการชาหรืออ่อนแรง สงสัยว่ามีปัญหาเกี่ยวกับหมอนรองกระดูกเส้นประสาท แพทย์อาจพิจารณาให้ทำ MRI เพิ่มเติม จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น เนื่องจาก X-ray ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างกระดูก MRI ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อเยื่อและระบบประสาท การใช้ข้อมูลจากทั้งสองวิธีร่วมกัน ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

อย่างที่โรงพยาบาลเอส สไปน์ เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงในการอ่านและแปลผล X-ray และ MRI นอกจากนี้ เรายังมีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำสูง

การรักษาปัจจุบัน โรงพยาบาลเอส สไปน์ ได้นำเทคโนโลยีการผ่าตัดที่ทันสมัยมาใช้ในการรักษาโรคกระดูกสันหลัง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการบาดเจ็บหลังการรักษาแล้ว ยังช่วยลดระยะเวลาการพักฟื้นในโรงพยาบาลอีกด้วย อย่างไรก็ตามหากไม่อยากเดินทางไปถึงจุดที่ต้องผ่าตัด แนะให้ปรับพฤติกรรม เช่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการควบคุมน้ำหนักตัว ก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะมันจะชะลอความเสื่อมได้ และควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรก้มยกในท่าที่ถูกต้อง

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this