เดลต้า จับมือดีพร้อม เสริมแกร่งสตาร์ทอัพไทย ภายใต้โครงการ DIPROM x DELTA Angel Fund

Published on

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ จับมือ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นผลักดันการเติบโตของสตาร์ทอัพไทยผ่านโครงการ DIPROM x DELTA Angel Fund ครั้งที่ 9 โดยความร่วมมือดังกล่าว ครอบคลุมตั้งแต่การมอบเงินทุน รวมไปถึงการสนับสนุนในด้านอื่น ๆ แก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อเกื้อหนุนให้ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดไอเดียด้านนวัตกรรมและร่วมมือกันในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

นับตั้งแต่เปิดตัว โครงการ DIPROM x DELTA Angel Fund ในปี 2559 ได้มีการเสริมศักยภาพให้กับสตาร์ทอัพกว่า 207 ราย ด้วยการมอบทุนสนับสนุน การให้คำปรึกษา และการเปิดโอกาสในการเข้าถึงเน็ตเวิร์คของอุตสาหกรรมนั้น ๆ โดยเดลต้าได้สนับสนุนเงินทุนมากกว่า 33.16 ล้านบาท และช่วยสร้างงาน 927 ตำแหน่ง ซึ่งโครงการดังกล่าวมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการนำนวัตกรรมต่าง ๆ เข้าสู่ตลาดเชิงพานิชย์ได้อย่างชัดเจน สำหรับปีนี้ มีทีมที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน 10 ทีม ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนรวม 5,000,000 บาท โดยแต่ละทีมได้นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาผ่านการใช้นวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องไปกับแก่นโครงการในปีนี้ นั้นคือมุ่งเน้นการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย

นายวิคเตอร์ เจิ้ง ประธานกรรมการบริหารบริษัท เดลต้า ประเทศไทย กล่าวว่า “ที่เดลต้า ความมุ่งมั่นของเราในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเปรียบเสมือนแก่นหลักสำคัญในทุก ๆ กระบวนการดำเนินงานของเรา โครงการ Angel Fund นั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นแค่การสนับสนุนทางการเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำหรับการบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์และการส่งมอบเครื่องมือที่จำเป็นให้กับสตาร์ทอัพเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ เนื่องจากเดลต้าให้ความสำคัญด้านนวัตกรรมส่งผลให้เดลต้าไม่ได้เพียงมุ่งหวังเพียงแค่สนับสนุนผู้ประกอบการภายในโครงการเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเข้ามามีส่วนร่วมช่วยผลักดันประเทศไทยสู่ความเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีระดับโลกอีกด้วย”

โดยในปีนี้มีนวัตกรรมที่โดดเด่น ดังนี้
1. อากาศยานไร้คนขับขึ้นลงแนวดิ่งประสิทธิภาพสูง จากทีม iCreativeSystems
2. อุปกรณ์ช่วยพลิกตัวอัตโนมัติเพื่อป้องกันแผลกดทับ จากทีม Side2sideR
3. อนุสรณ์ออนไลน์ จากทีม SHARESOULS
4. อุปกรณ์ AI Audiologist สำหรับการคัดกรองและวิเคราะห์การได้ยิน จากทีม EarEssence
5. แพลตฟอร์มไมโครอาเรย์สำหรับการนำส่งยา จากทีม E.C.NEXT.CO., LTD
6. วัสดุดูดซับและห้ามเลือดรูปแบบฟองน้ำจากพอลิเมอร์ธรรมชาติ จากทีม UltiMat
7. โซลูชันน้ำพลาสมา จากทีม Plasma Innovations
8. นมโทกิ 100% แคลเซียมแม็กซ์ (ไม่มีโซเดียม) จากทีม CSK Deluxe Garment
9. ระบบกักเก็บพลังงาน (C-BESS) จากทีม PJJ Solutions
10. เชื้อบริสุทธิ์สำหรับการเพาะเห็ด จากทีม So Mush

โดยนวัตกรรมข้างต้นนั้น พร้อมเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ โดยคาดการณ์การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท

หนึ่งในโปรเจคที่โดดเด่นของปีนี้มาจากทีม iCreativeSystems ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศจากโซลูชันอากาศยานไร้คนขับที่สามารถนำทางระยะไกล ผ่านสถานีควบคุมแบบพกพาได้ นวัตกรรมนี้เป็นแบบอย่างแก่นสารของโครงการ Angel Fund ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นโปรเจคที่นำความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีขั้นสูงรวมเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาโซลูชันที่สามารถขยายขนาดได้ เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการสำรวจทางอากาศที่มีความท้าทายสูง เช่น การส่งของ การถ่ายภาพ และการเก็บข้อมูล ซึ่งรวมถึงการส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปยังพื้นที่ห่างไกลและการสำรวจเพื่อป้องกันการบุกรุกที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาต ด้วยคุณสมบัติที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของอากาศยานไร้คนขับได้อย่างครอบคลุม ส่งผลให้โปรเจคดังกล่าวสามารถนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม

นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าว “DIPROM มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนสตาร์ทอัพที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งความร่วมมือระหว่าง DIPROM และบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ได้เดินทางมาสู่ปีที่ 9 แล้ว และเรายังคงมีความมุ่งมั่น ส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่ในประเทศไทยด้วยการเข้าถึงของแหล่งเงินทุน การบ่มเพาะธุรกิจ และโอกาสทางการค้า สำหรับปีนี้ เรามุ่งเน้นเป็นพิเศษในอุตสาหกรรมภายในกลุ่ม S-Curve และ New S-Curve ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในระดับโลกต่อไป”

เดลต้า ประเทศไทย ยังคงขับเคลื่อนกลยุทธ์ที่เน้นนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ Angel Fund ยังคงเป็นเสาหลักสำคัญในวิสัยทัศน์ของบริษัทในด้านการสนับสนุน ecosystem ของสตาร์ทอัพในประเทศไทย ซึ่ง
ปฏิเสธไม่ได้ว่า เดลต้าเข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสนับสนุนโครงการ DIPROM x DELTA Angel Fund สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.diprom.go.th

Latest articles

การท่องเที่ยวมาเก๊ารุกตลาดไทยเต็มรูปแบบ

สำนักงานการท่องเที่ยวรัฐบาลมาเก๊า (MGTO) เดินหน้ารุกตลาดนักท่องเที่ยวไทยเต็มรูปแบบ จัดงาน “Macao Tourism Product Updates Seminar & Travel Mart” พร้อมขยายโรดโชว์สู่เชียงใหม่และภูเก็ตเป็นครั้งแรก สะท้อนกลยุทธ์การทำตลาดเชิงรุกที่มุ่งขยายฐานพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวและเข้าถึงนักเดินทางไทยในหลากหลายภูมิภาค...

“เฉินหลง” ร่วม Trip.com Group โปรโมตกุ้ยหลินสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก

“เฉินหลง” นักแสดงระดับตำนานและแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้านการท่องเที่ยวจีนของ Trip.com Group ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองกุ้ยหลินสู่สายตานักเดินทางทั่วโลก ความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อกุ้ยหลินสะท้อนผ่านข้อมูลการท่องเที่ยวล่าสุด โดยในไตรมาสแรกของปี 2569 ยอดจองตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศไปยังกุ้ยหลินเติบโตถึง 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้เมืองแห่งนี้ติดอันดับจุดหมายปลายทางที่เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ

finbiz by ttb แนะ 3 แนวทาง SME เพิ่มสภาพคล่อง ใช้สินเชื่ออย่างฉลาด หนุนธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวนและต้นทุนการดำเนินธุรกิจอยู่ในระดับสูง “สภาพคล่อง” กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดความอยู่รอดและความสามารถในการเติบโตของธุรกิจ SME มากกว่าตัวเลขกำไรเพียงอย่างเดียว เพราะแม้ธุรกิจจะมีโอกาสทำรายได้ แต่หากเงินสดหมุนเวียนไม่เพียงพอ ก็อาจสะดุดได้ในทุกจังหวะสำคัญ finbiz by ttb จึงรวบรวม 3 แนวทางสำคัญที่ผู้ประกอบการควรเร่งดำเนินการ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องและเลือกใช้ “สินเชื่อ SME” ได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงในภาวะที่ความไม่แน่นอนยังเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการไทย

MR. D.I.Y.ได้รับการจัดอันดับใน ESG Emerging List 2026 ของสถาบันไทยพัฒน์

บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (“MRDIYT” หรือ “บริษัทฯ”) ผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ทั่วไป ได้รับการคัดเลือกให้เข้าอยู่ในทำเนียบ “บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน” หรือ “ESG Emerging List” โดยสถาบันไทยพัฒน์ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (ESG) พร้อมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

More like this