TCELS ร่วมส่งมอบนวัตกรรมการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคชนิดติดตั้งในรถบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินฯ แก่ผู้ใช้งานจริง

Published on

13 ก.พ. 2567 “ไปยดา หาญชัยสุขสกุล” รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ พร้อมผู้บริหาร ได้เข้าร่วม “พิธีส่งมอบนวัตกรรมการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคชนิดติดตั้งในรถบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินแบบอัตโนมัติด้วยละอองลอยไฮดรอกซิลเรดิคอลแก่หน่วยงานนำร่องในพื้นที่ภาคกลาง และการประชุมเพื่อหารือแนวทางความร่วมมือเครือข่ายในการพัฒนานวัตกรรมสำหรับระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทย” โดยมี ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี ณ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ จังหวัดนนทบุรี

งานในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ TCELS ในการส่งมอบนวัตกรรมการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคชนิดติดตั้งในรถบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินแบบอัตโนมัติด้วยละอองลอยไฮดรอกซิลเรดิคอล ให้แก่ 3 หน่วยงาน อันได้แก่ เทศบาลนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี เทศบาลตำบลแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี และมูลนิธิร่วมกตัญญู จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อนำไปใช้งานจริงในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ในรถบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้แก่เจ้าหน้าที่และผู้ป่วยระหว่างที่ปฏิบัติการนำส่งผู้ป่วยยังโรงพยาบาล

โดยนวัตกรรมดังกล่าว ที่พัฒนาโดยศาสตราจารย์ ดร.ชวลิต รัตนธรรมสกุล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ พรรัตน์ ไชยมงคล นักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ ถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยย่นระยะเวลาในการฆ่าเชื้อภายในรถบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากเดิมที่ต้องใช้เวลากว่า 120 นาที เหลือเพียง 30 วินาทีถึง 15 นาที ลดต้นทุนการทำความสะอาดจากเดิม 100 บาทต่อครั้ง เหลือเพียง 6 บาทต่อครั้ง และยังช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของเจ้าหน้าที่ได้ จากเดิมที่ต้องทำการเช็ดถูน้ำยาด้วยตัวเอง เป็นการกดปุ่มเปิดสวิตช์หรือควบคุมด้วยรีโมท ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องสัมผัสกับเชื้อโดยตรง โดยนวัตกรรมนี้เพิ่งได้รับรางวัลเหรียญทองแดง ภายในงาน International Exhibition of Inventions in the Middle East ที่จัดโดย Kuwait Science Club ในพระอุปถัมภ์ของเจ้าผู้ครองรัฐคูเวต ณ รัฐคูเวต เมื่อวันที่ 4-7 ก.พ. 2567ที่ผ่านมา

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรม

-การทำงานของเครื่องใช้กระบวนการออกซิเดชั่นขั้นสูง (Advanced Oxidation Process : AOP) โดยสร้างให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างสารละลายไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์กับสารละลายโอโซน (ที่ผลิตจาก Ozone generator ภายในเครื่อง) จนเกิดเป็นอนุมูลอิสระไฮดรอกซิลเรดิคอล ที่มีฤทธิ์ทำลายเชื้อจุลินทรีย์ได้ โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง

-สารละลายที่ใช้กับเครื่อง นวัตกรแนะนำให้ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 0.5% เพื่อสร้างไฮดรอกซิลเรดิคอล

-การทำความสะอาดต่อครั้งใช้น้ำยา (สารละลายไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์) ประมาณ 25 มิลลิลิตร

-แผนในปี 2568 จะขยายผลเพิ่มเติมให้แก่หน่วยงานอีก 5 พื้นที่ พร้อมทั้งพัฒนาระบบเซนเซอร์เพื่อตรวจวัดประสิทธิภาพการทำความสะอาดของเครื่องและสภาพอากาศภายในรถบริการทางการแพทย์

-เป้าหมายสูงสุด คือ ขยายผลทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ภายใต้ปรัชญา เจ้าหน้าที่ปลอดภัย ผู้ป่วยปลอยภัย สาธารณชนปลอดภัย

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this