มอนเดลีซฯจับมือ กทม. ผลักดัน 2 โครงการด้านสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน

Published on

บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมและของว่างแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ร่วมมือกับ กรุงเทพมหานคร ผลักดัน 2 โครงการด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเดินหน้าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการขยะอย่างถูกวิธีแก่เยาวชนในโครงการ “โรงเรียนรักษ์โลก แยกขยะลุ้นโชคกับมอนเดลีซ” อย่างต่อเนื่อง หลังประสบผลสำเร็จในเฟสแรกในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

พร้อมรวมพลังพนักงานจิตอาสากว่า 50 คน ร่วมปลูกต้นไม้ 300 ต้นในบริเวณสวน 15 นาที ณ ชุมชนตลาดแสงจันทร์ ซอยเจริญกรุง 67 เขตสาทร เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสร้างพื้นที่สีเขียว รวมถึงเป็นการสานต่อโครงการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น ตามนโยบายของ กทม. อีกด้วย

บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาการบริหารจัดการขยะในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ผ่านการดำเนินโครงการ “โรงเรียนรักษ์โลก แยกขยะลุ้นโชคกับมอนเดลีซ” (Trash Right Program) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีการสรุปผลและแสดงผลงานในมหกรรม “บริหารจัดการขยะในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร” (BMA School Expo “ZERO WASTE”) พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่ 118 โรงเรียนที่มีผลงานโดดเด่นในการขับเคลื่อนการสร้างสิ่งแวดล้อมที่สะอาดและการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน

ซึ่งผลงานของโครงการ “โรงเรียนรักษ์โลก แยกขยะลุ้นโชคกับมอนเดลีซ” ที่เริ่มจาก 4 โรงเรียนนำร่องในช่วงเฟสหนึ่งระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา มีขยะที่ถูกนำไปรีไซเคิล 2,372 กิโลกรัม หรือ 2.4 ตัน ซึ่งเทียบเท่าการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 8.9 ตัน และยังวางแผนที่จะขยายการดำเนินโครงการไปยังโรงเรียนอื่นๆ เพิ่มเติมในเฟสสองของโครงการภายในสิ้นปี พ.ศ. 2566 นี้

นอกจากนี้ เพื่อสานต่อพันธกิจในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล ได้นำทีมพนักงานจิตอาสากว่า 50 คน ร่วมปลูกต้นไม้เป็นจำนวนทั้งหมด 300 ต้น ประกอบด้วย ต้นแคนา ต้นอินทนิล และต้นประดู่ ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ภายในพื้นที่สวน 15 นาที ณ ชุมชนตลาดแสงจันทร์ ซอยเจริญกรุง 67 เขตสาทร ที่มาจากแนวคิดของ กทม. ในการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพื้นที่สาธารณะเปิดโล่งได้ในระยะ 800 เมตรหรือในระยะการเดินไม่เกิน 10-15 นาที อีกทั้งยังเป็นการสานต่อโครงการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น เพื่อลดฝุ่นและมลพิษ สร้างร่มเงาในการใช้ชีวิต ส่งเสริมความหลากหลายของระบบนิเวศน์เมือง สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ให้คนและต้นไม้เติบโตไปพร้อมกับเมืองอีกด้วย โดยสวน 15 นาทีดังกล่าว เปิดให้สาธารณชนเข้าไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 โดยมีนายชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิด และมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่บริษัทฯ ในฐานะผู้สนับสนุน

ณัฐณี เกษมรัฐกุล หัวหน้าฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นอกจากการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ขนมและของว่างที่มีรสชาติอร่อยถูกใจคนทั่วโลก ภายใต้พันธกิจในการส่งเสริมการบริโภคขนมและของว่างอย่างเหมาะสม อีกหนึ่งพันธกิจที่เราให้ความสำคัญมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องคือ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 รวมถึงการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนของผู้บริโภคและชุมชนต่าง ๆ จึงเป็นที่มาของการจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ร่วมกับ กทม. ในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณชุมชนโดยรอบสวน 15 นาที แห่งนี้”

Latest articles

ฟอร์วิส มาซาร์ส  เปิดเวที Tax Talk 2026 รับเทรนด์ภาษีท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก

ฟอร์วิส มาซาร์ส  เปิดเวที Tax Talk 2026 : Transforming Uncertainty into Confidence ระดมผู้เชี่ยวชาญร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึก รับเทรนด์ภาษีท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก

OMODA & JAECOO อวดยอดขายทะลุ 1 ล้านคัน ส่งรุ่นเรือธง OMODA 4 บุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย

ครบรอบ 3 ปี OMODA & JAECOO ได้ประกาศยอดขายสะสมทั่วโลกทะลุ 1 ล้านคัน ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์รุ่นใหม่ที่บรรลุเป้าหมาย 1 ล้านคันได้เร็วที่สุด เปิดตัวเผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น นำโดย OMODA 4, OMODA 7 และ JAECOO 7

ร้านกาแฟพันธุ์ไทย ส่งลิมิเต็ดคอลเลกชัน สกาย–นานิ เอาใจแฟนด้อม

 ‘พันธุ์ไทย’ ต่อยอดกระแส ‘สกาย–นานิ’ ฟีเวอร์ ส่งคอลเลกชันลิมิเต็ดเขย่าใจแฟนด้อม หลังสร้างกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากการเปิดตัวพรีเซนเตอร์คู่สุดฮอต จนก้าวขึ้นเป็นดูโอขวัญใจมหาชน

ยอดขอบีโอไอ Q1 กว่า 1 ล้านล้านบาท เผย 5 อันดับการลงทุน อุตสาหกรรมดิจิทัล-AI มาแรง

การลงทุนในกิจการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์เซอร์วิส ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 8.7 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 86 ของเงินลงทุนในไตรมาสนี้ สาเหตุเนื่องมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจดิจิทัล

More like this