“คุ้งบางกะเจ้า” ขึ้นแท่นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

Published on

ท.ท.ช. ไฟเขียว ประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนคุ้งบางกะเจ้า “พิพัฒน์” มอบ อพท.  ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาและยกระดับให้เป็นพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน บนฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เห็นชอบการประกาศ “พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนคุ้งบางกะเจ้า” ตามที่องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ได้นำเสนอ โดยพื้นที่ดังกล่าวครอบคลุม 6 ตำบล

ประกอบด้วย ตำบลทรงคนอง ตำบลบางกระสอบ ตำบลบางยอ ตำบลบางน้ำผึ้ง ตำบลบางกะเจ้า และตำบลบางกอบัว อำเภอพระประแดง รวมเนื้อที่ประมาณ 19.95 ตร.กม. หรือ 12,250 ไร่  โดยมอบหมายให้ อพท. ไปดำเนินการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนคุ้งบางกะเจ้า นำเสนอ ท.ท.ช. ต่อไป

พิพัฒน์ รัชกิจประการ

ทั้งนี้ คุ้งบางกะเจ้า เป็นพื้นที่สีเขียวแห่งใหญ่ที่อยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางไปเที่ยวในแต่ละปีจำนวนมาก ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายการพัฒนาพื้นที่สีเขียว และยุทธศาสตร์การพัฒนาตามแนวทาง BCG โมเดล ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวมีความเสื่อมโทรมหลายด้าน จึงเป็นเหตุผลที่ต้องประกาศให้เป็นพื้นที่พิเศษ

จากผลการศึกษา พบประเด็นปัญหาสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ มีระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเสื่อมโทรม ทำให้พื้นที่สีเขียวลดจำนวนลง ด้านการบริหารจัดการ พื้นที่ริมน้ำมีปัญหาขยะ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขาดการบูรณาการ และชุมชนไม่ได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยว

ด้านการพัฒนาซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ไม่ชัดเจน และด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ พบว่า เส้นทางการท่องเที่ยวไม่ได้รับการพัฒนา กิจกรรมไม่มีความดึงดูดใจ ผลิตภัณฑ์และสินค้าทางการท่องเที่ยวยังขาดการประชาสัมพันธ์และกลยุทธ์ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว

ซึ่งภายหลังจากการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษ อพท. จะเข้าไปเป็นหน่วยงานกลางในการประสานให้เกิดการทำงานร่วมกัน  หน่วยงานสามารถใช้ศักยภาพและอำนาจหน้าที่ของตนได้อย่างเต็มที่  โดย อพท. จะเป็นผู้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่พิเศษฯ ที่แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบให้แต่ละหน่วยดำเนินงาน

น.อ. อธิคุณ คงมี

นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า อพท. จะดำเนินการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนคุ้งบางกะเจ้า ที่สอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เป้าหมายพัฒนาและยกระดับให้เป็นพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน บนฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โดยใช้เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือ GSTC เป็นกรอบการทำงาน ใช้องค์ความรู้ด้านมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT Thailand) และมาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism Management Standard : STMS) ถ่ายทอดให้กับชุมชนและท้องถิ่น

โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการแบบบูรณาการ ด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วมอย่างมีเอกภาพ ของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคชุมชนและภาคประชาสังคม ภายใต้การมีส่วนร่วม   Co-Creation คือ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมรับผิดชอบ ร่วมรับผลประโยชน์ และร่วมเป็นเจ้าของ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการใช้งบประมาณ และเพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่มีความสมดุลในทุกมิติ พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิต และบรรลุเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ

Latest articles

ใกล้ถึงฤดูระบาดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันด้วยวัคซีน เลือกได้ทั้งชนิดพ่นจมูกและชนิดฉีด

โรคไข้หวัดใหญ่ที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา จริง ๆ แล้วมีความรุนแรงกว่าที่คิด และสามารถลุกลามเป็นปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ และทำให้เสียชีวิตได้

PUMA X Pokémon คอลแลบคอลเล็กชัน ธีมแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

PUMA จับมือกับ Pokémon ฃวิชวลของแคมเปญที่เชื่อมโยงโลกของ Pokémon เข้ากับสปอร์ตแวร์สไตล์ของ PUMA สะท้อนความคอนทราสต์ระหว่าง Pokémon แห่งดวงอาทิตย์ Espeon และ Pokémon แห่งดวงจันทร์ Umbreon

วิริยะประกันภัย จับมือกลุ่มทิสโก้ สนับสนุนงานวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026”

เปิดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายใจภายในครอบครัว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังแห่งความรักและการแบ่งปันโอกาสสู่สังคม โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

วว. พัฒนา นวัตกรรม “โยเกิร์ตถั่วชิกพีพร้อมชง” ปฏิวัติอาหารฟังก์ชันไทย

ในยุคที่การดูแลสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงกระแสนิยม แต่กลายเป็นวิถีชีวิตหลักของผู้คนทั่วโลก การเฟ้นหาวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็น "อาหารฟังก์ชัน" (Functional Food) หรืออาหารที่ให้คุณประโยชน์มากกว่าคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐาน จึงเป็นโจทย์สำคัญที่นักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจ

More like this