คอลเลคชั่น Ready-to-Wear ล่าสุด จาก Jim Thompson

Published on

จิม ทอมป์สัน ต้อนรับเทศกาลวันแม่ ด้วยนคอลเลคชั่น Ready-to-Wear ล่าสุด ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้อันเป็นตัวแทนของความรัก ผสานเข้ากับเส้นสายอันงดงามของผ้าคุณภาพดีและแฟชั่นลายปริ้นท์ซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ที่ยังคงสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยแบบร่วมสมัยอย่างลงตัวเหมาะสำหรับสวมใส่ในทุกโอกาส

พร้อมด้วยการนำเสนอดีไซน์ซิลลูเอตชุดแพทเทิร์นใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมของแบรนด์ ผ่านฝีมือการออกแบบตัดเย็บสุดประณีตในซีซันนี้เป็นครั้งแรก เพื่อเพิ่มความสนุกและเอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าให้ได้เลือกสรรมากยิ่งขึ้น โดยพร้อมให้คุณแม่และลูกๆ ควงแขนกันไปช้อปได้แล้วในช่วงสิงหาคมนี้

Ready-to-Wear คอลเลคชั่นล่าสุดของแบรนด์ Jim Thompson ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราววันแม่ Mother’s Day ซึ่งสำหรับในประเทศไทยตรงกับช่วงเดือนสิงหาคม มาเป็นแรงบันดาลใจในการดีไซน์ เริ่มตั้งแต่การเลือกใช้สีตัวแทนวันแม่อย่าง สีฟ้า และ สีขาว ผูกร้อยเข้ากับลายปริ้นท์ใหม่ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นนั่นคือ ลาย JASMINE (มะลิลา) ซึ่งมะลิ ถือเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ที่เปี่ยมไปด้วยความรัก มีลักษณะเป็นไม้เลื้อย กิ่งอ่อน ออกดอกเป็นช่อสีขาว ส่งกลิ่นหอมยาวนาน ดุจดั่งความรักอันบริสุทธิ์และเป็นนิรันดร์ของแม่ที่มีต่อลูกๆ

โดยสามารถเลือกช้อปไอเทมส์ต่างๆ ของคอลเลคชั่นนี้ได้ทั้งเสื้อแขนกุด Sleeveless Boxy Shirt เสื้อ Boho Blouse กางเกง Fisherman สำหรับผู้หญิง และยังมีเสื้อเชิ้ตแขนสั้น Hawaiian Linen Shirt และเชิ้ตแขนยาว Classic Long Sleeve Shirt เป็นไอเทมส์สำหรับผู้ชาย ที่สามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์ลุคที่ชอบได้หลากหลายสไตล์

โดยอีกหนึ่งความพิเศษของคอลเลคชั่นนี้ แบรนด์ได้นำเสนอไอเทมส์ที่เป็นดีไซน์ซิลลูเอตชุดแบบใหม่เป็นครั้งแรก ถึง 2 แพทเทิร์นด้วยกัน ได้แก่ Wrap Drape Dress ซิลลูเอตที่ฉีกภาพเดิมของแบรนด์กับแพทเทิร์นมินิเดรสคอวีแขนยาวที่ออกแบบมาให้ช่วงบนดูรีแลกซ์เบาสบายด้วยโครงชุดที่ไร้กระดุม ไร้ซิป ตัดกับช่วงล่างซึ่งเป็นกระโปรงทรงป้ายแบบสั้นพอดีตัว มาพร้อมโบว์ผูกเอวที่ช่วยเพิ่มให้ลุคดูเซ็กซี่เย้ายวนยิ่งขึ้น

มีให้เลือกทั้งแบบผ้าไหมและลินิน และ V-Neck Maxi Long Sleeve Dress ซึ่งเลือกใช้ผ้าไหม habotai ที่มีน้ำหนักเบา เนื้อสัมผัสนุ่มลื่น มอบความความโปร่งสบายเหมาะกับอากาศร้อนของเมืองไทย มาดีไซน์เป็นเดรสยาวคอวีทรงหลวมแขนยาวผูกโบว์ที่เอวให้ดูเข้ารูป โดยเติมลูกเล่นด้วยเลเยอร์การต่อกระโปรงให้เป็นชั้น เป็นการเพิ่มความพลิ้วไหวให้กับไอเทมชิ้นนี้

นอกจากนี้ ไอเทมสุดไอคอนนิคของแบรนด์อย่าง ผ้าพันคอ (scarf) ยังได้มีการดีไซน์ลายปริ้นท์ใหม่อย่าง ลาย BAISRI SU KHWAN (บายศรีสู่ขวัญ) ที่นำเอาประเพณีต้อนรับของคนไทยและคนลาว ซึ่งใช้เครื่องเชิญที่เรียกว่า บายศรี ทำด้วยใบตอง รูปคล้ายกระทง เพื่อเป็นการเสริมสร้างพลังใจให้เข้มแข็งและมีสติมาออกแบบให้ดูร่วมสมัยยิ่งขึ้น ซึ่งเหมาะสำหรับเลือกซื้อเป็นของฝากของขวัญมอบให้แก่คนที่คุณรักในโอกาสต่างๆ

สำหรับคอลเลคชั่นเสื้อผ้า Ready-to-Wear ใหม่ ของ Jim Thompson มาพร้อมกับนวัตกรรม “Easy Care” โดยสามารถซักทำความสะอาดได้ด้วยเครื่องซักผ้าปกติ ไม่จำเป็นต้องส่งซักแห้ง (dry cleaning) สามารถซักน้ำและรีดให้เรียบได้ง่าย เหมาะกับยุคปัจจุบันและเพิ่มความสะดวกสบายในการดูแลรักษาเสื้อผ้าตัวโปรดได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

พบกับคอลเลคชั่นใหม่จาก Jim Thompson ที่มาพร้อมลายปริ้นท์ความหมายดีๆ มากมาย ได้แล้ววันนี้ ที่ Jim Thompson สาขาสุรวงศ์ และสาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ สาขาสยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ไอคอนสยาม และเอ็มควอเทียร์ หรือบนช่องทางออนไลน์ www.jimthompson.com

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this