นันยาง เร่งผลิตรองเท้าผ้าใบรับเปิดเทอม ชี้กำลังซื้ออาจเพิ่มทะลุ 2 เท่า

Published on

นันยางผู้นำตลาดรองเท้าผ้าใบเดินหน้าอัดกำลังการผลิต พร้อมเร่งกระจายสินค้าสู่มือผู้บริโภค ทั่วประเทศรับการประกาศเปิดประเทศและเปิดเรียนอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคมนี้ เผย กำลังซื้ออาจเพิ่มทะลุ 2 เท่า หลังต้องเรียนออนไลน์หนีโควิดนาน 2 ปีเต็ม

ดร. จักรพล จันทวิมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์ของนันยางในการเตรียมความพร้อมรับมือการเปิดเรียนที่โรงเรียนเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 ส่งผลให้นักเรียนส่วนใหญ่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนเป็นออนไลน์ 100% นานถึง 2 ปีเต็ม แต่ในปี 2565 เมื่อสถานการณ์และความรุนแรงของโรคลดลง ส่งผลให้ภาครัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมและประกาศเปิดประเทศอีกครั้งตั้งแต่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของภาคการศึกษานั้นกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้วางมาตรการเตรียมความพร้อมสำหรับเปิดเรียนเต็มรูปแบบภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2565 ในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ เนื่องจากปัจจุบันมียอดผู้ติดเชื้อลดลงและกำลังพิจารณาให้เป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งเชื่อมั่นว่าการใช้ชีวิตของนักเรียนไทยจะกลับไปเรียนที่โรงเรียนตามเดิมและอยู่ร่วมกับโควิดในวิถีใหม่

“การประกาศให้มีการเรียนการสอนที่โรงเรียนตามปกติ ทำให้ผู้ปกครองต้องเตรียมความพร้อมของบุตรหลานในด้านต่างๆ รวมถึงชุดนักเรียน รองเท้านักเรียน และอุปกรณ์การเรียนอื่นๆ รวมถึงการฉีดวัคซีนด้วย
ทั้งนี้เนื่องจากเด็กมีการเติบโตขึ้นตามวัย ขนาดเท้าใหญ่ขึ้น ดังนั้นรองเท้าที่เคยใส่ไปโรงเรียนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็อาจจะไม่สามารถนำมาใส่ได้อีก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กหรือนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ที่มีพัฒนาการร่างกายรวดเร็ว โดยปกติเด็กจะเปลี่ยนขนาดรองเท้าใหญ่ขึ้น อย่างต่ำปีละ 1 เบอร์” ดร.จักรพล กล่าวถึงสถานการณ์การจับจ่ายของผู้ปกครองรับเปิดเทอม

ด้านภาพรวมตลาดรองเท้าผ้าใบนักเรียนในปี 2565 นั้น ดร.จักรพล ได้แสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าวว่า นันยางมั่นใจว่าตลาดรองเท้าผ้าใบนักเรียนโดยรวมจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง ที่ผ่านมาตัวเลขมูลค่าตลาดรวมของรองเท้านักเรียนก่อนวิกฤติโควิด-19 อยู่ที่ 5,000 ล้านบาท หากพิจารณาเฉพาะตลาดรองเท้าผ้าใบนักเรียนจะพบว่า นันยางครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ประมาณ 43% ในปัจจุบัน และเชื่อมั่นว่าน่าจะขยายส่วนแบ่งได้เพิ่มขึ้นในปี 2565 เพราะช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจำนวนผู้เล่นในตลาดลดน้อยลงจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยบริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกเพื่อรองรับกำลังซื้อหลังการเปิดประเทศไว้ในระยะยาว และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนได้ทุกช่วงเวลาเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ในทุกวัน

ความท้าทายที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคืออัตราการลดลงของเด็กเกิดใหม่ ถือเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่นันยางเชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวจะไม่ส่งผลรุนแรงนัก เพราะตลาดรองเท้าผ้าใบยังคงมีขนาดที่ใหญ่ ทั้งยังมีพื้นที่ให้ขยายตลาดเพิ่มได้ในทุกมิติ ซึ่งทางออกของรองเท้าผ้าใบยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ขายได้กับกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา เช่น นักศึกษา คนทำงาน นักกีฬา หรือคนทั่วไปที่ชื่นชอบในแบรนด์สินค้านันยาง รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้างกระแสทางการตลาดให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ก็ช่วยทำให้เกิดการขยายกลุ่มลูกค้าในวงกว้างยิ่งขึ้น

“ที่สำคัญนันยางจะสร้างมาตรฐานให้แก่รองเท้าผ้าใบทุกคู่ ด้วยการคัดเลือกวัตถุดิบในการผลิตอย่างดี มีกรรมวิธีผลิตเฉพาะ เพื่อให้ได้สินค้าที่ดี ทนทานในการใช้งาน และสวมใส่สบาย ดังนั้นความพึงพอใจของผู้บริโภคที่ได้รับจากการใช้สินค้าที่มีคุณภาพ จึงถือเป็นหัวใจที่สำคัญที่สุด ที่ธุรกิจจะต้องยึดมั่นเพื่อให้ก้าวต่อไปได้ และสิ่งนี้คือจุดแข็งของนันยางที่ยึดถือมาตลอด 69 ปี ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”หากพิจารณาถึงความท้าทายของตลาดรองเท้านักเรียนในไทย”  ดร.จักรพล กล่าวว่า

ด้าน ชัยพัชร์ ซอโสตถิกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางอุตสาหกรรม จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันรองเท้าผ้าใบของนันยางผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้า 2 กลุ่มหลักอย่างชัดเจน ประกอบด้วย กลุ่มเด็กนักเรียนที่กำลังซื้อมักจะเกิดขึ้นในช่วงเปิดภาคเรียน และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ชื่นชอบในตัวสินค้า ซื้อสินค้าใช้งานตลอดทั้งปีต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในทุกสายงาน ทุกอาชีพ ดังนั้นเมื่อมีการเปิดประเทศหลังวิกฤติโควิด-19 ก็น่าจะส่งผลทำให้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น โรงเรียนกลับมาเปิดเรียนได้ตามปกติ ผู้ประกอบการร้านค้าอุตสาหกรรมต่างๆ กลับมาดำเนินธุรกิจได้ ใกล้เคียงเดิม

ย่อมส่งผลให้ความต้องการรองเท้าผ้าใบในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน จึงจำเป็น ที่ฝ่ายผลิตจะต้องวางแผนเพื่อรับมือกับความต้องการที่อาจสูงขึ้นแบบกระทันหัน โดยนันยางได้วางแผนผลิตสินค้าเก็บสต็อกไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2565 ที่ผ่านมา เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2565 เป็นต้นไป ซึ่งนันยางได้คาดการณ์สถานการณ์ดังกล่าวไว้แล้วตั้งแต่ปลายปี 2564” นายชัยพัชร์อธิบายถึงการเตรียมความพร้อมด้านการผลิตของนันยาง

ปัจจุบัน นันยางมีกลุ่มผลิตภัณฑ์รองเท้าผ้าใบคุณภาพครอบคลุมทุกกลุ่มวัย โดยรองเท้าผ้าใบนักเรียนรุ่นยอดนิยม ประกอบด้วย นันยาง รุ่น 205-S ที่ครองความนิยมมากว่า 60 ปี, นันยาง แฮฟ ฟัน (Nanyang Have Fun) แบบไม่ต้องผูกเชือก เสริมความปลอดภัยสำหรับเด็กประถม ลดการสัมผัสเชื้อโรคถึง 10 เท่า ตามมาด้วย นันยาง ซาฟารี (Nanyang ZAFARI) ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย และ นันยาง ซุปเปอร์ สตาร์ (Nanyang Super Star) รองเท้าผ้าใบราคาประหยัดที่นำมาจัดโปรพิเศษเพียง 199 บาท ที่นันยางตั้งใจพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยคนปกครองในยุคค่าครองชีพพุ่ง

ทั้งนี้ การวางแผนเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ของนันยางในปี 2565 จำเป็นต้องพิจารณาถึงความต้องการสินค้าหรือความจำเป็นในการใช้สินค้าและประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับควบคู่กันไป เพราะแน่นอนว่าในสภาวะเศรฐกิจที่ยังไม่มั่นคง การประหยัด การควบคุมค่าใช้จ่าย ถือเป็นมาตราฐานการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในยุคโควิด-19 แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือผู้บริโภคยังคงมองหาสินค้าคุณภาพ ราคาสมเหตุสมผล แต่อาจเพิ่มเติมเรื่องความทันสมัยเข้าไปด้วย จึงทำให้นันยางมองจุดเติมเต็มในสินค้าเดิมที่ลูกค้าเคยใช้แล้วชอบและซื้อซ้ำ มาเป็นจุดต่อยอดในการออกสินค้าใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงทางการตลาด

ดังนั้นในปี 2565 นันยางจึงได้นำกระแสรองเท้าผ้าใบหัวผ้าสีขาวที่เคยได้รับความนิยมอย่างสูงจากเด็กผู้หญิงในอดีต กลับมาปรับโฉมใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้นและเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัยอีกครั้ง โดยจัดวางรองเท้าผ้าใบสีขาว เพิ่มเข้าไปในกลุ่มรองเท้าผ้าใบรุ่น ZAFARI ที่ปัจจุบันมีวางขายแค่ 2 สีคือ ดำ กับ น้ำตาล การเพิ่มสีขาวเข้ามาในตลาดสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ารุ่นใหม่ที่ต้องการใส่รองเท้าแบบเรียบง่าย สไตล์ธรรมดา สวมใส่สบายได้ทุกวัน ใส่รองเท้าเข้าได้กับการแต่งกายในทุกเทศกาล และทุกกิจกรรมที่ต้องการ แถมราคาไม่แพง

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this