เกษตรกร เชียร์รัฐแก้ปัญหาหมูทั้งระบบ ยกนิ้วแนวทางดึงเกษตรกรฟื้นอาชีพ

Published on

เกษตรกร เชียร์รัฐแก้ปัญหาหมูทั้งระบบ ยกนิ้วแนวทางดึงเกษตรกรฟื้นอาชีพ เพิ่มซัพพลายหมูขอเร่งเยียวยา-หาสินเชื่อช่วยเกษตรกร ย้ำต้องปล่อยกลไกตลาดทำงานเสรี

สุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ เปิดเผยว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรสนับสนุนมาตรการเร่งแก้ปัญหาสุกรของภาครัฐ ด้วยการส่งเสริมเกษตรผู้เลี้ยงรายย่อยให้ฟื้นอาชีพกลับมาเลี้ยงสุกร เพื่อให้มีปริมาณผลผลิตเข้าสู่ระบบโดยเร็ว หลังจากที่พี่น้องเกษตรกรต้องเลิกเลี้ยงหรือชะลอการเลี้ยงไปถึง 60% ของจำนวนผู้เลี้ยงทั่วประเทศ จากที่เคยมีถึง 200,000 ราย เหลือเพียง 80,000 รายในปัจจุบัน โดยภาครัฐต้องสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถกลับมาดำเนินการเลี้ยงให้ได้เร็วที่สุด โดยเฉพาะการแก้ปัญหาสะสมที่เกษตรกรต้องแบกรับมาตลอด

ทั้งเรื่องการเร่งจ่ายเงินชดเชยคงค้างให้กับผู้เลี้ยงที่ประสบปัญหาเรื่องโรคในสุกร และได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐ ที่กำหนดให้มีการทำลายสุกร เพื่อป้องกัน ควบคุมและกำจัดโรค รวมถึงการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ในช่วงก่อนหน้านี้ เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนในการเริ่มต้นเลี้ยงสุกรใหม่ ควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจและสร้างความมั่นใจ ด้วยการประกันภัย กรณีที่กลับมาเลี้ยงใหม่แล้วเกิดความเสียหาย จะต้องมีการชดเชยในทันที

ที่ผ่านมาเกษตรกรให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการดูแลผู้บริโภคมาตลอด ทั้งที่ต้องเผชิญกับปัญหารอบด้านมานานกว่า 3 ปี เราต้องแก้ปัญหาโดยลำพัง ต้องดูแลและช่วยเหลือกันเอง โดยไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ จนกลายเป็นปัญหาสะสมทำให้คนเลี้ยงไม่มั่นใจ พากันเลิกอาชีพ และปล่อยเล้าร้าง จำนวนหมูจึงลดลงอย่างมากในวันนี้

“ถึงแม้ว่าราคาจะจูงใจ แต่ความกังวลต่อสถานการณ์ต่างๆ ทุกคนจึงไม่กล้าเสี่ยง ดังนั้นการจะาฟื้นอาชีพและเรียกความเชื่อมั่นของเกษตรกรกลับมาอีกครั้ง ภาครัฐต้องแก้ปัญหาทั้งระบบในทันที เพราะการเพิ่มปริมาณหมูขุนให้กลับมาใกล้เคียง 18-19 ล้านตัวต่อปี จะต้องใช้เวลา 1-2 ปี ภาครัฐต้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือคนเลี้ยงหมู ให้เหมือนกับที่ช่วยเหลือเยียวยาภาคเกษตรอื่นๆ โดยเฉพาะการจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การช่วยลดหนี้ พักหนี้ หรือพักดอกเบี้ย พร้อมเร่งช่วยลดต้นทุนการผลิตให้มากที่สุด รวมถึงเลื่อนจ่ายภาษีของเกษตรกรออกไปก่อน และต้องปล่อยให้ราคาซื้อขายเป็นไปตามกลไกตลาด” สุนทราภรณ์ กล่าว

สุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์

นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางแก้ปัญหา ด้วยการงดส่งออกสุกรไปต่างประเทศนั้น ข้อเท็จจริงคือ ขณะนี้การส่งออกหยุดไปโดยอัตโนมัติ จากปริมาณสุกรที่หายไปจากระบบและไม่เพียงพอป้อนตลาดในประเทศ ประกอบกับสุกรไทยมีต้นทุนสูงและราคาปรับเพิ่มขึ้นจึงไม่จูงใจในการสั่งซื้อ

ส่วนที่แนะนำให้แก้ปัญหาโดยการนำเข้าสุกรจากต่างประเทศเป็นการชั่วคราว จะยิ่งซ้ำเติมปัญหา เพราะคนไทยต้องเสี่ยงกับสารเร่งเนื้อแดงที่อาจปนเปื้อนมากับผลิตภัณฑ์สุกรต่างประเทศ เกษตรกรต้องเสี่ยงกับโรคสุกรที่อาจติดมากับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว รวมถึงผลกระทบต่อวงจรการผลิตสุกรทั้งอุตสาหกรรม ต่อเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชไร่เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ภาคเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การเลี้ยง จนถึงภาคธุรกิจอื่นๆตลอดห่วงโซ่ ที่ต้องล่มสลาย เนื่องจากสุกรไทยไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับสุกรต่างประเทศได้

Latest articles

วิริยะประกันภัย จัดอบรมใบขับขี่รอบภูมิภาค รุ่นที่ 165 จังหวัดนครนายก

บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการ “อบรมเสริมความรู้ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์” รอบภูมิภาค รุ่นที่ 165 ระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครนายก

เกาะเต่า เกาะนางยวน เกาะอยู่ในใจ ใกล้ ไกล ก็ยังคิดถึง

ใกล้กับเกาะเต่า คือ เกาะนางยวน อันประกอบด้วยเกาะเล็ก ๆ 3 เกาะ  เชื่อมเข้าหากันด้วยสันทรายสีขาว ตัดกับน้ำทะเลสีสด  นับเป็นเกาะที่โรแมนติกสุด ๆ เพราะมีความเป็นส่วนตัวสูงจากที่พักเดี่ยว ๆ บนเกาะที่ไม่ผู้ใดรบกวน

จุดเช็คชามไก่ลำปางของแท้ คุ้มครองด้วย พ.ร.บ. GI ห้ามปลอมแปลงแอบอ้าง

ชามไก่ลำปาง สินค้าที่เรารู้จักกันมายาวนาน และได้รับความนิยมในการซื้อหามาใช้งานอย่างแพร่หลาย จนทำให้เกิดความสับสนว่า จริง ๆ แล้ว ชามไก่ลำปางแท้ ๆ เป็นอย่างไร และที่เห็นออกมามากมายในท้องตลาดนั้นเป็นของจริงหรือไม่

KPI Go Green x Green Road เปลี่ยนขยะเป็นคุณค่า สู่สังคมยั่งยืน

บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ KPI จัดแคมเปญ “KPI Go Green x Green Road” ร่วมกับ องค์กรวิสาหกิจ Green Road เพื่อสังคม ชวนพนักงานร่วมบริจาค ฝาขวดและถุงพลาสติกวิบวับ เพื่อนำไปรีไซเคิลและอัปไซเคิล เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

More like this