ไทยน้ำทิพย์ เดินหน้าปรับกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตพร้อมพันธมิตร

Published on

บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โคคา-โคลา และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของโคคา-โคล่า ประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น แฟนต้า สไปรท์ มินิทเมด ชเวปส์ และน้ำดื่มน้ำทิพย์ ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ด้วยธุรกิจที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

แม้อุตสาหกรรมโดยรวมชะลอตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ด้วยกลยุทธ์สำคัญที่ครอบคลุมทั้งด้าน ผลิตภัณฑ์ (Product) พันธมิตร (Partnership) และพนักงาน (People) โดยเป็นผลมาจากความสำเร็จของเครื่องดื่มสูตรไม่มีน้ำตาล และความมุ่งมั่นที่จะผลักดันการเติบโตร่วมกันไปพร้อมกับทุกฝ่าย แม้ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

ผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอของโคคา-โคล่า ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของไทยน้ำทิพย์ที่ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเซกเมนต์เครื่องดื่มอัดลม ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 55.2 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้น 0.6 เปอร์เซ็นต์จากปีที่แล้ว โดยสำหรับตลาดน้ำดำ ไทยน้ำทิพย์สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดได้เพิ่มขึ้น 0.6 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 48.2 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ตลาดเครื่องดื่มไม่มีน้ำตาลก็ขยายตัวถึง 15.8 เปอร์เซ็นต์ โดยมี โค้ก สูตรไม่มีน้ำตาล เป็นผู้นำในตลาด ด้วยส่วนแบ่ง 58.5 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้น 2.5 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

อินเยส คอร์ทเฮ้าส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด กล่าวว่า ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 60 ปี ไทยน้ำทิพย์มุ่งมั่นสร้างการเติบโตทางธุรกิจให้กับคู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ พนักงาน และเศรษฐกิจไทยไปพร้อมๆ กัน ขณะที่โรคอุบัติใหม่ซึ่งแพร่ระบาดไปทั่วโลกนี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ส่งผลให้ธุรกิจทั้งหลายจำเป็นต้องพัฒนาเพื่อก้าวต่อไปในช่วงเวลาท้าทายเช่นนี้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการบริโภค ‘ที่บ้าน’ เพิ่มเติมจาก ‘การรับประทานอาหารนอกบ้าน’ มากขึ้นกว่าที่เคย ทั้งในการสื่อสารและกิจกรรมทางการตลาดทั้งหมด โดยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หลักด้านผลิตภัณฑ์ การให้ความช่วยเหลือคู่ค้าและพันธมิตร ตลอดจนการสร้างความพร้อมให้กับพนักงาน

ปรับเปลี่ยนการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับเทรนด์การบริโภค ‘ที่บ้าน’
แม้ว่าภาพรวมธุรกิจของไทยน้ำทิพย์ในช่วงต้นปี 2563 เป็นไปในทิศทางบวก เนื่องจากปริมาณความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งมีความรุนแรงมากขึ้นในเดือนมีนาคม ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ถูกจำกัดการเดินทางและต้องอยู่กับบ้าน ไทยน้ำทิพย์จึงหันมาให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ไซส์ใหญ่ขึ้น เช่นเครื่องดื่มขนาด 1.5 ลิตร ที่เหมาะสำหรับการบริโภคในครัวเรือน โดยบริษัทฯ ได้เติมเต็มทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอ และการส่งเสริมการขาย ครอบคลุมทั้งในการสื่อสาร และการดำเนินการ เพื่อกระตุ้นการบริโภค ‘ที่บ้าน’ เพิ่มเติมจากการบริโภคในร้านอาหารนอกบ้าน และยังเป็นการชดเชยสัดส่วนการบริโภคของนักท่องเที่ยวที่หายไป

นอกจากนี้ ไทยน้ำทิพย์ยังต่อยอดความสำเร็จของผลิตภัณฑ์สูตรไม่มีน้ำตาล ด้วย “โค้ก สูตรไม่มีน้ำตาล กลิ่นออร์เรนจ์” เพื่อสร้างสีสันให้กับตลาดน้ำอัดลมในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตอบรับกับเทรนด์สุขภาพที่ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดี

ช่วยเหลือคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจให้ก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบากไปด้วยกัน
ไทยน้ำทิพย์ให้ความสำคัญกับคู่ค้าทุกรายเสมือนพันธมิตร โดยทำงานร่วมกับคู่ค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยในการปรับตัวทางธุรกิจให้เท่าทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งกลยุทธ์การปรับเปลี่ยนการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์โดยให้ความสำคัญกับการบริโภคที่บ้าน ถูกนำมาปรับใช้กับคู่ค้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้าปลีกครบวงจรขนาดใหญ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าส่ง ร้านค้าเงินสดและบริการตนเอง ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม และร้านอาหาร โดยส่งเสริมการขายบรรจุภัณฑ์พร้อมดื่มขนาดใหญ่ ทั้งในรูปแบบขวด PET และกระป๋องอะลูมิเนียม โดยเฉพาะร้านอาหารให้บริการด่วน

ความช่วยเหลือดังกล่าวยังครอบคลุมถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ เช่น ร้านค้าทางอ้อม ซึ่งซื้อผลิตภัณฑ์จากร้านค้าส่ง หรือร้านค้าเงินสดที่ต้องขนส่งสินค้าเอง ด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมการขาย และเทคนิคการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายในท้ายที่สุด

นอกจากนี้ หลังการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ในเดือนพฤษภาคม ไทยน้ำทิพย์ได้ริเริ่มโครงการ “ความสุข” มอบน้ำดื่มน้ำทิพย์ และโค้ก สูตรไม่มีน้ำตาล กว่า 7 ล้านขวดและกระป๋อง รวมมูลค่ากว่า 25 ล้านบาท ให้แก่ร้านอาหารทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ที่เป็นคู่ค้าร่วม 190,000 แห่งฟรี เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคู่ค้าฟื้นตัวและสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็วอีกครั้งเมื่อสถานการณ์โควิด 19 คลี่คลาย

สร้างความพร้อมให้กับพนักงานโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
เพราะพนักงานคือหัวใจสำคัญต่อความสำเร็จ ตลอดช่วงเวลาแห่งความท้าทายนี้ ไทยน้ำทิพย์ได้เตรียมความพร้อมให้กับพนักงานทั้ง 7,500 คน โดยจัดหาและแจกจ่ายชุดอุปกรณ์ป้องกันโควิด 19 เช่น หน้ากากผ้า และเจลแอลกอฮอล์ ซึ่งมีปัญหาขาดแคลนอยู่ช่วงหนึ่ง ให้กับพนักงานอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ บริษัทฯ มีนโยบายไม่ลดเงินเดือน และไม่เลิกจ้างพนักงานทุกระดับ แต่ให้โอกาสในการสับเปลี่ยนหน้าที่อย่างเหมาะสมในช่วงล็อคดาวน์แทน

“เราจะยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ พันธมิตร และพนักงานไปตลอดทั้งปี เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งคู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ พนักงานของเรา รวมทั้งอุตสาหกรรมโดยรวมจะสามารถเติบโตไปได้พร้อมกันอย่างมั่นคง ในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในประเทศไทย เราจะทำงานอย่างหนักทุกวิถีทางที่สามารถทำได้ เพื่อร่วมสร้างประโยชน์ให้กับสังคม” อินเยส กล่าว

คงไม่มีใครคาดเดาได้ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 จะสิ้นสุดเมื่อใด แต่หากประเทศขับเคลื่อนไปข้างพร้อมกัน ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมถึงภาคเอกชนที่มีศักยภาพและทรัพยากร เชื่อว่าจะสามารถลดผลกระทบ และสามารถช่วยให้ทั้งภาคธุรกิจและประเทศไทยในภาพรวมฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

Latest articles

ใกล้ถึงฤดูระบาดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันด้วยวัคซีน เลือกได้ทั้งชนิดพ่นจมูกและชนิดฉีด

โรคไข้หวัดใหญ่ที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา จริง ๆ แล้วมีความรุนแรงกว่าที่คิด และสามารถลุกลามเป็นปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ และทำให้เสียชีวิตได้

PUMA X Pokémon คอลแลบคอลเล็กชัน ธีมแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

PUMA จับมือกับ Pokémon ฃวิชวลของแคมเปญที่เชื่อมโยงโลกของ Pokémon เข้ากับสปอร์ตแวร์สไตล์ของ PUMA สะท้อนความคอนทราสต์ระหว่าง Pokémon แห่งดวงอาทิตย์ Espeon และ Pokémon แห่งดวงจันทร์ Umbreon

วิริยะประกันภัย จับมือกลุ่มทิสโก้ สนับสนุนงานวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026”

เปิดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายใจภายในครอบครัว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังแห่งความรักและการแบ่งปันโอกาสสู่สังคม โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

วว. พัฒนา นวัตกรรม “โยเกิร์ตถั่วชิกพีพร้อมชง” ปฏิวัติอาหารฟังก์ชันไทย

ในยุคที่การดูแลสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงกระแสนิยม แต่กลายเป็นวิถีชีวิตหลักของผู้คนทั่วโลก การเฟ้นหาวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็น "อาหารฟังก์ชัน" (Functional Food) หรืออาหารที่ให้คุณประโยชน์มากกว่าคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐาน จึงเป็นโจทย์สำคัญที่นักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจ

More like this