‘โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล’ สวนกระแสระดม ขยายตลาดเครื่องสำอางค์

Published on

แม้ที่ผ่านโรคระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจความงาม หลายค่ายประสบปัญหาขาดทุน ขอฟื้นฟูกิจการ แต่บริษัทโรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพแบรนด์ไทย ขอยื่นแบบไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 166 ล้านหุ้น รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพของไทยและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้แต่งตั้ง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชูจุดแข็งด้านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมสินค้าคุณภาพสูง ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทยและขยายสู่ภูมิภาคเอเชีย ผ่านแบรนด์สินค้าที่แข็งแกร่งและหลากหลาย (Brand Portfolio) ได้แก่ Rojukiss, PhDerma, Best Korea และ Sis2Sis ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่แตกต่าง และมีช่องทางจำหน่ายที่แข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ

วรวรรณ ไชยกำเนิด ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ โดยบริษัทฯ มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า (Facial Moisturizer) ของประเทศไทยในปี 2562 เทียบกับกลุ่มบริษัทที่ก่อตั้งและบริหารงานโดยคนไทย* มีวิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านความงามและสุขภาพแห่งอนาคตของเอเชีย โดยการพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยเป็นนวัตกรรมที่มีคุณภาพสูง มีความโดดเด่น แตกต่าง ใช้แล้วเห็นผลลัพธ์ชัดเจน คุ้มค่า ปลอดภัย และผู้บริโภคทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย (Beauty Convenience) พร้อมเน้นการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและหลากหลาย (Brand Portfolio) ภายใต้ 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ Rojukiss (โรจูคิส), PhDerma (พีเอชเดอร์มา), Best Korea (เบสท์ โคเรีย) และ Sis2Sis (ซิสทูซิส)

จุดแข็งของบริษัท คือ การมีระบบบริหารจัดการธุรกิจอย่างมืออาชีพและมีประสิทธิภาพเหมือนบริษัทสากลขนาดใหญ่ แต่มีความยืดหยุ่นคล่องตัวเหมือนบริษัทท้องถิ่นขนาดเล็ก ภายใต้ทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ยาวนานในธุรกิจสินค้าความงามในระดับนานาชาติ มีระบบการบริหารจัดการต้นทุนผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ และมีพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือสูง

“ทั้งหมดนี้จึงช่วยสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา (2560 – 2562) บริษัทฯ ได้พัฒนาสินค้าใหม่กว่า 80 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นส่วนผลักดันที่สำคัญให้บริษัทฯ มีรายได้รวมถึง 1,140.6 ล้านบาทในปี 2562 และส่งผลให้ Rojukiss เป็นแบรนด์เซรั่มบำรุงผิวหน้าที่มียอดขายเป็นอันดับ 1” วรวรรณ กล่าว

สำหรับกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1. ธุรกิจพัฒนา จ้างผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพ จำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วางจำหน่ายผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ และร้านค้าทั่วไป ขณะที่ช่องทางขายต่างประเทศ บริษัทฯ ดำเนินการผ่านตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้าที่บริษัทฯ แต่งตั้งขึ้นในประเทศ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ลาว กัมพูชา และมีแผนที่จะขยายตลาดใหม่เพิ่มเติมต่อไป 2. ธุรกิจให้บริการคำปรึกษาในการพัฒนาธุรกิจ การตลาดและการขาย แก่พันธมิตรผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ ในต่างประเทศ

บริษัทตั้งเป้า กว้าเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์นวัตกรรมความงามและสุขภาพที่ดีที่สุด ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ผ่านกลยุทธ์การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ออกแบบมาเพื่อผู้บริโภคที่แตกต่างและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกและความคุ้มค่า โดยนำจุดแข็งด้านการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อขยายธุรกิจให้ครอบคลุมสินค้ากลุ่มความงามและสุขภาพอย่างครบวงจร ภายใต้การสร้างแบรนด์ต่างๆ ของบริษัทฯ ให้แข็งแกร่งและพัฒนาแบรนด์ใหม่ทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพเพิ่มเติม รวมถึงขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนจำนวน 309 ล้านบาท แบ่งเป็น 618 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดยเป็นทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วจำนวน 270 ล้านบาท และจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 166 ล้านหุ้น หรือ คิดเป็นไม่เกิน 27.7% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ โดยแบ่งการขายเป็น (1) หุ้นสามัญเพิ่มทุน ที่เสนอขายโดยบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 60,000,000 หุ้น (2) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม จำนวนไม่เกิน 106,000,000 หุ้น เพื่อนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ ขยายธุรกิจในต่างประเทศ ลงทุนและพัฒนาด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล รวมถึงการลงทุนควบรวม ซื้อกิจการ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนต่อไป

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this