เปิดไทม์ไลน์ไทยชนะ แกะรอยทหารอียิปต์ติดโควิด-19

Published on

เป็นอีกข่าวที่สร้างความโกลาหลในสังคมไทย หลังการเดินทางเข้าประเทศไทยของทหารอียิปต์ ซึ่งทำให้จังหวัดระยอง ต้องตกอยู่ในภาวะที่น่ากังวลอีกครั้ง ล่าสุด ดีอีเอส เปิดไทม์ไลน์ 6 ชั่วโมง แกะรอยทหารอียิปต์ติดโควิด-19 ที่จ.ระยอง ผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” จนพบกลุ่มเสี่ยง 394 คน เร่งติดตามเข้าสู่กระบวนการคัดกรองฟรี 

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า หลังได้รับข้อมูลกรณีพบรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งเป็นทหารชาวอียิปต์ ที่เดินทางมาพักใน จ.ระยองช่วงวันที่ 8-11 กรกฎาคม 2563 มีประวัติไปเดินห้างสรรพสินค้า จึงได้ประสานการทำงานร่วมกับกรมควบคุมโรค เพื่อขอข้อมูลที่มีการเช็คอินผ่าน “ไทยชนะ” อย่างเร่งด่วน เพื่อนำมาสู่การประมวลผลแกะรอยไปถึงกลุ่มเสี่ยง และติดตามเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง เพื่อป้องกันควบคุมและจำกัดความเสี่ยงในการแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจากประสิทธิภาพของระบบไทยชนะ ทำให้สามารถติดตามพบจำนวนกลุ่มเสี่ยง 394 คน ได้ภายใน 6 ชั่วโมง

นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการด้านข้อมูลมาตรการการแก้ไขปัญหา ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลและประมวลผล พบประชาชนมากกว่า 394 คน ที่เข้าไปในพื้นที่เดียวกับนายทหารชาวอียิปต์ ในส่วนของห้างแหลมทอง อ.เมือง จ.ระยอง เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 11.00-15.00 น.

ทั้งนี้ จำนวนกลุ่มเสี่ยง 394 คน ซึ่งมีข้อมูลการเช็คอินเข้าใช้บริการในช่วงเวลาดังกล่าว ครอบคลุมทั้งผู้ที่ใช้งานผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะ และใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นไทยชนะ ทั้งหมดนี้เป็นจำนวนที่ระบบสามารถสามารถตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ติดต่อได้

นพ.พลวรรธน์  ได้ให้รายละเอียดไทม์ไลน์ขั้นตอนการทำงาน ในการแกะรอยผ่านข้อมูลการเช็คอิน “ไทยชนะ” เพื่อติดตามจำนวนกลุ่มเสี่ยงในกรณีนี้ว่า

1.เริ่มต้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2563 เวลา 19.00 น. กรมควบคุมโรคในฐานะ Data Controller ได้ร้องขอข้อมูลจากระบบไทยชนะ

2.ได้รับข้อมูลจากกรมควบคุมโรคมาทั้งหมดและนำมาแยกข้อมูลสำหรับผู้ที่อยู่ในห้างของจังหวัดระยองแล้วเสร็จ ในเวลา 00.30 น.

3.คัดแยกได้หมายเลขโทรศัพท์ติดตามตัวผู้ที่สแกนไทยชนะทั้งหมดในห้าง จำนวน 394 หมายเลข

  1. ดำเนินการจัดส่ง SMS ตามมติ ศปก.ข้อมูลให้กลุ่มเสี่ยงรายงานตัวและติดต่อกลับ สสจ. ระยอง (กรมควบคุมโรค จ.ระยอง) มายังเบอร์มือถือ 086-3032625

“ทางนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง โดยสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จ.ชลบุรี เป็นผู้รับผิดชอบ จะทำการติดต่อไปเป็นการส่วนตัวเพื่อเรียกตัวมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 และทำการสอบสวนโรคต่อไป โดยจะไม่เสียค่าใช้จ่าย และสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้แพลตฟอร์มไทยชนะ แต่เดินทางไปยังสถานที่และช่วงเวลาดังกล่าว ขอให้เข้ามารายงานตัวกับกรมควบคุมโรค สายด่วน 1422 เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองได้อย่างทันการณ์” นพ.พลวรรธน์กล่าว

ขณะเดียวกัน ทีมสอบสวนโรคยังพบว่า ทีมลูกเรือนี้ได้ออกจากโรงแรมไปยังสถานที่บางแห่งใน จ.ระยอง ซึ่งทีมจะสอบสวนโรคในพื้นที่สัมผัสทุกแห่งที่กลุ่มนี้เดินทางไป เบื้องต้นได้ทราบจุดเสี่ยงในพื้นที่ จ.ระยอง ได้แก่โรงแรม ห้าง ซึ่งมีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว

Latest articles

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

“SAPPE” ฉีกตลาด Water Plus ส่ง ‘B’lue’ นวัตกรรมน้ำใสกลิ่นไอศกรีม

SAPPE เจ้าตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลของไทย เดินหน้าสร้างความแปลกใหม่ให้กับตลาดเครื่องดื่ม เปิดตัวนวัตกรรม ‘เครื่องดื่มวิตามินน้ำใสกลิ่นไอศกรีมเจ้าแรกในประเทศไทย’ ดึงเสน่ห์ความอร่อยและความทรงจำสุดพิเศษของ ‘ไอศกรีม’ มาสร้างสรรค์มัดใจคนรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Y และ Gen Z ส่ง 2 รสชาติใหม่

หัวเว่ย ดิจิทัล พาวเวอร์ เปิดตัวโซลูชันพลังงานอัจฉริยะสำหรับที่อยู่อาศัย

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด โดยกลุ่มธุรกิจ Huawei Digital Power ร่วมนำเสนอนวัตกรรมด้านพลังงานอัจฉริยะในงาน ASIA Sustainable Energy Week...

More like this