กรมการค้าภายใน เผยสำรวจ ความพอใจ มาตรการยาและเวชภัณฑ์

Published on

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เผยผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการกำกับดูแลยา เวชภัณฑ์ และค่าบริการรักษาพยาบาล พบว่า หน่วยงานเอกชนและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนส่วนใหญ่ ขานรับมาตรการดังกล่าว เพราะทำให้เกิดประโยชน์ในภาพรวมต่อทุกฝ่าย

นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จากการที่กรมฯ ได้ออกมาตรการกำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนแจ้งข้อมูลราคาซื้อและราคาจำหน่ายยา เวชภัณฑ์ และค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำมาเป็นฐานข้อมูลในการจัดทำ QR Code และให้โรงพยาบาลเอกชนติดตั้งภายในบริเวณโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาได้ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2562 ผ่านสมาร์ทโฟน และจากเว็บไซต์กรมการค้าภายใน (www.dit.go.th) และเพื่อจะทราบข้อคิดเห็น ความพึงพอใจ รวมถึงผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว กรมการค้าภายใน จึงได้ศึกษาและสำรวจความคิดเห็นประชาชนและหน่วยงานภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

การสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับผลมาตรการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อนำข้อมูลมาเป็นแนวทางปรับปรุงในการกำกับดูแลราคายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชน เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล และการใช้ระบบค้นหาและเปรียบเทียบราคายาในโรงพยาบาลเอกชน โดยสำรวจกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม ด้วยกัน ได้แก่ โรงพยาบาลเอกชน ผู้เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องในโรงพยาบาลเอกชน ผู้ประกอบการร้านขายยา และบริษัทประกันชีวิตและประกันภัย

ผลการสำรวจ พบว่า ภาคประชาชน เห็นว่าเป็นมาตรการที่เป็นประโยชน์มาก และให้ดำเนินการมาตรการนี้ต่อไปเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ภาคผู้ประกอบการทั้งกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน บริษัทประกันฯ มองว่าไม่ได้รับผลกระทบกับมาตรการนี้ และส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นมาตรการที่เป็นประโยชน์ และเห็นควรให้ดำเนินการมาตรการนี้ต่อไปเช่นกัน สำหรับการใช้บริการระบบค้นหาและเปรียบเทียบราคายาในโรงพยาบาลเอกชน ภาคประชาชนมีความพึงพอใจต่อการใช้บริการ โดยคะแนนค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.05 จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน

นอกจากนี้ในรายงานการสำรวจความคิดเห็นยังระบุถึงข้อเสนอแนะที่น่าสนใจจากกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อนำมาใช้ ประกอบการพิจารณามาตรการในอนาคต ได้แก่ ให้มีขยายการกำกับดูแลค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากราคายา ทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้จักและเข้าไปใช้งาน QR Code มากขึ้น และขยายผลให้ครอบคลุมรายการยามากขึ้น ในส่วนของการใช้งาน QR Code ส่วนใหญ่อยากให้ทางโรงพยาบาลเอกชนที่ไปใช้บริการมีการประชาสัมพันธ์และชี้แจงรายละเอียดให้มากขึ้น รวมถึงเพิ่มช่องทางในการเข้าถึง

เช่น จัดทำเป็นบาร์โค้ด เอกสาร โบว์ชัวร์ และจัดทำเนื้อหาเป็นภาษาไทยจะได้เข้าใจง่ายขึ้น นอกจากนี้ควรมีการออกใบรับรองให้กับโรงพยาบาล เพื่อสร้างความมั่นใจว่าโรงพยาบาลได้ปฏิบัติตามกระทรวงพาณิชย์แล้ว สำหรับกรณีมีการจำหน่ายราคาสูงควรมีการดำเนินการอย่างจริงจัง ในส่วนของการประเมินค่ารักษาเบื้องต้นของโรงพยาบาล อยากให้มีการกำหนดมาตรฐานราคายาของทุกโรงพยาบาลให้เป็นแบบเดียวกัน และการกำหนดบทลงโทษอย่างจริงจังหากมีการฝ่าฝืน

โดยผลการสำรวจในครั้งนี้กรมการค้าภายใน จะนำมาประกอบการพิจารณาในการกำกับดูแลต่อไป เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลในทุกภาคส่วน และเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลราคายา ค่ารักษาพยาบาลได้อย่างเท่าเทียมทุกภาคส่วน

อนึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการประสานกับกระทรวงสาธารณสุขเรื่องค่าบริการตรวจรักษาโรคโควิด 19 เพื่อให้เป็นมาตรฐานและมีความเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน

Latest articles

ใกล้ถึงฤดูระบาดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันด้วยวัคซีน เลือกได้ทั้งชนิดพ่นจมูกและชนิดฉีด

โรคไข้หวัดใหญ่ที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา จริง ๆ แล้วมีความรุนแรงกว่าที่คิด และสามารถลุกลามเป็นปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ และทำให้เสียชีวิตได้

PUMA X Pokémon คอลแลบคอลเล็กชัน ธีมแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

PUMA จับมือกับ Pokémon ฃวิชวลของแคมเปญที่เชื่อมโยงโลกของ Pokémon เข้ากับสปอร์ตแวร์สไตล์ของ PUMA สะท้อนความคอนทราสต์ระหว่าง Pokémon แห่งดวงอาทิตย์ Espeon และ Pokémon แห่งดวงจันทร์ Umbreon

วิริยะประกันภัย จับมือกลุ่มทิสโก้ สนับสนุนงานวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026”

เปิดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายใจภายในครอบครัว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังแห่งความรักและการแบ่งปันโอกาสสู่สังคม โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

วว. พัฒนา นวัตกรรม “โยเกิร์ตถั่วชิกพีพร้อมชง” ปฏิวัติอาหารฟังก์ชันไทย

ในยุคที่การดูแลสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงกระแสนิยม แต่กลายเป็นวิถีชีวิตหลักของผู้คนทั่วโลก การเฟ้นหาวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็น "อาหารฟังก์ชัน" (Functional Food) หรืออาหารที่ให้คุณประโยชน์มากกว่าคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐาน จึงเป็นโจทย์สำคัญที่นักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจ

More like this