TKN ชูกลยุทธ์ขยายตลาดเอเชีย เสริมฐานรายได้ส่งออก

Published on

บมจ. เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง หรือ TKN ย้ำแชมป์สมรภูมิสาหร่ายปรุงรส เปิดกลยุทธ์ปี 63 มุ่งขยายตลาดสาหร่ายทอดเต็มสูบ ควงพันธมิตร ‘โอริออน กรุ๊ป’ หันโฟกัสตลาดสาหร่ายทอด และออกผลิตภัณฑ์ใหม่นอกกลุ่มสาหร่าย หลังปี 62 ผลการดำเนินงานชะลอตัวจากการเปลี่ยนตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ในประเทศจีน

นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสาหร่ายทะเลแปรรูปทั้งในและต่างประเทศภายใต้ตราสินค้า “เถ้าแก่น้อย” รวมถึงขนมขบเคี้ยว และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า แผนดำเนินงานปี 2563 บริษัทฯ มีแผนขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลัก หลังได้แต่งตั้ง ‘โอริออน กรุ๊ป’ (Orion Group) เป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้ารายใหม่เพียงรายเดียวในประเทศจีน ตั้งแต่เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ที่มีขีดความสามารถการจัดจำหน่ายในประเทศจีนที่ครอบคลุมพื้นที่และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มากกว่ารายเดิม พร้อมกันนี้ยังมีแผนงานร่วมกัน เพื่อรุกขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชีย

ส่วนแผนดำเนินงานในประเทศ ได้มุ่งเน้นทำตลาดสินค้าสาหร่ายทอด ซึ่งเป็นพอร์ตรายได้หลักของบริษัทฯ เน้นการสร้างแบรนด์สินค้า พร้อมพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและรองรับตลาดสาหร่ายปรุงรสในไทยที่มีโอกาสขยายตัวต่อเนื่อง จากปีก่อนที่มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 3,000 ล้านบาท หลังอัตราการบริโภคสาหร่ายต่อหัวของไทยยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย

ล่าสุด บริษัทฯ ได้วางจำหน่ายสาหร่ายสูตร Low Sodium (โซเดียมต่ำ) ภายใต้แบรนด์ ‘Good day’ เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ ที่ลดปริมาณเกลือ 50% และผ่านกรรมวิธีการทอดด้วยน้ำมันรำข้าวแทนน้ำมันปาล์ม ซึ่งมีผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า จึงเชื่อมั่นว่า TKN จะรักษาความเป็นผู้นำตลาดสาหร่ายปรุงรสด้วยส่วนแบ่งกว่า 69% ไว้ได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับโอริออน เพื่อจัดจำหน่ายในประเทศ คือ ข้าวโพดอบกรอบรสซุปข้าวโพด “โคบุก” ซึ่งเป็นขนมที่เป็นที่นิยมในประเทศเกาหลี

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TKN กล่าวอีกว่า ผลการดำเนินงานปี 2562 มีรายได้รวม 5,297 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีรายได้รวม 5,461 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 361 ล้านบาท ชะลอตัวจากปีก่อน เนื่องจากมียอดขายที่ชะลอตัวในช่วงไตรมาส 2-3 ที่ผ่านมาแต่เริ่มมีกำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากราคาสาหร่ายใหม่ และมีการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์จากการปิดสายการผลิตสาหร่ายอบในสหรัฐอเมริกา โดยเปลี่ยนเป็นการจ้างผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายแทน เพื่อลดการขาดทุนจากบริษัทฯในเครือในปี 2563

ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ประชุมบอร์ดบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.26 บาท จากผลการดำเนินงานปี 2562 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 359 ล้านบาท โดยได้มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 จำนวน 0.11 บาท/หุ้น คงเหลือจ่ายปันผลจำนวน 0.15 บาท/หุ้น เพื่อนำเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้การให้สิทธิรับเงินปันผลของบริษัทฯ ยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 10 มีนาคม 2563 และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 8 พฤษภาคม 2563

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this