วธ. เปิดตัวโครงการพัฒนาการออกแบบเครื่องแต่งกายผ้า “ผ้าไทยใส่สบาย”

Published on

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ร่วมกับ 4 มหาวิทยาลัยภาคีเครือข่าย แถลงข่าวเปิดตัวโครงการพัฒนาการออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัย (Contemporary Fashion Competition) จัดการประกวดแข่งขันออกแบบตัดเย็บเครื่องแต่งกายที่ทำมาจากผ้าไทย ภายใต้แนวคิด “ผ้าไทยใส่สบาย” เพื่อให้ความสำคัญต่อการสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบเครื่องแต่งกาย

โดยเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา นักออกแบบเครื่องแต่งกาย และประชาชนทั่วไป นำผ้าไทยอันเป็นทุนทางวัฒนธรรม มาใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์ผลงาน ชิงเงินรางวัลรวม 160,000 บาท โดยได้รับเกียรติจากแฟชั่นดีไซน์เนอร์ผู้มีชื่อเสียงร่วมเป็นกรรมการตัดสิน อาทิ หิรัญกฤษฎิ์ ภัทรบริบูรณ์กุล , บัญชา ชูดวง , ชิร ภู่กาญจน์ , ทั้งนี้เปิดรับสมัครให้ผู้ที่สนใจส่งแฟ้มผลงานแบบร่าง (Sketch Design) มาได้ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2563

อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานงานแถลงข่าวได้กล่าวกว่า “กระทรวงวัฒนธรรมมีภารกิจหลักในการอนุรักษ์ สืบสานและสร้างสรรค์วัฒนธรรม โดยนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอด สร้างสรรค์ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และได้เล็งเห็นว่า “ผ้าไทย” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ ที่มีเรื่องเล่า อัตลักษณ์ความเป็นไทย แต่ละลวดลายล้วนมีศิลปะของแต่ละชุมชนท้องถิ่น การทำให้ผ้าไทย ซึ่งมีความหลากหลายทั้งชนิดของเส้นใย กรรมวิธีการผลิต สีสัน และลวดลาย ให้เป็นที่นิยมแก่ประชาชนชาวไทย นับเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งในการสืบสาน รักษา และต่อยอด มรดกทางวัฒนธรรม จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น

ทั้งนี้ผู้เข้าประกวดจะต้องนำผ้าไทย มาเป็นวัตถุดิบในการออกแบบตัดเย็บเครื่องแต่งกายภายใต้แนวคิด “ผ้าไทยใส่สบาย” เพื่อให้คนไทยได้เห็นว่า ผ้าไทยที่แท้จริงนั้น สามารถนำมาออกแบบให้เท่ห์ เก๋ ร่วมสมัย ที่วัยรุ่น และบุคคลทั่วไปก็สวมใส่ได้อย่างสบาย ผู้ส่งผลงานจะต้องใช้ผ้าที่ผลิตขึ้นโดยคนไทยในทุกภูมิภาคมาออกแบบจำนวน 1 คอลเลคชั่น (จำนวน 4 ชุด) โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยมีงบประมาณในการตัดเย็บชุดให้สำหรับผู้ผ่านเข้ารอบจำนวน 15 คน และเมื่อตัดเย็บแล้วเสร็จก็จะมีการตัดสินรางวัลและมีการแสดงผลงานในช่วงเดือนเมษายน 2563

และยังได้จับมือร่วมกับ 4 มหาวิทยาลัยภาคีเครือขาย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ , มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ร่วมกับ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและเผยแพร่กิจกรรมสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย สาขาการออกแบบเครื่องแต่งกาย เป็นระยะเวลา 1 ปี อีกด้วย”

บัญชา ชูดวง กล่าวเพิ่มเติมว่า “คนไทยบางส่วนยังมองว่าผ้าไทยเชยอยู่ เราจึงต้องพยายามนำผ้าไทยมาทำดีไซน์โดยการผสมผสาน เพื่อให้ได้รูปแบบเสื้อผ้าที่ร่วมสมัย ทำให้เจาะกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ให้สามารถเข้าใจผ้าไทยมากยิ่งขึ้นได้ ปัจจุบันนี้เห็นเด็กรุ่นใหม่สนใจผ้าไทยมากขึ้น การทำเทรนด์เราก็ต้องมองว่าเทรนด์ในเมืองไทยเป็นอย่างไร เราทำหน้าที่ในการสร้างสรรค์ และเปิดมุมมองให้เกิดไอเดียใหม่ๆ แสดงให้เห็นความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้คนไทยนำผ้าไทยมาใช้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประกวดแข่งขันโครงการฯ ติดต่อส่งแฟ้มผลงานมาที่ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม www.ocac.go.th หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02 209 3753 ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2563

Latest articles

KMA ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์เครื่องสำอางไทย ในงาน EVEANDBOY T-BEAUTY FEST

KMA Cosmetics ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางไทยที่ได้รับการรีวิวจาก KOL และ TikToker ชาวต่างชาติ และได้รับการคัดเลือกโดย EVEANDBOY (อีฟแอนด์บอย)

ใกล้ถึงฤดูระบาดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันด้วยวัคซีน เลือกได้ทั้งชนิดพ่นจมูกและชนิดฉีด

โรคไข้หวัดใหญ่ที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา จริง ๆ แล้วมีความรุนแรงกว่าที่คิด และสามารถลุกลามเป็นปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ และทำให้เสียชีวิตได้

PUMA X Pokémon คอลแลบคอลเล็กชัน ธีมแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

PUMA จับมือกับ Pokémon ฃวิชวลของแคมเปญที่เชื่อมโยงโลกของ Pokémon เข้ากับสปอร์ตแวร์สไตล์ของ PUMA สะท้อนความคอนทราสต์ระหว่าง Pokémon แห่งดวงอาทิตย์ Espeon และ Pokémon แห่งดวงจันทร์ Umbreon

วิริยะประกันภัย จับมือกลุ่มทิสโก้ สนับสนุนงานวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026”

เปิดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายใจภายในครอบครัว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังแห่งความรักและการแบ่งปันโอกาสสู่สังคม โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

More like this