โหลดแล้วอ่าน จิตวิทยาของการพนัน ในหนังสือ “เสพติดพนัน”

Published on

ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน – สสส. เปิดตัวหนังสือ “เสพติดพนัน: ความใหญ่โตของปัญหาและแนวทางแก้ไข” แนะติดพนันเป็นอาการป่วยต้องรักษา เสี่ยงฆ่าตัวตาย! ผลวิจัยสหรัฐฯชี้คนติดพนัน 1 คน สร้างผลกระทบให้คนใกล้ตัว 10-17 คน

ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาวิชาการพร้อมเปิดตัวหนังสือ “เสพติดพนัน: ความใหญ่โตของปัญหาและแนวทางแก้ไข” โดยมีนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ ประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางกลุ่มแผนงานลดปัญหาจากการพนัน สสส. เป็นประธานพิธีเปิด

รศ.วิทยากร เชียงกูล เจ้าของผลงานวิจัยและหนังสือ “เสพติดพนัน : ความใหญ่โตของปัญหาและแนวทางแก้ไข” เปิดเผยว่า หนังสือดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยหวังให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงปัญหาจากการพนัน โดยผลการวิจัยภายในเล่มพบว่า ผลกระทบของการติดพนันมีทั้งต่อด้านสุขภาพกายใจ เศรษฐกิจและสังคม อาทิ ขาดประสิทธิภาพในการเรียน ทำงาน ปัญหาด้านการเงิน ปัญหาความสัมพันธ์กับครอบครัว ปัญหายักยอก ฉ้อโกง อาชญากรรม รวมไปถึงปัญหาที่เชื่อมโยงไปสู่ปัญหาอื่นๆ เช่น ติดสุราและสารเสพติดอื่นๆ มีการวิจัยระบุว่า คนเสพติดการพนันจะมีนิโคตินในร่างกายมากกว่าคนทั่วไป ซึ่งการเสพติดซ้ำซ้อนจะทำให้การแก้ปัญหายุ่งยากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังพบว่าคนติดพนันเป็นโรคซึมเศร้าแบบขั้วเดียวถึง 70% และความผิดปกติด้านอารมณ์รุนแรงสลับไปมา 2 ขั้ว 30% ผลเสียหายอย่างหนักคือการคิดฆ่าตัวตายและพยายามฆ่าตัวตาย โดยราว 17-24% ของคนติดพนันอย่างหนักมีการพยายามฆ่าตัวตายครั้งหนึ่งในชีวิต ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นทันทีหลังจากเล่นสูญเสียเงินจำนวนมาก ส่วนกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงต่อการติดพนันมากสุดคือวัยรุ่น โดยมีสัดส่วนเล่นและติดพนันต่อประชากรวัยเดียวกันประมาณ 4-8% สูงกว่าประชากรวัยผู้ใหญ่ 1-2 เท่าตัว

“แนวทางการป้องกันในหมู่เด็กเยาวชน เช่น การใช้สื่อต่างๆ การสัมมนาพูดคุยให้เข้าใจเรื่องความเสี่ยงที่มาจากการเล่นพนัน โอกาสจะชนะมีความเป็นไปได้น้อยมาก รวมทั้งส่งเสริมพัฒนาจิตวิทยาทางบวก สร้างความเข้มแข็ง รู้จักดูแลควบคุมความคิด จิตใจ อารมณ์ แก้ปัญหาเป็น และให้คำปรึกษาโดยนักบำบัด ศูนย์ให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์หรือออนไลน์ บำบัดเยียวยาโดยนักจิตวิทยา บำบัดแนวพฤติกรรมการรู้คิด (Cognitive Behavioral Therapy) ช่วยเปลี่ยนแปลงแนวคิดการรับรู้ที่บิดเบือน เป็นการคิดอย่างมีเหตุผลและสมจริง” รศ.วิทยากร กล่าว

รศ.วิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบการพนันแห่งชาติของสหรัฐฯเผยความเสียหายทางด้านการเงิน ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย และสูญเสียผลผลิตจากการทำงานของชาวอเมริกันที่ติดพนัน มีมูลค่าราว 5,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปี และคนติดการพนันแต่ละคนสร้างผลกระทบให้กับครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อน ราว 10-17 คน  ส่วนการแก้ปัญหาในระดับประเทศนั้น ไทยควรมีการตั้งสถาบันเพื่อวิจัยเผยแพร่ความรู้ในทางป้องกันและเยียวยาปัญหาการเสพติดการพนัน ที่สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึง  เนื่องจากปัญหาของคนติดพนันคือ มักไม่รู้ตัว ไม่ยอมรับและปกปิดครอบครัว เมื่อเกิดปัญหาหนักแล้วจึงจะยอมรับและยอมเข้าสู่การบำบัด ซึ่งโดยทั่วไปผู้เข้ารับการบำบัดมีโอกาสได้รับการฟื้นฟู ลด หรือ เลิกเล่นการพนันได้

สามารถติดตามอ่านหนังสือฉบับเต็มได้ทาง http://www.gamblingstudyth.org/document_book/159/1/1/gambling-addiction/

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this