คนไทยเปิดรับ OTT ยอมรับโฆษณา ถ้าจ่ายน้อยลง

Published on

ไบรท์โคฟ อิงค์ (Brightcove Inc.) (NASDAQ: BCOV) ผู้นำด้านการให้บริการคลาวด์สำหรับวิดีโอ เผยแพร่งานวิจัยหัวข้อ Asia OTT Research Report 2019 ซึ่งเป็นการศึกษาตลาด OTT TV ในภูมิภาคเอเชียประจำปี ที่ทำขึ้นร่วมกับพันธมิตรด้านการวิจัยอย่างยูกอฟ (YouGov) บริษัทด้านการสำรวจข้อมูลและความคิดเห็นสาธารณะระดับโลก

สิ่งที่น่าสนใจ คือผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 70% พร้อมเปิดรับบริการ subscription video on-demand (SVOD) ที่มาพร้อมโฆษณาในราคาค่าธรรมเนียมที่ถูกลดลง

การสำรวจความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถาม 9,000 คน ครอบคลุมทั้ง 9 ประเทศในเอเชีย รวมถึงผู้บริโภคจำนวน 1,000 คนจากประเทศไทย โดยแบบสำรวจได้ถูกออกแบบมาให้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อบริการ OTT ตั้งแต่ระดับของการสมัครสมาชิก แรงจูงใจในการสมัครสมาชิก ราคาที่ผู้บริโภคยินดีจ่าย ความอดทนต่อการโฆษณาและการสมัครสมาชิกบริการแบบมีโฆษณา ไปจนถึงการเปิดรับประสบการณ์การใช้งานโทรทัศน์ที่ชวนจับจ่าย

ในประเทศไทย ผลสำรวจค้นพบข้อมูลสำคัญที่น่าสนใจ อาทิ
• ผู้ตอบแบบสำรวจ 40% กล่าวว่า พวกเขาอาจยอมรับแพคเกจสมาชิกรายเดือนที่มีราคาถูกลงโดยมีโฆษณาอยู่ด้วยตามราคา ขณะที่ 38% ระบุว่าพวกเขาจะลงทะเบียนอย่างแน่นอน แสดงให้เห็นว่าตลาดโฆษณา OTT มีศักยภาพ จากผู้ตอบแบบสำรวจถึง 78% ที่ชื่นชอบตัวเลือกนี้
• ผู้ตอบแบบสำรวจ 59% ที่อยู่ในสถานะ ‘หมดอายุการใช้งาน’ แต่กำลังวางแผนที่จะสมัครใช้บริการ OTT อีกครั้งในอนาคต
• 3 เหตุผลหลัก ในการสมัครรับบริการ OTT หลายครั้ง ได้แก่ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านเนื้อหาสำหรับครอบครัว (45%) การทดลองใช้งานฟรีและโปรโมชั่น (44%) และราคาถูกกว่า payTV (34%)
• ผู้ตอบแบบสำรวจในไทย 25% ระบุว่ารับได้กับการมีโฆษณา 1 ชิ้นเข้ามาคั่นระหว่างพักรายการ ในขณะที่อีก 18% ยอมให้มีการโฆษณาคั่นรายการได้ 1-2 ชิ้น
• เสียงตอบรับหากสามารถซื้อสินค้าที่ปรากฎบนหน้าจอทีวีได้ ผู้ตอบแบบสำรวจ 72% ระบุว่ารับได้กับแนวคิดในการซื้อของผ่านจอทีวี

นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจในไทย 26% ไม่ต้องการเสียเงินแต่ยอมดูโฆษณาเพื่อแลกกับการบริโภคเนื้อหา ในขณะที่ 25% เลือกจ่ายค่าธรรมเนียมในราคาลดลงและยอมเห็นโฆษณาในจำนวนจำกัด และ 17% ระบุว่าเต็มใจที่จะจ่ายค่าธรรมเนียมสูงขึ้นเพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นโฆษณาเลย
สำหรับจำนวนเงินที่ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายสำหรับบริการ OTT ผู้ตอบแบบสำรวจ 33% ระบุว่าพวกเขายินดีจ่ายเงินในจำนวนที่น้อยกว่า 1 ดอลลาร์/เดือน ขณะที่ 25% ยอมจ่าย 1-4 ดอลลาร์/เดือน และ 38% ระบุว่าพวกเขาสามารถจ่ายค่าบริการได้ตั้งแต่ 5-20 ดอลลาร์/ต่อเดือน

ฟีเจอร์ 3 อันดับแรกของบริการ OTT ที่ผู้ตอบแบบสำรวจในไทยต้องการให้มีมากที่สุด ได้แก่ สามารถเข้าถึงได้บนโทรศัพท์มือถือ (42%) สามารถดาวน์โหลดมาดูแบบออฟไลน์ได้ (38%) และสามารถเข้าถึงผ่านแอป Apple TV, Android TV หรือ Smart TV ได้ (37%)

เกรก อาร์มชอว์ หัวหน้าฝ่ายขายประจำทวีปเอเชียของไบรท์โคฟ กล่าวว่า ผลวิจัยแสดงให้เห็นว่าคนไทยมีทางเลือกในการรับบริการ OTT มากกว่าประเทศอื่นๆ ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ตอบแบบสำรวจอีก 17% ที่มองว่ามีคอนเทนต์ทีวีออนไลน์ไม่เพียงพอ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผู้ให้บริการ OTT ควรมุ่งไปที่การตอบสนองฐานผู้ใช้ที่มีขนาดใหญ่พอเพื่อจะให้ได้กำไร เพราะความสามารถในการทำกำไรของ OTT นั้นต้องอาศัยการขับเคลื่อนด้วยการจับกลุ่มลูกค้าที่มีมูลค่ามากที่สุด ผ่านการนำเสนอให้คอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูงในราคาต่ำและสามารถรับชมได้อย่างไม่สะดุด

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเฉพาะภูมิภาค สามารถดูภาพรวมตลาด OTT ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของไบรท์โคฟได้ที่ https://files.brightcove.com/bc-ig-OTT-market-snapshot-se-asia.pdf และสามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่ www.brightcove.com/ottasia2019

Latest articles

ไทยช่วยไทย พลัส เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า ลดสูงสุด 86% ตลอดเดือนพฤษภาคม

พาณิชย์ลดค่าครองชีพประชาชน “Back To School 2026” (เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า) ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองและนักเรียนทั่วประเทศ

J-Beauty มั่นใจตลาดความงามเมืองไทย Drip Tune สกินแคร์ญี่ปุ่น พร้อมบุกตลาดไทย  

found & found บิวตี้เดสติเนชันด้านสุขภาพและความงามจากญี่ปุ่น–เกาหลี จับมือกับ Sugi Holdings ส่งมอบ “Drip Tune” แบรนด์สกินแคร์ญี่ปุ่นระดับพรีเมียมเข้าทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

ยูดี ทรัคส์ เปิดตัวรถบรรทุก Quester MY2026 ชูจุดเด่นประหยัดน้ำมัน รับมือต้นทุนพลังงานผันผวน

ยูดี ทรัคส์ ประเทศไทย เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นในตลาดอย่างต่อเนื่อง จัดงานเปิดตัวรถบรรทุกรุ่นใหม่ Quester MY2026 โดยชูจุดเด่นเครื่องยนต์ขนาด 8 ลิตร 350 แรงม้า พร้อมเกียร์ ESCOT...

ทีทีบี ได้รับการอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเป็น 35,000 ล้านบาท ครอบคลุม 4 ปี

ทีทีบี ได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในการขยายโครงการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเป็น 35,000 ล้านบาท ครอบคลุม 4 ปี (ปี 2568 - 2571) พร้อมประกาศแผนซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 4 เพื่อรับมือกับความผันผวนในตลาดหุ้น

More like this