ผลสำรวจคนไทยพอใจ สพฉ. แนะปรับอีกนิด 1669 โทรติดง่ายขึ้น

Published on

สพฉ. จับมือ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดทำโครงการสำรวจการรับรู้และความพึงพอใจของผู้ใช้บริการระบบการแพทย์ฉุกเฉิน พบประชาชนพึงพอใจมากกว่าร้อยละ 80  พร้อมแนะพัฒนาระบบการรับสายด่วน ฉุกเฉิน 1669 ให้มีความสั้น กระชับ แม่นยำ

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)  ร่วมกับ  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดทำโครงการสำรวจ การรับรู้และความพึงพอใจของผู้ใช้บริการต่อระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (Survey of recognition and satisfaction for national emergency medicine service users )  โดยทำการสำรวจ  ประชาชนกลุ่มตัวอย่าง 1,200  คน   จากผู้ที่ใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉินทั่วประเทศ ใน  3 เรื่องสำคัญ  คือ  1.การโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 1669  2. การบริการ ณ จุดเกิดเหตุและบนรถกู้ชีพ  และ 3.  การบริการ ณ สถานพยาบาลที่รถกู้ชีพนำส่ง

เรืออากาศเอกนายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการ สพฉ. ระบุว่า  จากเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551  มุ่งเน้นให้ผู้ป่วยฉุกเฉินจำเป็นต้องได้รับการประเมินและการรักษาอย่างทันท่วงที ทั่วถึง เท่าเทียม และได้มาตรฐาน  โดยที่ผ่านมาการปฏิบัติการทางการแพทย์ฉุกเฉิน ได้เพิ่มจำนวนขึ้น ดังจะเห็นได้จากจำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินที่มาด้วยระบบการแพทย์ฉุกเฉินเพิ่มขึ้นทุกปี กว่า 1.5 ล้านครั้ง โดยช่องทางที่รับแจ้งเหตุมากที่สุด คือ ผ่านสายด่วนฉุกเฉิน 1669 คิดเป็นร้อยละ 77.92  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยฉุกเฉินเร่งด่วน (สีเหลือง)  รองลงมาเป็นระดับความฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง)  ดังนั้นเพื่อเพิ่มความพึงพอใจในการให้บริการ จึงได้มีการจัดทำโครงการวิจัยเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงระบบ

ทั้งนี้จากผลการสำรวจที่ จุดบริการแจ้งเหตุผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 1669  พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีระดับความพึงพอใจมากที่สุดในทุกเรื่อง ทั้งการโทรแจ้งเหตุที่ง่ายและรวดเร็ว , ขั้นตอนการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประสบเหตุ  อัธยาศัย ความสุภาพ การพูดจาของผู้ให้บริการ  และการให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาช่วยเหลือเบื้องต้น  โดยมีระดับความพึงพอใจเฉลี่ยในระดับมากที่สุด คิดเป็น 86.80%

ส่วนผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการต่อระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ จุดเกิดเหตุและบริการบนรถพยาบาลฉุกเฉิน  ผลสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีระดับความพึงพอใจมากที่สุดในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้อง คือ ความรวดเร็วในการมาถึงสถานที่เกิดเหตุ, ขั้นตอนการปฐมพยาบาลผู้ประสบเหตุรวดเร็ว มีความเป็นมืออาชีพ, ตัวรถกู้ชีพอยู่ในสภาพที่พร้อมให้บริการ, วัสดุอุปกรณ์บนรถกู้ชีพมีความพร้อมสำหรับการให้บริการ, ผู้ให้บริการบนรถพยาบาลฉุกเฉินมีความเชี่ยวชาญ และความน่าเชื่อถือ, ผู้ให้บริการมีความสุภาพ อัธยาศัยดี, ผู้ให้บริการบริการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่เรียกรับผลประโยชน์ใดๆ, ผู้ให้บริการมีการให้ข้อมูล คำแนะนำและการให้คำปรึกษา โดยมีระดับความพึงพอใจเฉลี่ยในระดับมากที่สุด คิดเป็น 89.27%

ขณะที่ผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้บริการต่อระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ ห้องฉุกเฉินของสถานพยาบาล  ผลสำรวจพบว่า ในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง คือ ผู้ให้บริการมีความสุภาพ อัธยาศัยดี, อุปกรณ์ในห้องฉุกเฉินมีความพร้อมในการให้บริการ ระดับความพึงพอใจในระดับมากที่สุด และในหัวข้อความรวดเร็วในการรับผู้ป่วยเมื่อมาถึงห้องฉุกเฉิน, ผู้ให้บริการมีการให้คำแนะนำในการดูแลตนเองหรือการดูแลผู้ประสบเหตุก่อนออกจากห้องฉุกเฉิน ระดับความพึงพอใจในระดับมาก  โดยมีระดับความพึงพอใจเฉลี่ยในระดับมาก  คิดเป็น 83.84%

เลขาธิการ สพฉ.  ยังระบุถึงผลการสำรวจ ด้านการรับรู้ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งสะท้อนการรับรู้ของประชาชน ในเรื่องความรู้เบื้องต้นในการดูแลตนเองและผู้อื่น เช่น การขอความช่วยเหลือ การอำนวยความสะดวกต่อการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ผลการสำรวจพบว่าในเรื่องสิทธิ การขอความช่วยเหลือและการอำนวยความสะดวกต่อการให้บริการ ค่าเฉลี่ยการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมายในอยู่ที่ 60.69%  ส่วนเรื่องความรู้เบื้องต้นในการดูแลตนเองและผู้อื่น ค่าเฉลี่ยการรับรู้ อยู่ที่ 57.55%  และความเข้าใจสิทธิและการบริการจากอาการฉุกเฉินวิกฤติ (UCEP) ค่าเฉลี่ยการรับรู้ของกลุ่มเป้าหมายในอยู่ที่ 81.85%

นอกจากนี้ประชาชนยังมีข้อเสนอเรื่องการ  ปรับปรุงระบบคู่สายของสายด่วนฉุกเฉิน 1669 ให้สามารถรองรับได้ดียิ่งขึ้น ลดปัญหาการโทรติดยาก พร้อมทั้งพัฒนาระบบการรับสายให้มีความสั้นกระชับและสามารถระบุถึงสถานที่ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะส่งผลต่อระยะเวลาที่รวดเร็วและความถูกต้องของสถานที่เมื่อรถปฏิบัติงานลงพื้นที่จริง ควรมีการทบทวนความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการลงพื้นที่ และเพิ่มเติมเรื่องทักษะในการสื่อสารเพื่อความเข้าใจอันดีในระหว่างการบริการ   ส่วนด้านอุปกรณ์และยานพาหนะควรตรวจสอบความพร้อมและความสมบูรณ์เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง  เพื่อให้เกิดมาตรฐานที่ประชาชนผู้รับบริการจะเกิดความพึงพอใจสูงสุด

 

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

GO HOTEL ศรีราชา พาลูกรักสี่ขาเข้าพักฟรี! ลัดเลาะเที่ยวฟิน ชิมร้านดัง น้อง ๆ เข้าได้

GO HOTEL ชวนลูกรักสี่ขาออกไปท่องโลกกว้างร่วมกันโดยไม่ต้องทิ้งใครไว้เหงาๆ ที่บ้านและเข้าพักฟรี! แท็กทีมกับ The1 มอบสิทธิ์ใช้คะแนนสะสมแลกรับส่วนลดห้องพักสุดคุ้ม พาน้องๆ ไปปักหมุดกินเที่ยวฟินกับร้านอาหารและคาเฟ่ Pet-Friendly

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

More like this