ยาต้าน HIV ทางเลือกของเพศสัมพันธ์บนความเสี่ยง

Published on

ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป เด็กและเยาวชนใช้เวลานอกบ้านมากขึ้นกว่าแต่ก่อน อีกทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงาน รวมทั้งโลกดิจิทัลที่ทำให้ผู้คนเข้าถึงกันได้มากขึ้น ส่งผลให้ปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ในเด็กและเยาวชนยังอยู่ในระดับที่น่าห่วง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.วินัย รัตนสุวรรณ

รายงานล่าสุดระบุว่า ปัจจุบันจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่มีอายุโดยเฉลี่ยน้อยลง โดยส่วนมากพบในกลุ่มคนที่อยู่ในวัยเรียนและวัยทำงานต้น ๆ1 ซึ่งหลายคนในกลุ่มเหล่านี้ยังไม่เคยตรวจหาว่ามีการติดเชื้อและไม่ทราบว่าตนเองได้รับเชื้อแล้ว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.วินัย รัตนสุวรรณ สาขาวิชาโรคติดเชื้อและภูมิคุ้มกันบกพร่อง ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และนายกสมาคมโรคเอดส์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “สาเหตุของการติดเชื้อเอชไอวีที่พบบ่อยในกลุ่มวัยรุ่น คือ การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน ซึ่งเด็กวัยรุ่นที่ติดเชื้อส่วนมากมีความรู้เรื่องนี้อยู่แล้วว่า การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการได้รับเชื้อเอชไอวี แต่หลายคนก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่บนความประมาทและได้รับเชื้อมา ผู้ปกครอง หรือญาติผู้ใหญ่ที่มีลูกหลานที่อยู่ในวัยเสี่ยงต้องคอยย้ำเตือนให้พวกเขาป้องกันและตระหนักถึงเรื่องนี้

”สถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทยแม้จะไม่เลวร้ายหากเทียบกับเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ยังเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วง เพราะมีผู้ได้รับเชื้อรายใหม่ทุกปี เฉลี่ยปีละประมาณ 5,000-6,000 คนต่อปี (หรือเฉลี่ยคือวันละ 17 คน) เนื่องจากเป็นโรคที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่ผู้ป่วยจะต้องกินยาตลอดชีวิต หากหยุดกินเชื้อไวรัสก็จะกลับมาแบ่งตัวและแพร่เชื้อสู้ผู้อื่นได้”

ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล

ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า “วิธีป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ดีที่สุดคือ การใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ มีการแนะนำให้ใช้ยาต้านเอชไอวีสำหรับป้องกันการติดเชื้อหากมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง ประกอบด้วย ยา 2 ประเภท คือ PrEP (pre-exposure prophylaxis) และ PEP (post-exposure prophylaxis)”

Prep คือการใช้ยาต้านเอชไอวีสำหรับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อเอชไอวีแต่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ เช่น ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ชายหรือหญิงที่ทำงานบริการทางเพศ การไม่ใช้ถุงยางอนามัยเป็นประจำ มีคู่นอนที่เชื้อเอชไอวีโดยเฉพาะที่ยังไม่ได้รับการรักษา เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และใช้ยาเสพติดชนิดฉีดและใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น เป็นต้น อย่างไรก็ตามผู้ที่จะใช้ยาป้องกันแบบ PrEP นี้จะต้องกินยาทุกวัน มาพบแพทย์และเจาะเลือดตามนัด รวมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

PEP คือการใช้ยาต้านเอชไอวีสำหรับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อเอชไอวีที่สงสัยว่าตนอาจได้รับเชื้อเอชไอวี หรือมีภาวะเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ถูกล่วงละเมิดทางเพศ มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันกับคนแปลกหน้า เกิดอุบัติเหตุจากอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงยางรั่ว หรือถุงยางหลุดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ โดนเข็มตำ โดนมีดบาดและสัมผัสเลือดจากของบุคคลอื่นที่ไม่ทราบผลเลือด ปรึกษาเรื่องการใช้ยาป้องกันชนิด PEP นี้กับแพทย์โดยทันที

ภก. วีรวัฒน์ มีแก้ว

ผศ. นพ.วินัย ยังกล่าวว่า ทั้งนี้ ผู้ที่กินยาป้องกันจะต้องตระหนักว่ายาสามารถป้องกันได้แค่การติดเชื้อเอชไอวี แต่ไม่สามารถป้องกันการความเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส หนองใน หนองในเทียม หรือการตั้งครรภ์ เป็นต้น ปัจจุบันมีการพัฒนาวิธีการรักษาและยาต้านเอชไอวีทำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารมีชีวิตอยู่ได้นานยิ่งขึ้น และสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนกับคนปกติทั่วไป อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยเหล่านี้จะต้องกินอย่าให้ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอไปตลอด

ภก. วีรวัฒน์ มีแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และการเข้าถึงยา บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน ด้วยการวิจัยและพัฒนายาต่าง ๆ รวมถึงยาต้านเอชไอวี โดยเราได้ตระหนักถึงสถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น เราจึงอยากช่วยให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถเข้าถึงการรักษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้เรากำลังพัฒนาวัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งอยู่ในการศึกษาวิจัยระยะที่ 2 ในประเทศไทยอีกด้วย”

ศ. พญ. ศศิโสภิณ กล่าวเสริมว่า “การติดเชื้อเอชไอวี เป็นโรคที่ใช้เวลาในการดำเนินโรคยาว ผู้ที่ติดเชื้อระยะแรกจะไม่มีอาการ จึงทำให้หลายคนไม่รู้ว่าตนได้รับเชื้อและสามารถแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นได้ ซึ่งวิธีเดียวที่สามารถตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีได้คือ การตรวจเลือดเท่านั้น โดยจะตรวจได้หลังจากมีพฤติกรรมเสี่ยง 2 สัปดาห์ขึ้นไปจากการตรวจเลือดวิธีทั่วไป หากสงสัยว่าตนอาจได้รับเชื้อควรรีบปรึกษาแพทย์โดยทันที ปัจจุบันสามารถตรวจได้ที่โรงพยาบาลต่าง ๆ สำหรับบุคคลที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี ก็สามารถตรวจได้โดยไม่ต้องมีผู้ปกครองรับรอง หรือสามารถโทรปรึกษาสายด่วนที่หมายเลข 1663”

1 อ้างอิง: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

Latest articles

Spotify ขับเคลื่อน Courtside Culture ในประเทศไทย

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนเพลย์ลิสต์ออกกำลังกายที่ผู้ฟังชาวไทยสร้างบน Spotify เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Courtside Culture ตั้งแต่กีฬาเทนนิสไปจนถึงพาเดล ผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้ Spotify เป็นส่วนหนึ่งในการเติมพลังทุกการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการวอร์มอัป ระหว่างแข่งขัน หรือคูลดาวน์เพื่อฟื้นฟูร่างกายหลังจบเกม

ออริจิ้น ประกาศร่วมทุน Hotel101 (HBNB) บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq

ออริจิ้น ผนึก Hotel101 Global (HBNB) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq ใน New York ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาโรงแรม Hotel 101 Bangkok ทำเลยุทธศาสตร์ใหม่ย่านดอนเมือง พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเดินทางที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

แกร็บฟู้ด เผยคนไทยแห่ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สร้างยอดเดลิเวอรีทะลุ 500 ล้านบาทในครึ่งเดือน

แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน

More like this