ลดเค็ม ลดโรค ลดอัตราการเสียชีวิต

Published on

รายงานระบุ 1 ใน 4 ของคนไทยความดันสูง จากการกินโซเดียมสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 2 เท่า WHO แนะมาตรการลดเค็มเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าได้ผลคืนกลับถึง 12 เท่า ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาต่อปีถึง 98,976 ล้านบาท

ดร.แดเนียล เคอร์เทส ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า  มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าการบริโภคเกลือหรือโซเดียมที่มากเกินไปนั้นเป็นจะเพิ่มระดับความดันโลหิต เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดโรคหัวใจ เสียชีวิตก่อนวัยอันควร และยังทำให้เกิดโรคไต กระดูกเปราะ และมะเร็งกระเพาะอาหาร แนะนำให้ควรบริโภคเกลือไม่ให้เกิน 5 กรัม (1 ช้อนชา) ต่อวัน หรือโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม หรือไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวัน หากลดการบริโภคโซเดียมได้ทั่วโลกในระดับที่แนะนำ จะสามารถป้องกันการเสียชีวิตได้กว่า 2.5 ล้านคน/ปี และยังให้ผลตอบแทนในการลงทุนถึง 12 เท่า เพราะทุก 1 ดอลลาร์ที่ลงทุนในการลดโซเดียมจะได้ผลตอบแทนคืนกลับ 12 ดอลลาร์

“คนไทยโดยเฉลี่ยบริโภคโซเดียม 4,300 มิลลิกรัม/วัน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 2 เท่า เป็นผลให้ 1 ใน 4 ของคนไทยมีภาวะความดันโลหิตสูง รัฐบาลจึงตั้งเป้าหมายให้คนไทยลดการบริโภคโซเดียมลง 30% ภายในปี 2568 โดยกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เครือข่ายลดการบริโภคเค็ม สสส. รวมถึงสถาบันวิจัย กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มผู้บริโภค จึงมีข้อเรียกร้องให้ดำเนินการในทางปฏิบัติคือ ในกลุ่มผู้บริโภคสามารถลดปริมาณโซเดียมได้ด้วยการไม่เติมหรือลดเครื่องปรุงระหว่างการปรุงอาหารหรือบนโต๊ะอาหาร จำกัดปริมาณการบริโภคขนมขบเคี้ยวที่มีโซเดียมสูง เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีโซเดียมต่ำเมื่อต้องรับประทานอาหารนอกบ้านหรืออาหารสำเร็จรูป ในกลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงร้านอาหารต้องมีความรับผิดชอบโดยลดปริมาณโซเดียมลง เพื่อสุขภาพที่ดีของประชากรร่วมกัน” ดร.แดเนียล กล่าว

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และเครือข่ายลดการบริโภคเค็ม ร่วมส่งเสริมฉลากทางเลือกสุขภาพ สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดการบริโภคโซเดียมในโรงพยาบาล องค์กรสถานประกอบการและในชุมชน ด้วยการไม่เติมและไม่วางเครื่องปรุงบนโต๊ะอาหาร การส่งเสริมนวัตกรรมน้ำปลาลดโซเดียม เครื่องวัดปริมาณความเค็มของอาหาร รวมถึงการสร้างความตระหนักผ่านการสื่อสารรณรงค์ในสังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่มักปรุงรสจัดถึงจะรู้สึกว่าอร่อย โดยไม่รู้ตัวว่าเสี่ยงต่อโรค ดังนั้นผู้บริโภคสามารถปรับพฤติกรรมลดการบริโภคเค็มลงได้ด้วยการลดปริมาณโซเดียมลงทีละ 5-10%

นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดการบริโภคเค็ม กล่าวว่า มาตรการลดการบริโภคโซเดียมในประเทศไทย ได้ดำเนินการใน 4 มาตรการสำคัญซึ่งตรงกับกลยุทธ์ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ คือ 1. ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อปรับสูตรลดปริมาณโซเดียมในผลิตภัณฑ์อาหาร 2. การติดฉลากแสดงปริมาณโซเดียมเพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภค 3.การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมให้ประชาชนได้กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และ 4.การรณรงค์ให้ความรู้ ซึ่งจากการศึกษาประสิทธิภาพและความคุ้มทุนทางเศรษฐศาสตร์ของมาตรการลดโซเดียมในประเทศไทย โดยสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ในปี 2561 พบว่า มาตรการที่สามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้มากที่สุด คือความร่วมมือจากภาคอุตสาหกรรมเพื่อปรับสูตรลดปริมาณโซเดียมในผลิตภัณฑ์อาหาร โดยใช้มาตรการทางภาษีและราคา ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลที่แต่ละปีมีการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากพฤติกรรมติดเค็มถึง 98,976 ล้านบาทต่อปี

Latest articles

KMA ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์เครื่องสำอางไทย ในงาน EVEANDBOY T-BEAUTY FEST

KMA Cosmetics ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางไทยที่ได้รับการรีวิวจาก KOL และ TikToker ชาวต่างชาติ และได้รับการคัดเลือกโดย EVEANDBOY (อีฟแอนด์บอย)

ใกล้ถึงฤดูระบาดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันด้วยวัคซีน เลือกได้ทั้งชนิดพ่นจมูกและชนิดฉีด

โรคไข้หวัดใหญ่ที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา จริง ๆ แล้วมีความรุนแรงกว่าที่คิด และสามารถลุกลามเป็นปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ และทำให้เสียชีวิตได้

PUMA X Pokémon คอลแลบคอลเล็กชัน ธีมแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

PUMA จับมือกับ Pokémon ฃวิชวลของแคมเปญที่เชื่อมโยงโลกของ Pokémon เข้ากับสปอร์ตแวร์สไตล์ของ PUMA สะท้อนความคอนทราสต์ระหว่าง Pokémon แห่งดวงอาทิตย์ Espeon และ Pokémon แห่งดวงจันทร์ Umbreon

วิริยะประกันภัย จับมือกลุ่มทิสโก้ สนับสนุนงานวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026”

เปิดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายใจภายในครอบครัว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังแห่งความรักและการแบ่งปันโอกาสสู่สังคม โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

More like this