เลี่ยงลูกโป่งอัดไฮโดรเจน เตือน! ไวไฟมาก

Published on

ลูกโป่งเป็นสีสันแห่งความสุขสนุกสนานคู่กับทุกเทศกาล โดยเฉพาะในวันเด็ก ซึ่งจะมีลูกโป่งประดับประดาหรือแจกให้กับหนูๆ ภายในงาน ซึ่งทราบไหมว่า เจ้าตัวแทนความสุขที่ล่องลอยอยู่ในอากาศนี้ อาจสร้างอันตรายให้กับเด็กๆ ได้ นั่นคือ ลูกโป่งอัดไฮโดรเจนซึ่งเป็นแก๊สที่นิยมใช้ในการอัดลูกโป่งให้ลอยได้ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส แต่ไวไฟมาก  

นายแพทย์สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย  อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวเหตุการณ์ลูกโป่งอัดแก๊สระเบิดในรถ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟไหม้ตามร่างกายนั้น  จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีการเสียบโทรศัพท์มือถือในรถ และมีลูกโป่งอยู่ภายในรถด้วย ซึ่งอาจเป็นลูกโป่งที่บรรจุด้วยแก๊สไฮโดรเจน (เป็นแก๊สที่ไวต่อประกายไฟ) โดยลูกโป่งอาจจะรั่ว ทำให้กลุ่มแก็สลอยอยู่ภายในห้องโดยสารของรถยนต์ เมื่อดึงสายชาร์จอาจทำให้สปาร์คและเกิดการระเบิดได้

ที่ผ่านมาก็มีเหตุระเบิดจากลูกโป่งอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากแก๊สที่บรรจุเข้าไปในลูกโป่งนั้นคือแก๊สไฮโดรเจน ที่มีความไวไฟสูง ติดไฟง่ายเมื่อกระทบกับความร้อนหรือประกายไฟ ทำให้เกิดการระเบิดได้  สำหรับลูกโป่งที่ขายในประเทศไทยโดยทั่วไป พบบรรจุแก๊สอยู่ 2 ชนิด คือ ไฮโดรเจน และฮีเลียม ความแตกต่างของแก๊ส 2 ชนิดนี้ คือ แก๊สไฮโดรเจนมีความไวไฟสูง ส่วนแก๊สฮีเลียมเป็นแก๊สเฉื่อย ไม่ติดไฟ  แต่หากจำเป็นต้องใช้แก๊สไฮโดรเจน   ควรเพิ่มความระมัดระวังในการบรรจุและมีการติดป้ายเตือนทุกครั้ง  ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ประกาศให้ลูกโป่งบรรจุแก๊สไฮโดรเจนเป็นสินค้าควบคุมฉลาก ผู้จำหน่ายต้องติดคำเตือน “ห้ามนำเข้าใกล้เปลวไฟหรือความร้อน”

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า หากประชาชนจะใช้งานลูกโป่งในสถานที่ซึ่งมีแสงไฟมาก เช่น การจัดตกแต่งงานเลี้ยง งานฉลองต่างๆ  กรมควบคุมโรค ขอแนะนำ 3 วิธีเพื่อลดความเสี่ยงได้รับอันตรายจากลูกโป่งแตก ดังนี้

1.ควรเลือกลูกโป่งที่บรรจุด้วยแก๊สฮีเลียม ถึงแม้จะมีราคาที่แพงกว่าแต่ปลอดภัยกว่าเช่นกัน เนื่องจากเป็นแก๊สเฉื่อย ไม่ติดไฟ และเกิดการรั่วซึมยาก

2.ไม่ควรเก็บลูกโป่งที่อัดแก๊สไว้ภายในรถ ในที่อุณหภูมิสูง กลางแดด  ใกล้หลอดไฟ ใกล้เปลวไฟ หรือความร้อน

3.ไม่ควรนำลูกโป่งมามัดรวมกันหลายลูก อาจทำให้เกิดการเสียดสีและทำให้ระเบิดได้

ในโอกาสนี้ ขอเตือนพ่อแม่ ผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ส่วนผู้จัดงาน หากประดับตกแต่งลูกโป่งภายในงานต่างๆ จะต้องจัดวางไว้ให้พ้นจากมือเด็ก ถ้าลูกโป่งแตกควรเก็บเศษไปทิ้งถังขยะทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหยิบเศษลูกโป่งมาอมหรือกัดเล่น เพราะอาจลื่นเข้าไปในลำคอจนอุดทางเดินหายใจได้  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

Latest articles

LINE ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 15 ปี ด้วยแคมเปญ “LIFE on LINE – 15 ปี

LINE ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 15 ปี ด้วยแคมเปญ "LIFE on LINE – 15 ปี กับความสุขในทุกๆ วัน" เพื่อขอบคุณผู้ใช้งานชาวไทยที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางมาตลอด พร้อมเดินหน้าพัฒนาประสบการณ์ใหม่ที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้สะดวก สบายใจ และเชื่อมโยงถึงกันมากยิ่งขึ้น

KTSC มอง TravelTech เปลี่ยนจากแอปสู่ Deep Tech รับมือโจทย์ใหม่ธุรกิจท่องเที่ยว

อุตสาหกรรม TravelTech กำลังเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการดิจิทัลสำหรับนักท่องเที่ยว ไปสู่การนำ AI, AIoT และเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) มาใช้ยกระดับการดำเนินงานของธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งแต่โรงแรม ระบบการเดินทาง การบริหารรายได้ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ ตามมุมมองของ Korea Tourism Startup Center

ETDA เปิดไฮไลท์ เวที AIGW 2026 ชู AI Governance จากหลักการระดับโลก สู่การใช้งานจริงในไทย

ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จับมือ พาร์ทเนอร์หน่วยงานชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ เตรียมจัดงาน AIGW 2026 เวทีสำคัญด้านธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Connecting the Right Dots: From Global AI Principles to Real-World Practice” ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2569 เพื่อเชื่อมโยงหลักการกำกับดูแล AI ระดับโลก สู่แนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในบริบทของประเทศไทย

มหิดล ชูศักยภาพด้านการแพทย์และสาธารณสุข เปิดยุทธศาสตร์ใหม่ “Holistic Wellbeing”

มหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Wellness Economy ผ่านการประกาศยุทธศาสตร์ “Holistic Wellbeing” หรือ “สุขภาวะองค์รวม” ภายใต้แนวคิด“The Next Milestone: Mahidol and the Future of Thailand’s Holistic Wellbeing” เพื่อยกระดับสุขภาพและสุขภาวะของประชาชนในทุกช่วงวัย ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมสุขภาพแห่งอนาคต โดยอาศัยศักยภาพด้านการศึกษา การวิจัย นวัตกรรม และบริการสุขภาพของมหาวิทยาลัย

More like this