สค.รับ 7 ข้อเสนอจากบ้านพักฉุกเฉิน เดินหน้าสางปัญหาความรุนแรง

Published on

ในวันที่ 11 ธันวาคม 2561 เวลา 09.30 น. ณ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมรับฟังข้อเสนอจากผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว และความรุนแรงทางเพศ จากเจ้าของประสบการณ์ความรุนแรง พร้อมรับ 7 ข้อเสนอจากบ้านพักฉุกเฉินซึ่งมุ่งเร่งออกมาตรการแก้ปัญหาความรุนแรง เน้นสร้างความเท่าเทียมไม่เลือกปฏิบัติ

โดยการจัดกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก ปี 2561 ซึ่งจัดขึ้นโดย สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ ร่วมกับ บ้านพักฉุกเฉินดอนเมือง มูลนิธิพิทักษ์สตรีและมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม โดยภายในงานได้มีการแสดงละครชีวิต (จริง) “เจ็บนี้..ใครช่วยฉันได้” จากสมาชิกบ้านพักฉุกเฉิน และกล่าวสุนทรพจน์, นิทรรศการ “เขาวงกตแห่งความทุกข์” เรื่องเล่าความรุนแรงจากผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงทางเพศ

นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต

นายเลิศปัญญา กล่าวว่า พม. โดย กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว มีภารกิจในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งได้จัดรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี บุคคลในครอบครัว ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดทุกปี และได้รับข้อคิดเห็น ตลอดจนข้อเสนอต่าง ๆ จากทุกภาคส่วนที่มุ่งผลักดันให้การแก้ไขปัญหาความรุนแรงฯ หมดไปจากสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับหน่วยงานผู้จัดงานในวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ให้ข้อเสนอและข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินงานแก่ภาครัฐเป็นอย่างมาก ซึ่ง พม. โดย สค. ก็ได้นำไปพิจารณาเข้าที่ประชุมเชิงนโยบายระดับชาติด้วย

พร้อมทั้งนำไป ประสาน ผลักดันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ด้วย สำหรับในวันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ได้มีโอกาสเข้ามารับข้อเสนอด้วยตัวเอง ซึ่งก็จะนำข้อเสนอเข้าที่ประชุมเชิงนโยบายระดับชาติ และระดับจังหวัดเพื่อร่วมกันพิจารณาขับเคลื่อนให้เห็นเป็นรูปธรรมต่อไป โดยจะเห็นได้จากที่ผ่านมา สค. ได้พยายามแก้กฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. แล้ว เตรียมเข้าสู่สภาภายในเดือนธันวาคมนี้ ส่วนเนื้อหาบางส่วนมีระบุด้วยว่า นายทะเบียนที่เป็นผู้รับจดทะเบียน จะต้องแจ้งสิทธิต่าง ๆ ในการสร้างครอบครัว นอกจากนี้ เรายังจัดทำหลักสูตรให้ความรู้การสร้างครอบครัวก่อนแต่งงานอีกด้วย

นายเลิศปัญญา กล่าวต่ออีกว่า สำหรับข้อเสนอจากตัวแทนที่เป็นสมาชิกบ้านพักฉุกเฉินฯ เป็นผู้ยื่นต่อ พม. 7 ข้อ ได้แก่

  1. เมื่อไปจดทะเบียนสมรสแล้วควรมีคู่มือ “ผัว-เมีย”เพื่อเป็นกติกาในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
  2. ควรมีศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงในชุมชน หมู่บ้าน ไม่ใช่เพียงการประชาสัมพันธ์ในภาพรวมแต่ไม่มีประสิทธิภาพ
  3. มีการติดตามคดีที่รวดเร็วยิ่งขึ้น และควรควบคุมตัวผู้กระทำทันทีเพื่อป้องกันการถูกกระทำซ้ำ ไม่ใช่ ควบคุมผู้ถูกกระทำ(ผู้หญิง)
  4. เมื่อผู้หญิงและเด็กถูกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ควรมีการดำเนินคดีผู้กระทำด้วยความรวดเร็ว
  5. ควรมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก
  6. เมื่อมีการฟ้องร้องคดีอยากให้มีกองทุนยุติธรรมที่เข้าถึงได้ง่าย
  7. ควรจัดตั้งกองทุนพิเศษเพื่อช่วยเหลือผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ให้สามารถนำไปประกอบอาชีพ/เงินสำหรับดูแลตัวเองและบุตรให้มีความมั่งคงสืบไป

“ทัศนคติของคนในสังคมเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น คือเริ่มมองเห็นความรุนแรงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เริ่มออกมาแจ้งความเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมา พม. รณรงค์ไม่ยอมรับไม่นิ่งเฉย ปัญหาของสังคมไม่ใช่เรื่องส่วนตัว โดยกลไกที่พัฒนาได้ดี คือ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ที่ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง ทั้งในและต่างประเทศ โดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะรับฟังปัญหาและให้คำปรึกษา นอกจากนี้การพัฒนาพื้นที่ส่วนตำบล เราสามารถยกระดับศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) ขึ้นเป็นศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขความรุนแรงของครอบครัว (ศปก.ต.) ที่ดำเนินการเฉพาะด้านการยุติความรุนแรง ปีนี้ทำได้ 21 จังหวัด 42 พื้นที่ เป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังความรุนแรงในครอบครัวภายในพื้นที่ และจะเพิ่มศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขความรุนแรงให้ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศต่อไป” นายเลิศปัญญา กล่าวในตอนท้าย

ทางด้านณัฐิยา ทองศรีเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ บ้านพักฉุกเฉิน ดอนเมือง กล่าวว่า บ้านพักฉุกเฉินดูแลปัญหาความรุนแรงทุกรูปแบบแต่ละวันรับเคสเข้าออกประมาณ 80-85 ราย หรือใน 1 ปี ประมาณ 300 ราย ส่วนใหญ่เป็นปัญหาท้องไม่พร้อม ติดเชื้อเอชไอวีถูกกระทำความรุนแรง โดยบ้านพักจะดูแลตั้งแต่เรื่องเสื้อผ้า ที่พักยารักษาโรค มีทีมพยาบาล อาสาสมัคร นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยาดูแลตลอด 24 ชั่วโมงนอกจากนี้ทางบ้านพักยังมีศูนย์การศึกษาและฝึกอาชีพ โครงการเพิ่มต้นทุนชีวิตใหม่โดยมีเงินให้เพื่อนำไปใช้ดำเนินชีวิตหลังจบการศึกษา ม.6

“สิ่งที่น่าห่วงในบ้านพัก คือ การฟื้นฟูเยียวยาต้องเร่งทำอย่างมาก เนื่องจากเคสที่เข้ามาต้องถูกกดทับ เกิดความเครียดซึมเศร้า ซึ่งต้องเน้นการเสริมพลังกายใจให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เป็นการเน้นให้ผู้ประสบปัญหาความรุนแรงมาบอกเล่าเรื่องราวผ่านการแสดงต่าง ๆ ซึ่งเป็นชีวิตจริงที่เขาต้องเผชิญ สะท้อนผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม เพราะจากการพูดคุยกับเคส สิ่งแรกที่สะท้อนออกมาคือ เข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรม ถูกปฏิเสธ ไม่ได้รับการต้อนรับที่ดี ไม่เป็นมิตร ไม่รับแจ้งความ พยายามให้ไกลเกลี่ย ขณะเดียวกันเมื่อไปตรวจร่างกาย กลับถูกเหยียดหยามด้วยสายตา และคำพูดไม่ดี ทำให้เหมือนเป็นการถูกกระทำซ้ำ และหลายรายที่ถูกกระทำเมื่อไปถึงโรงพยาบาลกลับปฏิเสธการรักษา จึงอยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ร่วมด้วยช่วยกันขจัดปัญหาความรุนแรง เพิ่มความรวดเร็ว ไม่ให้ปัญหาบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่จนแก้ไขไม่ทัน ที่สำคัญต้องไม่เลือกปฏิบัติ ควรทำให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียม และหวังว่าข้อเสนอจากผู้หญิงที่ถูกทำร้าย ทั้งเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย สวัสดิการต่าง ๆ ในครั้งนี้จะเป็นจริง” ณัฐิยา กล่าว

Latest articles

MALEEปั้นนวัตกรรมสุขภาพเชิงคุณค่าจากธรรมชาติ มุ่งเป้ายกระดับชีวิตผู้คนทั่วโลก

‘บมจ. มาลี กรุ๊ป’ หรือ MALEE เปิดแผนธุรกิจปี 2569 มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ผสานองค์ความรู้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) จากศูนย์วิจัย MAS เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์สุขภาวะแบบองค์รวมยุคใหม่ตลอดทั้งปี

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ชี้โครงสร้างพื้นฐาน AI โตไม่หยุด ดันเม็ดเงินสะพัดเพิ่ม 401 พันล้านดอลลาร์ หลังบริษัทเทคฯ เร่งวางรากฐานให้ AI

Gartner Says Worldwide AI Spending Will Total $2.5 Trillion in 2026

AI Infrastructure Drives AI Spending; Adds $401 Billion in Spending as Technology Providers Continue to Build Out AI Foundations

โบลท์ (Bolt) มอบส่วนลดสูงสุด 50% เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ระหว่างวันที่ 1-8 กุมภาพันธ์ 2026 ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร สามารถใช้ส่วนลดสำหรับบริการ มอเตอร์ไซค์ของ Bolt เพื่อเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้ง โบลท์ (Bolt) แพลตฟอร์มเรียกรถชั้นนำ เตรียมมอบส่วนลดโดยสารสำหรับบริการมอเตอร์ไซค์เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครสามารถเดินทางไปยังคูหาเลือกตั้งได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และประหยัดมากขึ้น ในวันเลือกตั้ง...

More like this