FedEx เผยผลสำรวจ 41% ของธุรกิจ APAC ยังไม่พร้อม หลัง EU ยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้า

Published on

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) หนึ่งในบริษัทขนส่งด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก มุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งในการสนับสนุนธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ในการรับมือกับการยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการที่ส่งสินค้าข้ามพรมแดนไปยังสหภาพยุโรปทุกขนาด ซึ่งอาจต้องเผชิญกับกระบวนการศุลกากรที่ซับซ้อนขึ้น และต้นทุนการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เพิ่มสูงขึ้นในการจัดส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดยุโรป

ก่อนที่นโยบายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ เฟดเอ็กซ์ ได้จัดงานสัมมนาออนไลน์เพื่อให้ความรู้แก่ลูกค้า โดยมีองค์กรธุรกิจกว่า 5,000 แห่งจาก 12 ตลาดในเอเชียแปซิฟิกเข้าร่วม ตั้งแต่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ไปจนถึงบริษัทข้ามชาติ

งานสัมมนาดังกล่าวมุ่งเน้นการมอบคำแนะนำเชิงปฏิบัติ เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือกับข้อกำหนดพิธีการศุลกากรที่กำลังจะเปลี่ยนไป รักษาประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และลดความเสี่ยงจากต้นทุนแฝงท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการค้าที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออกสินค้าไปยังยุโรป ซึ่งต้องเตรียมปรับตัวต่อข้อกำหนดใหม่อย่างใกล้ชิด

“ยุโรปยังคงเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกหลักที่สำคัญของประเทศไทยโดยในปี 2568 มีสัดส่วนคิดเป็น 7.2% ของการค้าทวิภาคีทั้งหมด หรือมูลค่ากว่า 4.43 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท) การยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ของสหภาพยุโรปที่มีผลบังคับใช้ตอนนี้ เป็นตัวตอกย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านด้านพิธีการศุลกากรและเอกสารนำเข้า เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ” นายศศธร ภาสภิญโญ กรรมการผู้จัดการเฟดเอ็กซ์ ประเทศไทย กล่าว “เฟดเอ็กซ์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนธุรกิจไทยผ่านความเชี่ยวชาญด้านกระบวนการศุลกากร เครื่องมือดิจิทัล และโซลูชันด้านโลจิสติกส์ เพื่อช่วยลดความล่าช้าและความเสี่ยงจากต้นทุนที่ไม่คาดคิดในการขนส่งข้ามพรมแดนไปยังยุโรป”

แม้จะมีความตระหนักรู้ แต่ความพร้อมอาจยังไม่เพียงพอ
ผลสำรวจพบว่าธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีระดับความตระหนักรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎ De Minimis ของสหภาพยุโรปในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ยังพบช่องว่างที่ชัดเจนระหว่าง “ความเข้าใจ” และ “ความพร้อมในการดำเนินงาน”
• ธุรกิจเพียง 59% ที่ระบุว่ามีความพร้อมเต็มที่หรือค่อนข้างพร้อม ขณะที่อีก 41% ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการเตรียมความพร้อมหรือยังไม่มีความพร้อม
• อุปสรรคสำคัญในการปรับตัว ได้แก่:
o การเข้าถึงคำแนะนำที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้จริงยังมีจำกัด (27%)
o การขาดความเชี่ยวชาญภายในองค์กรด้านกฎระเบียบศุลกากรของสหภาพยุโรป (24%)
o ความท้าทายในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎเกณฑ์และกรอบเวลาอย่างต่อเนื่อง (22%)

ธุรกิจที่ยังไม่พร้อมต่อข้อกำหนดใหม่ด้านข้อมูลสินค้า การระบุรหัสสินค้า (product identifiers) ค่าธรรมเนียมการจัดการที่ครอบคลุมทั่วยุโรป และมาตรฐานการจัดทำเอกสารที่เข้มงวดขึ้น มีความเสี่ยงที่จะเผชิญความล่าช้าในกระบวนการผ่านพิธีการศุลกากร ณ ด่านนำเข้าสหภาพยุโรปจากการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว

ธุรกิจเร่งปรับกลยุทธ์รับมือต้นทุนและการค้า
จากแรงกดดันด้านกฎระเบียบและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกำลังส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยต้องทบทวนกลยุทธ์การนำเข้าสู่ตลาดยุโรป 45% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่ากฎระเบียบศุลกากรของสหภาพยุโรปเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต เนื่องจากทำให้ต้นทุนรวมสินค้าที่เพิ่มขึ้น (landed costs) 24% และภาระด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่สูงขึ้น 23%

ผลสำรวจยังพบว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของธุรกิจ (36%) ได้ปรับหรือมีแผนปรับโครงสร้างราคาสินค้าในตลาดยุโรปแล้ว ขณะที่ประมาณครึ่งหนึ่งระบุว่าการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบดังกล่าวกำลังส่งผลต่อการปรับกลยุทธ์เส้นทางการค้า และการจัดลำดับความสำคัญของตลาดเป้าหมายใหม่ ในบรรดาธุรกิจที่มองหาตลาดทางเลือก พบว่าภูมิภาคเอเชีย (28%) และสหรัฐอเมริกา (23%) กลายเป็นจุดหมายหลักในการกระจายความเสี่ยง สะท้อนแนวโน้มการปรับโครงสร้างเครือข่ายการค้าและโลจิสติกส์ไปสู่รูปแบบที่ยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้นทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

การสนับสนุนเพื่อก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ
เฟดเอ็กซ์ เดินหน้าขยายการสนับสนุนธุรกิจและผู้ส่งออกไทยอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวต่อข้อกำหนดด้านกฎระเบียบของสหภาพยุโรปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการลดความซับซ้อนในกระบวนการขนส่งและพิธีการศุลกากร:

1. ระบบดิจิทัลที่สอดรับกับข้อกำหนดใหม่ เฟดเอ็กซ์ได้ปรับปรุงแพลตฟอร์มการขนส่ง การออกใบแจ้งหนี้ และระบบพิธีการศุลกากร ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านข้อมูลใหม่ของสหภาพยุโรป เพื่อตอบรับความต้องการของธุรกิจ 29% ที่ให้ความสำคัญกับเครื่องมือด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

2. คำแนะนำเชิงปฏิบัติและการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ จากการที่ธุรกิจ 25% ต้องการคำแนะนำด้านกฎระเบียบที่ชัดเจนแบบทีละขั้นตอน เฟดเอ็กซ์จึงได้เปิดตัวโปรแกรมสนับสนุนลูกค้าเชิงรุก ซึ่งประกอบด้วย:
• คู่มือรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนดรหัสระบุผลิตภัณฑ์ (Product Identifier – PID) และระบบนำเข้าแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (Import One-Stop Shop – IOSS)
• ผู้เชี่ยวชาญด้านพิธีการศุลกากรและการปฏิบัติตามกฎระเบียบของเฟดเอ็กซ์ เพื่อสนับสนุนด้านการจัดประเภทสินค้า การจัดทำเอกสาร และกระบวนการศุลกากรอย่างใกล้ชิด
• หน้าเว็บไซต์เฉพาะที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเกณฑ์ De Minimis ของสหภาพยุโรป สำหรับตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมอัปเดตคำแนะนำ วิดีโอ และแหล่งข้อมูลทางการค้าอย่างสม่ำเสมอ

3. ความสามารถของเครือข่ายขนส่งระหว่างเอเชียและยุโรป เฟดเอ็กซ์ยกระดับศักยภาพของเครือข่ายการขนส่งผ่านการเพิ่มเที่ยวบินอีก 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้มีเที่ยวบินรวม 26 เที่ยวบินต่อสัปดาห์บนเส้นทางดังกล่าว รองรับการจัดส่งสินค้าแบบด่วนระหว่างภูมิภาคภายในระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 48 ชั่วโมง

การส่งเสริมความต่อเนื่องของการส่งออกในสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป
เฟดเอ็กซ์ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนให้ธุรกิจไทยสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เปลี่ยนแปลง โดยมุ่งเน้นการช่วยให้ลูกค้าปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ จัดการต้นทุน และรักษาการเข้าถึงตลาดยุโรปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนดของสหภาพยุโรปและแหล่งข้อมูลสนับสนุน ผู้ประกอบการสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมผ่านศูนย์ข้อมูล เฟดเอ็กซ์ Go-To Europe Hub หรือสอบถามตัวแทนบริการในพื้นที่

เกี่ยวกับการสำรวจ
ข้อมูลในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้อ้างอิงจากข้อเสนอแนะที่รวบรวมได้จากผู้เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ของลูกค้าเฟดเอ็กซ์ ที่จัดขึ้นในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2569 ใน 12 ตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฮ่องกง อินโดนีเซีย ไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ และจีน สัมมนาออนไลน์ดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 5,000 ราย และได้รับแบบสอบถามมากกว่า 500 ฉบับจากผู้เข้าร่วมที่เป็นตัวแทนของธุรกิจขนาดและอุตสาหกรรมต่าง ๆ

Latest articles

พอล แอนด์ โจ เปิดตัวทินต์ลิปเจลใหม่ ถ่ายทอดสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง

เครื่องสำอาง PAUL & JOE (พอล แอนด์ โจ) จากประเทศฝรั่งเศส ถ่ายทอดความงดงามของสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง ผ่าน GEL TINT ROUGE ทินต์ลิปเจลใหม่ มอบสีสันสดใส เนื้อสัมผัสบางเบา ด้วยส่วนผสมของเม็ดสีทินต์สูตรน้ำที่ซึมซาบสู่ริมฝีปากได้อย่างรวดเร็ว

แกรนด์สิริ เขาใหญ่ สานแนวคิด “หลับสบาย…ขยายครอบครัว” จุดเริ่มต้นแห่งความรัก สู่ที่พักรักษ์โลก

แกรนด์สิริ รีสอร์ท เขาใหญ่ เกิดขึ้นจากจุดเริ่มต้นของความประทับใจ จากสภาพธรรมชาติอันเขียวชอุ่ม มอบอากาศดี ๆ ให้สูดลมหายใจอย่างสดชื่นตลอดทั้งปี จากบ้านหลังที่สองของครอบครัว ขยับขยายจนกลายเป็นรีสอร์ตใหญ่ในอาณาจักรกว้างขวางบนพื้นที่ 20 ไร่

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยยอดขายครึ่งปีแรก เซกเมนต์ BEV ในไทยเติบโตกว่า 130%

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย แถลงข่าวผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ชูการเติบโตของเซกเมนต์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ด้วยตัวเลขการเติบโตกว่า 130% สะท้อนความสำเร็จของ The all-new electric CLA

55 ปี เอ็มมีเน้นซ์ กรุ๊ปฯ เร่งเครื่อง Health-Tech รับแรงหนุนตลาดเครื่องมือแพทย์ 2.6 แสนล้าน

‘เอ็มมีเน้นซ์ กรุ๊ปฯ’ ผู้นำธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ ฉลองก้าวสู่ปีที่ 55 ประกาศรุกตลาด Health & Wellbeing เต็มสูบ ยกระดับจากผู้นำเข้าสู่ ‘Solution Partner’ ด้านสุขภาพครบวงจร ชูแนวคิด ‘Wellbeing for All’

More like this