“คูโบต้า มัน(ส์) ขยายร่อง” ดันสมาร์ต ฟาร์มเมอร์  หน้าใหม่ จัดการแปลงแบบ Data-Driven Farming

Published on

บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเวที “คูโบต้า มัน(ส์) ขยายร่อง” ภายใต้คอนเซ็ปต์ ปลูกง่ายได้มัน(ส์)ดี ชวนเกษตรกรไทยก้าวสู่สนามประลองของการปลูกมันสำปะหลังยุคใหม่ ผ่านการเรียนรู้และแข่งขัน ในรูปแบบโซลูชัน “ขยายร่อง” เทคนิคการปลูกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแปลงปลูก ผสานการใช้แทรกเตอร์คูโบต้า และการบริหารจัดการแปลงแบบ Data-Driven Farming

วราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัดกล่าวว่า จากข้อมูลสถานการณ์อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย พบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังประมาณ 9.32 ล้านไร่ มีผลผลิตรวมกว่า 26.9 ล้านตันต่อปี และมีการส่งออกมากถึง 14.8 ล้านตัน หรือคิดเป็น 55% ของผลผลิตทั้งหมดในประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของมันสำปะหลังต่อเศรษฐกิจและภาคการเกษตรไทย

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยยังเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันในตลาดโลก ทำให้การนำเทคโนโลยีและการจัดการข้อมูลเข้ามาช่วยบริหารแปลงเกษตรกลายเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของเกษตรกรไทย

สยามคูโบต้า และกรมส่งเสริมการเกษตร เห็นความท้าทายและโอกาสของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยในวันที่เกษตรกรต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงโรคพืช ความผันผวนของสภาพดินฟ้าอากาศ และการแข่งขันในตลาดโลก เราเชื่อว่าเกษตรไทยจะเดินต่อได้ ต้องไม่ใช่ด้วยการทำแบบเดิม แต่ต้องใช้โซลูชัน เทคโนโลยี และการจัดการข้อมูลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งระบบ จึงได้จัดแข่งขัน “คูโบต้า มัน(ส์) ขยายร่อง” โดยนำเทคนิคการปลูกมันสำปะหลังแบบ “ขยายร่อง” ที่ช่วยให้หัวมันสามารถเจริญเติบโตได้เต็มศักยภาพ ลดการเบียดตัวของหัวมัน รวมถึงเอื้อต่อการทำงานของเครื่องจักรกลการเกษตรในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมดิน ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ช่วยลดแรงงานคนและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการแปลงอย่างเป็นระบบ โดยทำงานร่วมกับแทรกเตอร์คูโบต้ารุ่น บี ซีรีส์ ด้วยขนาดกะทัดรัด คล่องตัว ช่วยลดต้นทุนในระยะยาว ลดเวลาการทำงาน และลดการใช้แรงงานคน

นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังนำแอปพลิเคชัน K-iField ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรแบบ Data-Driven Farming มาใช้เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผน บันทึก และวิเคราะห์ข้อมูลในแปลงได้อย่างครบถ้วน ทั้งข้อมูลการปลูก การใช้ปุ๋ย รายรับรายจ่าย และสุขภาพพืชผ่านภาพถ่ายดาวเทียม ช่วยลดการทำเกษตรแบบคาดเดา และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลผลิตคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ยังตั้งเป้าสร้าง Agri-Influencer หรือเกษตรกรต้นแบบ ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการปลูกมันสำปะหลังขยายร่องและการใช้เทคโนโลยีสู่ชุมชน และช่องทางออนไลน์ อาทิ TikTok เพื่อขยายองค์ความรู้สู่เกษตรกรรุ่นใหม่ เพื่อผลักดันภาคเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว เวทีนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดันเกษตรกรไทยสู่เกษตรกรยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และการจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาชีพ และยกระดับภาคการเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

นอกจากนี้ สยามคูโบต้ายังมีแผนนำร่องในการดำเนินโครงการ โคราชแซนด์บ็อกซ์ โดยจะขับเคลื่อนร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อผลักดันผลผลิตมันสำปะหลังจาก 3 ตันต่อไร่ เป็น 5 ตันต่อไร่ ตั้งเป้าหมายสู่การตอบโจทย์อุตสาหกรรมไบโอเอทานอลพลังงานสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยเตรียมปักหมุดจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นแหล่งปลูกมันสำปะหลังมากที่สุดในประเทศไทย ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของการขยายผลความสำเร็จไปสู่จังหวัดอื่น เพิ่มขีดความสามารถและความมั่นคงทางด้านพลังงาน

อัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า มันสำปะหลังถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรจำนวนมาก และเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังให้สามารถผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ และแข่งขันได้ในตลาดโลก ภายใต้แนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยมุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการสมัยใหม่มาใช้ในการผลิต เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และลดความเสี่ยงจากปัญหาโรคพืช รวมถึงผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตร และสยามคูโบต้าในโครงการ “คูโบต้า มัน(ส์) ขยายร่อง” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับเกษตรกรไทยสู่การเป็นสมาร์ต ฟาร์มเมอร์ อย่างแท้จริง เพราะไม่เพียงส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรและระบบข้อมูลดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังสร้างพื้นที่การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ให้เกษตรกรได้เรียนรู้การจัดการแปลงอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเตรียมดิน การปลูก การดูแลรักษา ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว พร้อมทั้งส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนและสังคมออนไลน์ เพื่อสร้างเครือข่ายเกษตรกรต้นแบบที่จะช่วยขยายผลสู่เกษตรกรรายอื่นในอนาคต

“กรมส่งเสริมการเกษตรเชื่อว่า เกษตรกรยุคใหม่ต้องเป็นมากกว่าผู้ผลิต แต่ต้องเป็น สมาร์ต โซลูชัน หรือผู้จัดการแปลงเกษตรที่สามารถใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาช่วยวางแผนและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการนี้จึงเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรมไทยสู่ความยั่งยืน พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรรุ่นใหม่เห็นว่า อาชีพเกษตรกรรมสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในโลกยุคดิจิทัล” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับการแข่งขันนี้จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 ไปจนถึงเมษายน 2570 โดยเกณฑ์การให้คะแนนแบ่งเป็น 100 คะแนน โดยมาจาก การถ่ายทอดองค์ความรู้ การปลูกมันสำปะหลังขยายร่องสู่เกษตรกรในชุมชน 25 คะแนน การดูแลรักษาแปลงมันขยายร่อง ปลอดโรคใบด่าง และผลผลิตสูง 20 คะแนน การใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตรคูโบต้า 20 คะแนน การถ่ายทอดองค์ความรู้ ผ่านสื่อโซเชียล TikTok 20 คะแนน และการบันทึกข้อมูลกระบวนการปลูก-เก็บผลผลิตมันสำปะหลัง ผ่าน K-iField 15 คะแนน

สำหรับมูลค่ารางวัลที่ผู้ชนะจะได้รับได้แก่ รางวัลที่ 1 รางวัลถ้วยพระราชทาน ถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 1 รางวัล พร้อมเงินรางวัล 60,000 บาท รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 40,000 บาทรางวัลที่ 3 เงินรางวัล 20,000 บาท รางวัลสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ เงินรางวัลละ 3,000 บาท

ร่วมติดตามและให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขัน พร้อมอัปเดตองค์ความรู้โซลูชันการปลูกมันสำปะหลัง ตลอดโครงการ  “คูโบต้า มัน(ส์) ขยายร่อง” ได้ทาง เฟซบุ๊กเพจ Siam Kubota และ เฟซบุ๊กเพจ กรมส่งเสริมการเกษตร

Latest articles

กรมการพัฒนาชุมชน ชวนช้อปสินค้า OTOP ในงาน “OTOP Trader Connect” 

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดงาน “OTOP Trader Connect : เชื่อมตลาด สร้างคู่ค้า ขยายโอกาสธุรกิจ” ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2569 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต

เอกชน ชี้เศรษฐกิจ-ส่งออกไทย โตแบบ K-Shape แนะทางรอดประเทศ การเมืองนิ่ง-ปราบคอร์รัปชัน เน้นร่วมมือรัฐ-เอกชน ฝ่าวิกฤต

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วง 10 เดือนของปีนี้มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทย (GDP) ทั้งปีนี้จะขยายตัวได้ราว 2.1-2.5%

“เอกนิติ” กางยุทธศาสตร์ “Thailand Next Economy 2027 ดันไทยสู่ Second Take-off รับมือ 5 คลื่นมรสุมโลก

“เอกนิติ” ชี้ไทยต้องใช้โอกาสจากเวที IMF-World Bank สร้างความเชื่อมั่นต่อยอดลงทุน ย้ำโลกผันผวนต้องอุดรอยรั่วเศรษฐกิจ ช่วยเหลือประชาชนตรงกลุ่ม เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน พร้อมยกระดับทักษะแรงงาน หวังสร้าง Second Take-off ให้เศรษฐกิจไทย

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ จัดใหญ่ “Thailand Next Economy 2027”พร้อมมอบรางวัล CEO Econmass Awards 2026

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) , สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดงานสัมมนาใหญ่เศรษฐกิจไทย ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “Thailand Next Economy 2027

More like this