“เทราฮอป” ทุ่ม 3 หมื่นล้าน จ้างงาน 1 หมื่นคน หนุนไทย ฐานผลิตอุปกรณ์ AI – Data Center

Published on

บีโอไอร่วมฉลองครบรอบ 5 ปี “เทราฮอป (Terahop)” ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารผ่านใยแก้วนำแสงความเร็วสูงอันดับ 1 ของโลกจากจีน ปักหมุดฐานผลิตหลักในไทย ลงทุนต่อเนื่องกว่า 3 หมื่นล้านบาท เป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในสระบุรี จ้างงานสูงถึง 1 หมื่นคน ขยายตัวรวดเร็วรองรับการเติบโตของ AI และ Data Center หนุนไทยสู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลของภูมิภาค

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9เมษายน 2569 ได้ร่วมฉลองครบรอบ 5 ปี และเยี่ยมชมโรงงานของบริษัท เทราฮอป (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตอุปกรณ์และระบบสื่อสารผ่านใยแก้วนำแสง (Optical Transceiver) สำหรับอุตสาหกรรมAI และ Data Center อันดับ 1 ของโลกจากประเทศจีน ตั้งโรงงานอยู่ที่เขตอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จังหวัดสระบุรี โดยเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในสระบุรี ปัจจุบันกำลังขึ้นโรงงานแห่งที่ 2 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

บริษัทฯ ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2564 และขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง มูลค่าลงทุนรวมกว่า 30,000 ล้านบาท จ้างงานกว่า 10,000 คน ในจำนวนนี้ เป็นวิศวกรและบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) กว่า 600 คน และใช้วัตถุดิบในประเทศไทยถึงกว่าร้อยละ 50 โดยประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตหลักของเทราฮอป ครอบคลุมทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา การผลิต การประกอบ และการทดสอบ เพื่อส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรปเป็นหลัก โดยลูกค้าจะเป็นกลุ่มบริษัทดิจิทัลรายใหญ่ เช่น Google, AWS, Microsoft, Meta  สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการลงทุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

เทราฮอป เป็นผู้นำโซลูชันด้านการเชื่อมต่อด้วยแสง ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ของโลก และในปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตของรายได้สูงถึงกว่าร้อยละ 60 โดยได้พัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์รองรับการสื่อสารผ่านใยแก้วนำแสง ความเร็วสูงสุด 1,600 Gbps และกำลังพัฒนาให้เร็วขึ้น 2-3 เท่าในอนาคตอันใกล้ อีกทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงาน ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญของการเชื่อมต่อข้อมูลยุคใหม่สำหรับระบบ AI และ Data Center ที่ต้องการประสิทธิภาพการประมวลผลระดับสูง นอกจากนี้ บริษัทยังมีเครือข่ายในระดับนานาชาติ โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนาร่วมกับลูกค้าในสหรัฐอเมริกา สำนักงานใหญ่และศูนย์บริหารธุรกิจในสิงคโปร์ และฐานเชื่อมโยงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในไต้หวัน ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานและการให้บริการในระดับโลก

นอกจากนี้ เทราฮอป ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรไทย โดยได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาหลายแห่งในไทย เช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยสุรนารี มหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในการสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตร โดยเฉพาะหลักสูตรด้าน Optoelectronics การให้ทุนการศึกษา การพัฒนาห้องทดลอง รวมทั้งการรับนักศึกษาเข้ามาฝึกงาน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมด้วย

“การดำเนินงานของเทราฮอปในประเทศไทยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงศักยภาพของไทยในการเป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง สำหรับรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม AI, Data Center และระบบโทรคมนาคม ความพร้อมของประเทศไทยทั้งด้านทำเลที่ตั้งใจกลางภูมิภาคอาเซียน พร้อมระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ เครือข่ายความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง บุคลากรทักษะสูง และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เทราฮอปตัดสินใจเลือกไทยเป็นฐานการผลิตหลัก รวมถึงจัดตั้งทีม R&D ขนาดใหญ่ในไทย ซึ่งจะช่วยยกระดับบทบาทของไทยสู่ศูนย์กลางการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค”  นฤตม์ กล่าว

Latest articles

“พาณิชย์” เปิดตัว “ใกล้เก็บเกี่ยว” คาดการณ์ล่วงหน้าสินค้าเกษตร ระบบหัวเว่ยคลาวด์ ผ่าน GDCC

กระทรวงพาณิชย์เปิดภาพการทำงานของ “ใกล้เก็บเกี่ยว” เครื่องมือใหม่ที่จะเปลี่ยนข้อมูลจากการใช้ติดตามสถานการณ์ สู่การ “คาดการณ์ล่วงหน้า” โดยใช้ระบบหัวเว่ยคลาวด์และเทคโนโลยี AI เชื่อมโยงข้อมูลผลผลิต ราคา และพื้นที่จากหลายหน่วยงานให้เป็นภาพเดียวกัน

เครือ รพ.พญาไท-เปาโล ผนึก NFI  ปั้นนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์ Personalized Nutrition

ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 2 ปี ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและห้องปฏิบัติการ การจัดกิจกรรมวิชาการ การนำเสนอผลงานวิจัย ตลอดจนการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ

PSP จับมือ Orthene ตั้งฐานการผลิต Brake Fluids รองรับดีมานด์ทั่วภูมิภาคอาเซียน

PSP เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์หล่อลื่นและผลิตภัณฑ์พิเศษครบวงจร ด้วยการจับมือกับ ออร์ทีน เคมีคอล ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์น้ำมันเบรกระดับโลก เพื่อพัฒนาและจัดตั้งฐานการผลิต Brake Fluids สำหรับภูมิภาคอาเซียนในประเทศไทย

น้ำลดต้องเช็ก 7 จุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบ ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม

สิ่งที่เจ้าของบ้านควรหลีกเลี่ยงหลังน้ำลด คือ การรีบเปิดระบบไฟฟ้า การรีบทาสี หรือ ปิดผิวผนังที่ยังมีความชื้น และการซ่อมแซมโครงสร้างโดยไม่มีการประเมินก่อน เพราะอาจทำให้ปัญหาที่ซ่อนอยู่ถูกปิดทับและกลับมาเป็นความเสียหายที่รุนแรงขึ้นในภายหลัง

More like this