มึน ๆ เบลอ ๆ ขี้เกียจ หรือ สมองล้า เผย 5 เคล็ดลับชาร์จแบตอย่างไว

Published on

คุณอาจจะเคยคิดว่าอาการมึน ๆ เบลอ ๆ หรือความรู้สึกหมดแรงตอนบ่ายคือความขี้เกียจ แต่แท้จริงแล้วมันคือสัญญาณที่ร่างกายและสมองของคุณกำลังบอกว่าถึงเวลาต้องรีชาร์จ เพราะทั้งงานโหลด การประชุมยาว หรือการใช้สมองอย่างต่อเนื่อง ทำให้คุณตกอยู่ในภาวะ “สมองล้า” โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ต้องใช้สมองและร่างกายอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศที่ต้องจ้องหน้าจอทั้งวัน วิศวกรที่ต้องแก้ไขปัญหาหน้างาน หรือโฟร์แมนที่ต้องคุมโปรเจกต์ใหญ่

อาการสมองล้า หรือ Brain Fog ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะการนอนหลับไม่เพียงพอเท่านั้น แต่ยังมาจากปัจจัยอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน การขาดสารอาหารที่จำเป็น การดื่มน้ำน้อยเกินไป หรือแม้แต่ความเครียดสะสมจากแรงกดดันในหน้าที่การงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง ทำให้ประสิทธิภาพในการคิด วิเคราะห์ และความกระฉับกระเฉงลดลงอย่างเห็นได้ชัด 

ทอรีน: ตัวช่วยที่ทำให้สมองกลับมา “ออนไลน์” อีกครั้ง

เมื่อสมองอ่อนล้าถึงขีดสุด เราต้องการตัวช่วยเพื่อฟื้นฟูระบบประสาทให้กลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่า ทอรีนคือ หนึ่งในสารสำคัญที่สมองต้องการ ทอรีน เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ร่างกายมนุษย์สามารถสร้างขึ้นเองได้ในปริมาณหนึ่ง แต่แหล่งสำคัญที่สามารถเสริมทอรีนได้คือจากอาหารที่เราบริโภคเข้าไป โดยเฉพาะในอาหารทะเล เนื้อสัตว์ ไข่และผลิตภัณฑ์จากนม

โดยทอรีนมีบทบาทสำคัญในการบำรุงและฟื้นฟูระบบประสาทและสมอง งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่าทอรีนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารของเซลล์ประสาท นอกจากนี้ยังช่วยปรับสมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและมีสมาธิมากขึ้น การเติมทอรีนให้สมองจึงเหมือนกับการชาร์จพลังงานให้แบตเตอรี่ที่ใกล้หมด ให้กลับมามีไฟและพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายในแต่ละวัน

5 เคล็ดลับเติมพลังกาย เพิ่มพลังใจ แบบชาร์จไว

เมื่อทราบแล้วว่ามีสารสำคัญอะไรที่ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาทได้ ก็ถึงเวลาที่เราจะมาดูกันว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยเติมเต็มพลังงานที่ขาดหายไป นอกจากการดูแลตัวเองแล้ว การปรับพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันก็ช่วยฟื้นฟูร่างกายและสมองให้พร้อมลุยงานได้อีกครั้ง

  1. เริ่มงานยากสุดช่วงเช้า: สมองจะตื่นตัวและมีประสิทธิภาพในการคิดวิเคราะห์มากที่สุดในช่วงเช้า ใช้ช่วงเวลานี้จัดการกับงานที่ต้องใช้ความคิดซับซ้อน จะช่วยให้คุณทำงานได้สำเร็จเร็วขึ้นและมีเวลาเหลือมากขึ้นสำหรับงานอื่น ๆ
  2. พักสั้นๆ ทุก 90 นาที: การนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานจะทำให้สมองเหนื่อยล้า ลองลุกจากที่นั่ง เดินยืดเส้นยืดสาย หรือเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง การพักเพียง 5-10 นาทีจะช่วยรีเฟรชสมองให้พร้อมสำหรับงานรอบใหม่
  3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ: ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ สมองก็เช่นกัน การขาดน้ำเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้ พยายามจิบน้ำบ่อย ๆ ตลอดวันเพื่อช่วยให้สมองประมวลผลได้เร็วขึ้น
  4. เติมทอรีนให้สมอง: นอกจากการพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว การเลือกเครื่องดื่มที่มีทอรีน เช่น เครื่องดื่มให้พลังงาน ก็เป็นอีกทางเลือกที่สะดวกและรวดเร็ว เพื่อให้ร่างกายและสมองของคุณพร้อมกลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่ในทุกวัน
  5. ฟังเพลงที่ทำให้สมองแล่น: บางครั้งการได้ฟังเพลงที่คุ้นเคย หรือฟังเพลงจังหวะสนุก ๆ ก็ช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและพร้อมทำงานต่อได้

Latest articles

 โอสถสภาต่อยอดรากฐาน 135 ปี สู่ Manufacturing Excellence รองรับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

OSP เปิดฐานการผลิตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องในโอกาสครบรอบ 135 ปี เผย “System Behind the Growth” หรือระบบเบื้องหลังการเติบโตของโอสถสภา ตั้งแต่ศักยภาพการผลิต การบริหารระบบซัพพลายเชน ไปจนถึงการบูรณาการความยั่งยืนสู่ทุกมิติของการดำเนินงาน

OpenAI จับมือ Fellow Intelligence ยกระดับองค์กรไทยสู่ยุค Enterprise AI

OpenAI และ Fellow Intelligence หนึ่งในบริษัทภายใต้กลุ่มติ๊งกิ๊ง แมชชีนส์ ดาต้า ไซน์ ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจทั่วประเทศไทยในการประยุกต์ใช้ AI และนำเทคโนโลยีนี้ไปปรับใช้จริงในระดับองค์กร

“เพาเวอร์บาย” ฉลอง 30 ปี แจกหนัก! ลุ้นรถยนต์ไฟฟ้า–เครื่องใช้ไฟฟ้า

เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสู่ทศวรรษใหม่ ประกาศยกระดับจากผู้ค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าสู่ “Technology & Smart Lifestyle Solutions Provider” ผสานสินค้า เทคโนโลยี และบริการ เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน พร้อมฉลองครบรอบ 30 ปีด้วยแคมเปญ “Power Buy 30th Anniversary”

“พลาสติกคืนค่า” เปลี่ยนพลาสติกจากปัญหา สู่คุณค่าที่ส่งต่อให้สังคม

พลาสติกเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สังคมไม่ควรมองข้าม เช่นเดียวกับพลาสติกที่ผ่านการใช้งานแล้วก็ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการเป็น “ขยะ” หากได้รับการจัดการอย่างถูกต้องและนำกลับเข้าสู่ระบบ ก็สามารถรักษาคุณค่าของทรัพยากรและสร้างประโยชน์ใหม่ให้กับผู้คนและสังคมได้

More like this