DRT ชี้นโยบายรัฐบาล ส่งตลาดวัสดุก่อสร้าง Q4 ทยอยฟื้นตัว ลุ้นยอดขายใกล้เคียงปีก่อน

Published on

 DRT มองภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดวัสดุก่อสร้างไตรมาส 4/2568 ยังฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป หลังจากรัฐบาลชุดใหม่ประกาศนโยบายด้านเศรษฐกิจ คาดหวังภาครัฐเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมต่อเนื่อง ชูความพร้อมด้านการผลิตและสินค้าที่หลากหลาย มุ่งทำยอดขายใกล้เคียงกับปีก่อน รักษาอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 20% และสัดส่วนรายได้จาก 4 ช่องทางจัดจำหน่ายหลัก 

 สาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์และบอร์ดไฟเบอร์ซีเมนต์ บอร์ดตกแต่งผนัง อิฐมวลเบา บริการติดตั้งโครงหลังคาสำเร็จรูปและกระเบื้องหลังคา รวมถึงพื้น บันได และผนัง พร้อมบริการติดตั้ง ‘SPC Solutions’ แบบครบวงจร ภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘ตราเพชร’ เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลชุดใหม่ได้ประกาศนโยบายต่าง ๆ ด้านเศรษฐกิจ คาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างไตรมาส 4/2568 ทยอยฟื้นตัวได้บ้าง

อย่างไรก็ตามเนื่องจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอตัวจากครึ่งปีแรก จึงคาดว่าการฟื้นตัวจะยังคงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และคาดหวังให้ภาครัฐเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณ และผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมของประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น การก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์, การพัฒนาส่วนต่อขยายโครงการรถไฟฟ้า เป็นต้น

ดังนั้นจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นการลงทุนภาคเอกชน ทั้งการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้าเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง และการพัฒนาโครงการอสังหาฯ ในพื้นที่จังหวัดหลักและเมืองรอง เพื่อตอบสนองความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยรองรับการขยายครอบครัวหรือย้ายถิ่นที่อยู่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างและตกแต่งเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมด้านการผลิตและสินค้าที่หลากหลาย เพื่อรับโอกาสหากเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว โดยปัจจุบันมีสินค้าและบริการครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์กระเบื้องหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์และกระเบื้องหลังคาคอนกรีต กลุ่มไม้สังเคราะห์ และอิฐมวลเบาที่เริ่มเดินเครื่องจักรเชิงพาณิชย์โรงงาน AAC-2 จังหวัดสระบุรี

รวมถึงการนำเสนอ Diamond Roof Solutions บริการติดตั้งหลังคาทั้งระบบแบบครบวงจร (สินค้าพร้อมบริการติดตั้ง) และ Diamond SPC Solutions สำหรับงานตกแต่งพื้น บันได และผนัง นอกจากนี้ ได้ขยายช่องทางจำหน่ายผ่านร้านค้าผู้แทนจำหน่ายรายย่อยครอบคลุมจังหวัดหลักและเมืองรอง เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้อย่างครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่

อย่างไรก็ตาม จากภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างที่ค่อย ๆ ฟื้นตัว บริษัทฯ จะผลักดันยอดขายปี 2568 ให้ได้ใกล้เคียงกับปีก่อนหรือชะลอตัวไม่เกิน 10% และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 20% โดยมุ่งเน้นการขายสินค้าเชิงรุกและรักษาสัดส่วนยอดขายผ่านช่องทางจำหน่ายหลักทั้ง 4 ช่องทาง ได้แก่

  1. ร้านค้าผู้แทนจำหน่าย ซึ่งเป็นสัดส่วนยอดขายหลักประมาณ 50 – 55% จะผสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดเพื่อขยายตลาดงานภาครัฐและเมืองรอง 55 จังหวัด
  2. ตลาดต่างประเทศ มีสัดส่วนยอดขาย 15 – 20% จะมุ่งขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียน เช่น สปป.ลาว, เมียนมา, ฟิลิปปินส์

3. ร้านค้าปลีกวัสดุสมัยใหม่ จะรักษาสัดส่วนยอดขายที่ระดับ 15 – 20%

  1. ลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ จะรักษาสัดส่วนยอดขายที่ 10 – 15% โดยปัจจุบันเริ่มมีสัญญาณบวกจากผู้ประกอบการอสังหาฯ ชั้นนำบางราย เริ่มเปิดตัวโครงการใหม่และทยอยก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/2568 ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้สินค้าและยอดขายของบริษัทฯ ในไตรมาสสุดท้าย

Latest articles

มูลนิธิโรคมะเร็ง เปิดตัวแคมเปญ “บางคน…ไม่มีสิทธิ์ป่วยหนัก” ชวนคนไทยร่วมต่อชีวิตผู้ป่วยมะเร็งยากไร้

สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย ด้วยความร่วมกับ สุทธิศักดิ์สตูดิโอ และเพลย์ดิจิตอล เอเจนซี่สนับสนุนการทำงานเพื่อประโยชน์แก่สังคม กำหนดวางทิศทางสำหรับแคมเปญรณรงค์ระดับประเทศสำหรับ มูลนิธิโรคมะเร็ง โรงพยาบาลศิริราช ภายใต้แนวคิด "บางคน...ไม่มีสิทธิ์ป่วยหนัก"

ยู สวอพ เผยโฉม UNEX EV 6×4 Tractor Truck ขับเคลื่อนโลจิสติกส์ไทยสู่ยุคคาร์บอนต่ำ

UNEX EV 6x4 Tractor Truck เป็นวิศวกรรมยานยนต์เชิงพาณิชย์เจเนอเรชันล่าสุดจาก SAIC Motor หนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของจีน ที่ผสานเข้ากับ เทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่ UOTTA™ เพื่อเป็นยานยนต์สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ที่ต้องเดินรถอย่างต่อเนื่อง

SCGP ไตรมาส 2 ธุรกิจในอินโดฯ พลิกทำกำไร เวียดนามแรงต่อเนื่อง รุกลงทุนเสริมพอร์ตโซลูชันครบวงจร

SCGP เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างมีคุณภาพ รายได้จากการขาย 32,454ล้านบาท และกำไรสำหรับงวด 2,304 ล้านบาท ธุรกิจในอินโดนีเซียพลิกทำกำไร ความต้องการในอาเซียนขยายตัว

10 เหตุผล ชวนหนีฝนไปพักผ่อนที่ “ไพน์เฮิร์สท”

Pinehurst Golf Club & Hotel ฤดูฝนกลับเป็นช่วงเวลาที่พื้นที่สีเขียวกว่า 560 ไร่ มีชีวิตชีวามากที่สุด และกำลังกลายเป็นอีกหนึ่ง Green Lifestyle Destination ใกล้กรุงเทพฯ ที่ไม่ได้มีเพียงสนามกอล์ฟ หากแต่รวมโรงแรม คาเฟ่ ร้านอาหาร สปา สระว่ายน้ำ และพื้นที่พักผ่อนสำหรับทุกคนไว้ในที่เดียว

More like this