ผนึกกำลังบูรณาการ GEN ยัง Active+ มุ่งนโยบายเชิงป้องกัน หนุนสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

Published on

ปัญหาสุขภาพของคนไทยยังเป็นประเด็นที่น่ากังวล  แม้ว่าตลอดระยะที่ผ่านมา หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง แต่อัตราผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั่วประเทศกลับสูงขึ้นมาโดยตลอด โดยเฉพาะกลุ่มโรคต่อต่อไม่เรื้อรัง หรือ NCDs (Non-Communicable Diseases) ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิต ทั้งการเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อน ความเครียด มลภาวะ ฯลฯ อีกทั้งปัจจุบันโรค NCDs ยังเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุในประเทศไทย

ล่าสุด โครงการ Gen ยัง Active 50+ จัดเสวนา “บูรณาการเชิงรุกเพื่อส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันในระยะยาวของประเทศไทย” ในงาน “ส่งเสริมภูมิกาย สร้างเสริมภูมิใจ ให้วัย Gen ยัง Active50+” เนื่องในวันผู้สูงอายุสากล (International Day of Older Persons) วันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี

โดยเวทีนี้ได้ระดมผู้กำหนดนโยบายสุขภาพระดับประเทศ กรมควบคุมโรค กรมอนามัย สถาบันวัคซีนแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมแสดงวิสัยทัศน์และแนวทางการขับเคลื่อนระบบสุขภาพไทย ตอบโจทย์ความท้าทายของสังคมสูงวัย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

โครงการ Gen ยัง Active 50+ จัดโดยภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมกับบริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (GSK) และภาคีเครือข่าย มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันสำหรับคนไทยวัยทำงานและผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือกลุ่ม Gen ยัง Active ให้ตระหนักและใส่ใจสุขภาพของตนเองและครอบครัว โดยมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจให้แข็งแรง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย พร้อมสนับสนุนให้กลุ่ม Gen ยัง Active มีศักยภาพในการใช้ชีวิตอย่างแอคทีฟ และเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

นายแพทย์ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า “กรมควบคุมโรค ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคตลอดชีวิต (Life-Course Immunization) เพื่อเป็นเครื่องมือในการปกป้องสุขภาพของประชาชนไทยทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอลง ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงและฟื้นตัวช้า วัคซีนที่แนะนำสำหรับผู้สูงอายุ อาทิ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนนิวโมค็อกคัส วัคซีน RSV วัคซีนงูสวัด วัคซีนโควิด-19 และวัคซีนบาดทะยัก-คอตีบ

นอกจากนี้ มิติของ Life-course Prevention สำหรับผู้สูงอายุก็เป็นอีกแนวคิดสำคัญ ที่ไม่ได้มุ่งเฉพาะโรคติดต่อหรือโรคเรื้อรังเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการป้องกันการบาดเจ็บ โดยเฉพาะการพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความพิการและการเสียชีวิต ดังนั้น จึงต้องอาศัยมาตรการแบบองร์รวม ตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน สิ่งแวดล้อม จนถึงระบบบริการสุขภาพ  เพื่อให้คนไทยทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน และเสริมสร้างระบบสุขภาพที่เข้มแข็งของประเทศ”

ทันตแพทย์ณัฐพงค์ กันทะวงค์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย เสริมว่า “กรมอนามัยมีเป้าหมายส่งเสริมให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตประจำวันได้ด้วยตนเอง อายุยืนยาว และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยแนะนำให้ผู้สูงอายุหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพตนเองตามแนวทางเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ซึ่งเป็นศาสตร์การดูแลสุขภาพแนวใหม่ที่เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตประจำวัน เพื่อส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เป็นปัญหาสำคัญในประเทศไทยในปัจจุบัน

โดยเวชศาสตร์วิถีชีวิตให้ความสำคัญกับ 6 เสาหลัก ได้แก่ 1. การรับประทานอาหารที่สมดุลและมีโภชนาการเหมาะสม 2. กิจกรรมทางกายเหมาะสม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3. การจัดการและผ่อนคลายความเครียด 4. การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 5. การหลีกเลี่ยงบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ 6. การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง เพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีคุณค่าและเป็นส่วนหนึ่งของสังคม”

นายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า “สถาบันวัคซีนแห่งชาติให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับวัคซีน เนื่องจากสังคมปัจจุบันเต็มไปด้วยข้อมูลจากสื่อออนไลน์ที่หลากหลายและถูกส่งต่อกันในชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็ว จนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง จนเสียโอกาสในการป้องกันโรคที่สามารถป้องกันได้ ดังนั้นการป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของข่าวลวง จึงจำเป็นต้องอาศัย “ภูมิคุ้มกันความรู้”โดยการรู้เท่าทันและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนเชื่อหรือส่งต่อไปยังผู้อื่น เพราะภูมิคุ้มกันความรู้ที่แข็งแกร่ง เปรียบเสมือนการได้รับวัคซีนที่ช่วยปกป้องตนเองและครอบครัว และนำไปสู่การสร้างสังคมที่มีภูมิคุ้มกันทางความรู้  ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีของสังคมโดยรวม”

นายแพทย์วีระพันธ์ ลีธนะกุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า “สปสช. เล็งเห็นความสำคัญของการรองรับสังคมสูงวัยที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมุ่งขับเคลื่อนภารกิจด้านสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งการส่งเสริม การป้องกัน และการดูแลอย่างเป็นระบบ โดยได้จัดสรรงบประมาณเชิงยุทธศาสตร์ด้านบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (P&P: Prevention and Promotion) แยกจากงบรักษาพยาบาล เพื่อสนับสนุนการคัดกรองสุขภาพเชิงรุกในผู้สูงอายุ อาทิ ภาวะสมองเสื่อม ภาวะซึมเศร้า ความเสี่ยงต่อการหกล้ม รวมถึงสุขภาพช่องปากและสายตา ตลอดจนการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงผ่านกองทุนสุขภาพท้องถิ่น และมีผู้ดูแลที่ผ่านการฝึกอบรม

นอกจากนี้ยังได้บรรจุวัคซีนที่จำเป็นไว้ในสิทธิประโยชน์ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้มีโรคประจำตัว พร้อมทั้งศึกษาและพิจารณาบรรจุวัคซีนใหม่ ๆ ที่เหมาะสมในอนาคต อาทิ วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ วัคซีนงูสวัด และวัคซีน RSV ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคดิจิทัล”

รองศาสตราจารย์ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า 1.3 ล้านคน หรือร้อยละ 23.73 ของประชากร ภายใต้นโยบาย “9 ดี 9 ด้าน” ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รศ. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในมิติ “สุขภาพดี” ได้จัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ “Active Aging” ครบทั้ง 50 เขต รวม 491 ชมรม มีสมาชิกกว่า 50,793 คน เพื่อส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและใจ ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครยังดำเนินโครงการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเชิงป้องกัน เช่น การฝึกกล้ามเนื้อเพื่อป้องกันการหกล้ม และการฝึกความจำเพื่อลดความเสี่ยงสมองเสื่อม ซึ่งผลการดำเนินงานพบว่าผู้เข้าร่วมมีสมรรถภาพร่างกายดีขึ้นกว่าร้อยละ 70

ด้านการป้องกันโรค กรุงเทพมหานครให้บริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ โดยในปี 2568 มีผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปเข้ารับการฉีดแล้วกว่า 193,000 คน และอยู่ระหว่างพิจารณานำนวัตกรรมวัคซีนใหม่ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงในกลุ่มผู้สูงอายุให้มากขึ้น หวังลดความรุนแรงของโรคและภาระการรักษา พร้อมกันนี้ยังมีการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ อาทิ ศูนย์พักฟื้นผู้สูงอายุ ระบบบริการสุขภาพดิจิทัล การแพทย์ทางไกล รวมถึงการปรับปรุงทางเดินเท้าและพื้นที่สาธารณะให้เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ เพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ผู้สูงอายุไม่เพียงแต่อยู่ได้ แต่ยังอยู่ดี มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงยั่งยืน”

ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และที่ปรึกษาโครงการ Gen ยัง Active 50+ เน้นย้ำว่า “การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ร่วมกับบริษัท แกล็กโซ สมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (GSK) ขับเคลื่อนโครงการ Gen ยัง Active 50+ ภายใต้รูปแบบ Public Private Partnership (PPP) พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ความเข้าใจด้านการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรคที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยเฉพาะวัยผู้ใหญ่และวัย 50+ ที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย

ทั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ลดความเสี่ยงของโรคและการเจ็บป่วยในอนาคต พร้อมเตรียมพร้อมอย่างมีประสิทธิภาพสู่การเป็นผู้สูงอายุที่แข็งแรงและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย แต่ยังเป็นการสนับสนุนระบบสุขภาพของประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว“

โดย GSK ผู้ร่วมขับเคลื่อนโครงการ Gen ยัง Active 50+ มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดี พร้อมสนับสนุนสังคมไทยมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี ผ่านองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญของบุคลากร และร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรเอกชน เพื่อสร้างคุณค่าในมิติต่าง ๆ แก่สังคม ทั้งการเสริมสร้างสุขภาพเชิงป้องกันและภูมิคุ้มกันโรค และการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ก้าวล้ำหน้าโรคต่าง ๆ ภายใต้แนวคิด Ahead Together

โครงการ “Gen ยัง Active 50+” เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน ได้จัดทำศูนย์รวมข้อมูลด้านสุขภาพที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ ผ่านแพลตฟอร์มที่เข้าถึงง่าย ได้แก่ เว็บไซต์ www.GenYoungActive.com  และ LINE OA: @GenYoungActive ประกอบด้วย สาระความรู้เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บและการป้องกันโรค กิจกรรมที่น่าสนใจ และบทสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจจากวัย 50+ ที่มีการใช้ชีวิตอย่างแอคทีฟอยู่เสมอ

โดยภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จะมีบทบาทสำคัญโดยตรงในการเป็นแหล่งข้อมูลด้านสุขภาพที่ถูกต้อง ร่วมกับ GSK และการสนับสนุนข้อมูลความรู้และความเชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ จากพันธมิตร เช่น กรมอนามัย สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เป็นต้น เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป รวมทั้งผู้ดูแลผู้สูงวัยและคนไทยทุกคน อัปเดตความรู้และสามารถส่งต่อข้อมูลให้ครอบครัวและเพื่อน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ช่วยให้คน Gen ยัง Active หรือวัย 50+ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ มีคุณภาพและมีความสุข เมื่อเข้าสู่สังคมสูงวัย

Latest articles

ใกล้ถึงฤดูระบาดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันด้วยวัคซีน เลือกได้ทั้งชนิดพ่นจมูกและชนิดฉีด

โรคไข้หวัดใหญ่ที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา จริง ๆ แล้วมีความรุนแรงกว่าที่คิด และสามารถลุกลามเป็นปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ และทำให้เสียชีวิตได้

PUMA X Pokémon คอลแลบคอลเล็กชัน ธีมแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

PUMA จับมือกับ Pokémon ฃวิชวลของแคมเปญที่เชื่อมโยงโลกของ Pokémon เข้ากับสปอร์ตแวร์สไตล์ของ PUMA สะท้อนความคอนทราสต์ระหว่าง Pokémon แห่งดวงอาทิตย์ Espeon และ Pokémon แห่งดวงจันทร์ Umbreon

วิริยะประกันภัย จับมือกลุ่มทิสโก้ สนับสนุนงานวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026”

เปิดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายใจภายในครอบครัว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังแห่งความรักและการแบ่งปันโอกาสสู่สังคม โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

วว. พัฒนา นวัตกรรม “โยเกิร์ตถั่วชิกพีพร้อมชง” ปฏิวัติอาหารฟังก์ชันไทย

ในยุคที่การดูแลสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงกระแสนิยม แต่กลายเป็นวิถีชีวิตหลักของผู้คนทั่วโลก การเฟ้นหาวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็น "อาหารฟังก์ชัน" (Functional Food) หรืออาหารที่ให้คุณประโยชน์มากกว่าคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐาน จึงเป็นโจทย์สำคัญที่นักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจ

More like this