แอสคอทท์ เร่งสร้างการเติบโตในไทย ผนึกพันธมิตรเตรียมเปิดตัวรีสอร์ทแห่งแรกในภูเก็ต

Published on

ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด ประเทศไทย (แอสคอทท์) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับบริษัท ภูเก็ต เอชเอ ทรี จำกัด และบริษัท อะโบฟ ป่าตอง เรสซิเดนซ์ จำกัด เพื่อบริหารจัดการและพัฒนา Ascott Abov Patong Phuket ซึ่งจะเป็นจุดหมายปลายทางแบบครบวงจร ที่ประกอบด้วย Ascott Abov Patong Phuket Resort และ Residences at Ascott Abov Patong Phuket 

โดยความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการเปิดตัวรีสอร์ทและเรสซิเดนซ์ภายใต้แบรนด์แอสคอทท์เป็นครั้งแรกในภูเก็ต ซึ่งเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการขยายพอร์ตโฟลิโอในตลาดท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศไทย

โครงการตั้งอยู่ห่างจากหาดป่าตองเพียง 150 เมตร โดดเด่นด้วยห้องจำนวน 482 ยูนิต ทั้งในส่วนของรีสอร์ทและเรสซิเดนซ์ โดยได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Fine Arts Inspired by Nature” หรือ “ศิลปะชั้นสูงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ” ที่ผสมผสานความหรูหราเรียบง่ายและความสะดวกสบายทันสมัย เข้ากับความงดงามตามธรรมชาติของภูเก็ตได้อย่างลงตัว

Ascott Abov Patong Phuket Resort นำเสนอห้องพักที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ตั้งแต่ห้อง ดีลักซ์ ไปจนถึงห้อง สวีทแบบสองห้องนอน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น สระว่ายน้ำ 2 สระ, เอ็กเซ็กคิวทีฟ เลานจ์, ฟิตเนส, คิดส์คลับ และกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีห้องอาหารที่เปิดให้บริการตลอดวัน, ร้านอาหารพิเศษ, บาร์บนชั้นดาดฟ้า และบาร์ริมสระว่ายน้ำ

Residences at Ascott Abov Patong Phuket มีห้องให้เลือกทั้งแบบหนึ่งและสองห้องนอน พร้อมตัวเลือกพิเศษอย่างห้องพักที่เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำ ห้องวิวสวน และห้องวิวทะเล พร้อมทางเลือกการเป็นเจ้าของทั้งแบบถือครองกรรมสิทธิ์ (freehold) และสิทธิการเช่า (leasehold) โดยเจ้าของร่วมจะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าใช้สิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมและบริการต่างๆ ของรีสอร์ทจากแอสคอทท์อีกด้วย

คณิต แสงมุกดา ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและลาว บริษัท ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด กล่าวว่า “ เรากำลังเร่งสร้างการเติบโตในประเทศไทยด้วยแนวทางการพัฒนาที่หลากหลาย โดยขยายธุรกิจจากเซอร์วิสเรสซิเดนซ์ไปสู่โรงแรม รีสอร์ท และเรสซิเดนซ์  ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าหลากหลายกลุ่ม และสอดรับกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พร้อมคงไว้ซึ่งมาตรฐานระดับโลกของแอสคอทท์ การเปิดตัว Ascott Abov Patong Phuket ในฐานะรีสอร์ทและเรสซิเดนซ์ภายใต้แบรนด์แห่งแรกในจังหวัดภูเก็ต ถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราที่จะขยายธุรกิจในเมืองท่องเที่ยวสำคัญต่อไป”

วุฒิไกร กุลสิริสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ภูเก็ต เอชเอ ทรี จำกัด และบริษัท อะโบฟ ป่าตอง เรสซิเดนซ์ จำกัด กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับแอสคอทท์ การเปิดตัว Ascott Abov Patong Phuket ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของเราในการนำเสนอประสบการณ์รีสอร์ทและเรสซิเดนซ์แบบครบวงจรในรูปแบบใหม่มาสู่ภูเก็ต  เราเชื่อมั่นว่าการเป็นพันธมิตรครั้งนี้จะไม่เพียงยกระดับมาตรฐานการบริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของภูมิภาค แต่ยังมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับทั้งแขกผู้เข้าพักและเจ้าของห้องพัก ด้วยการผสานความหรูหราเข้ากับความงามตามธรรมชาติของหาดป่าตองได้อย่างลงตัว”

ปัจจุบัน แอสคอทท์บริหารจัดการโครงการกว่า 26 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ พัทยา และศรีราชา โดยยังมีโครงการอีก 3 แห่งที่อยู่ระหว่างการพัฒนา การเปิดตัว Ascott Abov Patong Phuket ในครั้งนี้ จึงช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแอสคอทท์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านการบริหารจัดการที่พักระดับนานาชาติในตลาดเมืองไทย

Latest articles

SEO คืออะไร ทำไมเว็บไซต์ติดอันดับแต่ยอดขายไม่เพิ่ม ?

หลายธุรกิจเริ่มทำเว็บไซต์ด้วยเป้าหมายเดียวกัน คืออยากให้คนค้นหาเจอบน Google และเปลี่ยนผู้เข้าชมเหล่านั้นให้กลายเป็นลูกค้า แต่เมื่อเริ่มศึกษาการทำการตลาดผ่าน Search Engine คำถามแรกที่มักเกิดขึ้นคือ SEO คืออะไร

เช็กข้อยกเว้น! เลือกประกันชีวิตเสียชีวิตทุกกรณีให้คุ้มค่า

ผู้เอาประกันภัยจำนวนมากมักเข้าใจผิดว่าการเลือกทำประกันชีวิตเสียชีวิตทุกกรณีจะให้ความคุ้มครองและจ่ายเงินชดเชยให้ทันทีในทุกสถานการณ์โดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ แต่ในความเป็นจริง กรมธรรม์ประกันชีวิตทุกฉบับจะมีข้อกำหนด เงื่อนไข และข้อยกเว้นตามกฎหมายระบุไว้เสมอ

ดูดไขมันต้นขา ราคาเท่าไร? รวมปัจจัยที่ทำให้ราคาแตกต่างกัน

การดูดไขมันต้นขาเป็นหัตถการที่ช่วยปรับสัดส่วนบริเวณต้นขา โดยแพทย์จะประเมินปริมาณไขมัน ตำแหน่งที่ต้องการดูด และสภาพร่างกายก่อนวางแผนการรักษา สำหรับผู้ที่กำลังค้นหา โปรแดรมดูดไขมันต้นขา ราคาเท่าไร อาจพบว่าค่าใช้จ่ายของแต่ละคลินิกแตกต่างกัน

ลิสต์ต้องรู้เมื่อทำประกันสุขภาพ OPD เพื่อเปรียบเทียบให้คุ้ม

ก่อนที่จะตัดสินใจจ่ายเงินซื้อกรมธรรม์ ควรนำข้อมูลประกันสุขภาพ OPD มาเปรียบเทียบดูอย่างละเอียดเพื่อให้ได้แผนที่ตรงกับไลฟ์สไตล์และความจำเป็นมากที่สุด โดยการนำแผนประกันสุขภาพ OPD มาเปรียบเทียบและวิเคราะห์จะช่วยให้เห็นความคุ้มค่าและลดความเสี่ยงจากการจ่ายเบี้ยทิ้งโดยไม่จำเป็น

More like this