ธ.ก.ส. เปิดตัวโครงการโรงเรียนเกษตรธนากร สร้างเยาวชนเข้าสู่ภาคการเกษตร

Published on

ธ.ก.ส. เปิดตัวโครงการโรงเรียนเกษตรธนากร สร้างเยาวชนเข้าสู่ภาคการเกษตร ผ่านการยกระดับการเกษตรเพื่อการบริโภคเป็น “เกษตรการค้า” เพื่อก้าวไปสู่การเป็นเกษตรกรหัวขบวน หรือผู้ประกอบการในภาคการเกษตร ทดแทนเกษตรกรสูงวัยในอนาคต พร้อมเติมเงินทุน องค์ความรู้ ระบบการออม ช่องทางการตลาดและการจัดจำหน่าย ประเดิมนำร่องในช่วงเทศกาลวันแม่ใน 18 โรงเรียนจากทั่วประเทศ ครอบคลุมเยาวชนที่จะได้รับความรู้และประสบการณ์ตรงกว่า 7.7 พันคน

ฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างเยาวชน รวมถึงทายาทของเกษตรกรให้เข้าสู่ภาคการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างของประเทศไทยในปัจจุบันที่พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ธ.ก.ส. จึงได้จัดทำ โครงการโรงเรียนเกษตรธนากร โดยมุ่งเพิ่มทักษะให้กับเยาวชนมีความรู้และเข้าใจการทำ “เกษตรการค้า” ทั้งด้านการบริหารเงิน การออม การลงทุน การจัดจำหน่าย และด้านการตลาด

 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์ในการทำการเกษตร ผ่านกิจกรรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อให้เยาวชนสามารถก้าวเข้าสู่การเป็นเกษตรกรหัวขบวน หรือผู้ประกอบการในภาคการเกษตรได้ต่อไป โดยธนาคารคัดเลือกโรงเรียนที่มีความพร้อมทั่วประเทศมา 18 โรงเรียน พร้อมเสริมการพัฒนาใน 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย

  1. ด้านเงินทุน แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ การก่อสร้างหรือปรับปรุงโรงเรือนหรือแปลงปลูกผัก โรงเลี้ยงไก่ โรงเพาะเห็ดหรือพืชผักสวนครัว บ่อปลา ระบบรดน้ำอัตโนมัติ/น้ำหยด ถังหมักปุ๋ย ระบบบำบัดน้ำเสีย และซื้อเครื่องมือหรือปัจจัยการผลิต อาทิ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย อาหารสัตว์ เครื่องจักร และเทคโนโลยี เป็นต้น

และเงินทุนหมุนเวียน คือ การนำเงินออกไปใช้ในการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงการ โดยจะต้องนำกลับมาคืน เพื่อทำให้เยาวชนได้เรียนรู้การวางแผนงบประมาณ การลงทุน การคืนเงินตามรอบที่กำหนด ช่วยสร้างนิสัยการใช้เงินอย่างรอบคอบ ไม่ใช้จ่ายเกินความจำเป็น ฝึกการบริหารความเสี่ยง เปรียบเหมือนการลงทุนทำธุรกิจจริง และโรงเรียนสามารถนำเงินที่ได้รับกลับมาไปใช้ในการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

2.ส่งเสริมองค์ความรู้ ด้านการทำการเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ โดยพนักงานของ ธ.ก.ส. ด้านการพัฒนา ที่มีความรู้และประสบการณ์เข้าไปให้คำแนะนำและติดตามการดำเนินงานในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโดยตรง พร้อมกับเปิดให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทาง “Facebook : โรงเรียนเกษตรธนากร” ซึ่งจะรวบรวมสื่อการเรียนการสอนที่เป็นข้อมูลสำคัญในการทำการเกษตรที่นำไปปฏิบัติได้จริง

ทั้งในเรื่องเทคนิคการปลูกพืช การทำโรงเรือน การพัฒนาใช้ระบบน้ำ การผลิตปุ๋ย การจัดการขยะ เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปสินค้า ตลอดจนแนวทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเล่าเรื่องเพื่อสร้างคุณค่าให้กับสินค้า และการทำการตลาด เป็นต้น

  1. พัฒนาระบบการออม ตามรูปแบบของโครงการโรงเรียนธนาคารของ ธ.ก.ส. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีทักษะด้านการบริหารเงิน และการออมเงินอย่างสม่ำเสมอ มีการบันทึกบัญชีรายรับ – รายจ่าย และสร้างนิสัยการใช้เงินแบบมีเป้าหมายให้กับเยาวชน ลดโอกาสในการใช้เงินเกินตัวหรือมีภาระหนี้สินในอนาคต และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองอีกด้วย
  2. ช่องทางการตลาด และการจัดจำหน่าย อาทิ การนำผลิตภัณฑ์สินค้าของโครงการไปจำหน่ายที่ BAAC Branch Outlet ในที่ทำการสาขาของ ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ ตลาด BAAC Farmer Market ที่ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ และการเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าไปยังภาคีเครือข่ายของธนาคาร

อาทิ ผู้ประกอบกิจการโรงแรมที่พัก ชุมชนท่องเที่ยว หรือส่วนราชการอื่น ๆ รวมถึงให้คำแนะนำแนวทางการจำหน่ายให้กับตลาดของโรงเรียนและตลาดชุมชนโดยรอบ หรือจัดจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจผ่านช่องทางออนไลน์ที่โรงเรียนสามารถพัฒนาได้โดยไม่มีต้นทุนค่าใช้จ่าย

“โครงการโรงเรียนเกษตรธนากร ถือเป็นการบูรณาการโครงการเดิมที่ ธ.ก.ส. จัดทำขึ้น เพื่อเยาวชน จำนวน 2 โครงการ คือ โรงเรียนธนาคาร ที่มุ่งส่งเสริมการออมของเยาวชน และโครงการปลูกความรู้ด้านการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ด้านการทำการเกษตรเพื่อเป็นอาหารกลางวันภายในโรงเรียนมายกระดับจากเกษตรเพื่อการบริโภคเกิดเป็น “เกษตรการค้า” โดยมุ่งส่งเสริมความรู้ให้กับเยาวชน โดยเฉพาะในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งถือเป็นวัยเริ่มต้นของความสนใจต่ออาชีพ ได้มีประสบการณ์และรายได้จากการเรียนรู้การทำการเกษตรไปพร้อมกัน

เพื่อสะท้อนให้เยาวชนเห็นว่า อาชีพเกษตรกรมีความมั่นคง สามารถสร้างรายได้ประจำ เพื่อใช้ดำรงชีพได้จำนวนไม่น้อยไปกว่าการเดินทางออกจากบ้านเกิดไปประกอบอาชีพอื่น ๆ เช่น ไปเป็นพนักงานประจำในกรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองหลักได้เช่นกัน”ฉัตรชัย กล่าว

สำหรับ “โรงเรียนเกษตรธนากร” เต็มรูปแบบ จำนวน 18 โรงเรียน และยังมีอีก 9 โรงเรียนจะได้รับการสนับสนุนในฐานะ “โรงเรียนสาธิตเกษตรธนากร” ก่อนจะต่อยอดไปสู่การเป็นโครงการโรงเรียนเกษตรธนากรอย่างเต็มรูปแบบได้ต่อไปในอนาคต รวมจำนวนเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ 7,795 คน

เริ่มดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป และจะสรุปผลการดำเนินโครงการภายในเดือนมกราคม 2569 ทั้งนี้ ธ.ก.ส. พร้อมขยายผลโครงการไปทุกจังหวัด และเปิดให้ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสมทบทุนกับกองทุนโครงการโรงเรียนเกษตรธนากร เพื่อมีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้เกิดเยาวชนในภาคการเกษตรได้มากขึ้นต่อไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ www.baac.or.th หรือ Call Center 02 555 0555

Latest articles

“Avatar: Fire and Ash อวตาร: อัคนีและธุลีดิน” ตรีมได้แล้ววันนี้ พร้อมพากย์ไทย บน Disney+

ตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการหวนคืนสู่โลกแพนดอร่า กับ "Avatar: Fire and Ash อวตาร: อัคนีและธุลีดิน" ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับโลกเจ้าของรางวัลออสการ์® จากผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์® เจมส์ คาเมรอนที่จะพาผู้ชมออกเดินทางสู่บทใหม่ของมหากาพย์ Avatar หลังจากสร้างปรากฏการณ์บนจอภาพยนตร์ทั่วโลกด้วยรายได้กว่า 1.48 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมคว้ารางวัลออสการ์® สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม

งานประชุมสุดยอด RESILIA Summit 2026 เดินหน้าขับเคลื่อนความก้าวหน้า ด้านศัลยศาสตร์หัวใจ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Edwards Lifesciences ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมที่สำหรับโรคหัวใจเชิงโครงสร้าง (Structural Heart Disease) จึงได้จัดงานประชุมสุดยอด RESILIA Summit 2026 โดยรวมตัวศัลยแพทย์หัวใจชั้นนำกว่า 120 ท่าน จาก 10 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางก้าวต่อไปของการดูแลรักษาผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจ

มูลนิธิศุภนิมิตฯ หนุนสร้างนวัตกรรมการจัดการขยะอย่างยั่งยืนในเขตอุทยานแห่งชาติ

ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นพื้นที่ชนบทห่างไกลที่มีความท้าทายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เนื่องจากระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น รถขนส่งขยะ ไม่สามารถเข้ามาให้บริการได้ ด้วยสภาพพื้นที่ที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาและตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ภายใต้พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562

เอ็มจี ชูมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสุดในแบตเตอรี่ที่ประกอบในไทย

เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ผู้นำยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เผยข้อมูลนวัตกรรมความปลอดภัยของแบตเตอรี่รถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน ด้วยมาตรฐานการทดสอบสุดโหด ทั้งในยุโรป (UN ECE R100) จีน (GB 38031)

More like this