ปลดล็อกความเชื่อ! แม่ในช่วงตั้งท้อง-ให้นมลูก เสี่ยงกระดูกพรุนจริงหรือไม่

Published on

ท่ามกลางความสุขจากการตั้งท้อง หนึ่งในความกังวลลึก ๆ ของคุณแม่ที่ถูกส่งต่อมาเรื่อย ๆ คือ จริงหรือไม่? ที่ลูกอาจดึงแคลเซียมจากคุณแม่ไป จนทำให้เสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน ต้อนรับเทศกาล “วันแม่แห่งชาติ” ในเดือนสิงหาคมนี้ เราพาไปเจาะลึกข้อเท็จจริงผ่านมุมมองของ นพ.ธีรภัทร ธุถาวร ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านกระดูกพรุน โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข เพื่อให้คุณแม่มือใหม่ได้คลายกังวล พร้อมแนะวิธีปกป้องกระดูกของคุณแม่ทุกวัยอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นของขวัญวันแม่ที่มีความหมายกว่าปีไหน ๆ

เคลียร์ความเชื่อมวลกระดูกลดลง คือ “กลไกธรรมชาติ” ที่ฟื้นฟูได้

เพราะคุณแม่หลายท่านมักได้ยินมาว่า “ลูกจะดึงแคลเซียมเราไปตอนตั้งท้องและให้นม ทำให้กระดูกของแม่ไม่แข็งแรง” ซึ่งความเข้าใจนี้ไม่เป็นความจริงทั้งหมด ความจริงคือแคลเซียมลดลงเพียงชั่วคราวในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 3 มวลกระดูกของคุณแม่จะลดลง 3 – 5% และช่วงให้นมบุตรอาจลดลงอีกประมาณ 3 – 10% เพราะร่างกายต้องนำแคลเซียมไปสร้างกระดูกและผลิตน้ำนมให้ลูก โดยเน้นย้ำว่าเป็นเพียง ‘การลดลงชั่วคราว’ เท่านั้น

ร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบมาอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ร่างกายจะปรับกลไกให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้มากขึ้นถึง 2 เท่าโดยอัตโนมัติ เพื่อนำไปส่งต่อให้ลูกน้อย ซึ่งหากได้รับแคลเซียมจากอาหารไม่เพียงพอ ร่างกายจะยืมแคลเซียมสำรองจากกระดูกของคุณแม่มาใช้ชั่วคราว โดยทั่วไปมวลกระดูกจะค่อย ๆ ฟื้นฟูกลับคืนสู่ระดับใกล้เคียงหรือเทียบเท่าช่วงก่อนตั้งครรภ์ ภายในประมาณ 12 เดือนหลังหยุดให้นม

ดูแลอย่างไร? ไม่ให้มวลกระดูกของคุณแม่ลดลงมากเกินไป

หากคุณแม่ท่านไหนวางแผนตั้งครรภ์ ควรเริ่มวางแผนดูแลสุขภาพกระดูกตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ ตั้งแต่ระยะก่อนตั้งครรภ์ ไปจนถึงหลังคลอด เพื่อให้แน่ใจว่ามวลกระดูกจะไม่ลดลงมากเกินไป

  1. เน้นโภชนาการ เสริมแคลเซียมและวิตามินดี: ทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงให้เพียงพอ เช่น นมและผลิตภัณฑ์จากนม, ปลาเล็กปลาน้อย, เต้าหู้ และผักใบเขียวเข้ม พร้อมรับวิตามินดีจากอาหารและแสงแดดอย่างเหมาะสม หากมีปัจจัยเสี่ยงต่อการขาดวิตามินดี ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจและการเสริมวิตามินดี

  1. การออกกำลังกายที่เหมาะสม: เพื่อกระตุ้นการสร้างความหนาแน่นของมวลกระดูก โดยสามารถแบ่งประเภทการออกกำลังเป็นกิจกรรมแบบลงน้ำหนัก เช่น เดิน และกิจกรรมออกกำลังกายแบบอื่น ๆ ที่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์ เช่น ปั่นจักรยานเบา ๆ อยู่กับที่ หรือเล่นโยคะที่ปรับท่าทางให้เหมาะสม รวมถึงเพิ่มการฝึกกล้ามเนื้อภายใต้คำแนะนำที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ

  1. กรณีตรวจพบกระดูกพรุนหรือหักขณะให้นม: แนวทางการรักษาจะปรับตามความเหมาะสมของคนไข้แต่ละราย เช่น แนะนำให้หยุดให้นมบุตร (หรือลดระยะเวลาให้สั้น โดยตัดสินใจร่วมกันระหว่างผู้ป่วยและแพทย์ที่ดูแลโรคกระดูกพรุน), เสริมแคลเซียมเฉพาะผู้ที่รับแคลเซียมจากอาหารไม่เพียงพอ, เสริมวิตามินดี และพิจารณาให้ยารักษาโรคกระดูกพรุนตามความเหมาะสมของคุณแม่แต่ละท่าน

ใครบ้าง? เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังและควรตรวจมวลกระดูก

เพราะภาวะกระดูกพรุนรุนแรงนำไปสู่กระดูกร้าว (Fracture) หรือกระดูกหักได้ง่าย การสังเกตตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง ได้แก่

  • เคยกระดูกหักจากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรง
  • ดัชนีมวลกาย (BMI) น้อยกว่า 20 กิโลกรัม ต่อ ตารางเมตร
  • สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์หนัก
  • มีภาวะขาดวิตามินดี
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
  • ได้รับยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง

สัญญาณเตือนภัย (Red Flags) ที่ต้องพบแพทย์ทันที

  • ปวดหลังอย่างรุนแรงหรือปวดเรื้อรัง พักแล้วไม่ดีขึ้น
  • ปวดหลังแบบเฉียบพลัน และรุนแรงขึ้นทันที
  • ส่วนสูงลดลงเร็ว (มากกว่า 2 ซม. ใน 1 ปี หรือมากกว่า 4 ซม. เมื่อเทียบกับส่วนสูงจากช่วงที่สูงที่สุด)
  • หลังค่อม หรือมีจุดกดเจ็บชัดเจนบริเวณแกนกลางกระดูกสันหลัง

ส่งต่อความรักวันแม่ พา “คุณแม่สูงวัย” ตรวจมวลกระดูกเชิงป้องกัน

คุณแม่มือใหม่สบายใจได้! กระดูกพรุนจากการตั้งท้องและให้นมลูก เป็นภาวะที่พบได้ยาก ดังนั้นจึงยังไม่แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมทุกคนตรวจวัดมวลกระดูกเป็นมาตรฐาน แต่สำหรับ “คุณแม่หรือผู้หญิงสูงวัย” อายุ 65 ปีขึ้นไป สถานการณ์กลับต่างออกไปและน่าเป็นห่วงกว่า เพราะเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ร่างกายจะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยปกป้องกระดูก เกิดการสูญเสียมวลกระดูกอย่างรวดเร็วโดยไม่อาจฟื้นฟูกลับมาได้เอง ดังเช่นช่วงที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โรคกระดูกพรุน จึงเป็น “ภัยเงียบ” ที่ไม่มีอาการเตือนใด ๆ จนกว่าจะล้มแล้วกระดูกสะโพกหรือกระดูกสันหลังหักหรือร้าว จนอาจจะเดินแทบไม่ไหว ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง

การป้องกันและตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ ดีกว่ารอให้กระดูกหักแล้วค่อยรักษา โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข มีความพร้อมในการดูแลสุขภาพกระดูกอย่างครบวงจร ด้วยทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ แพทย์ออร์โธปิดิกส์เฉพาะทาง ทีมกายภาพบำบัด และนักเวชศาสตร์การกีฬา อยากชวนเชิญลูก ๆ แสดงความรักด้วยการพาคุณแม่สูงวัยไปตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกด้วยวิธี Dual Energy X-ray Absorptiometry (DXA) ที่มีความแม่นยำสูง ช่วยให้วางแผนป้องกันหรือรักษาได้ทันก่อนเกิดปัญหา เพื่อคุณแม่จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทุกช่วงวัย ซึ่งถือเป็นของขวัญในวันแม่ที่มีคุณค่ายิ่ง

ต้อนรับเทศกาลวันแม่ในปีนี้ โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข จัดเต็ม! แพ็กเกจตรวจความหนาแน่นมวลกระดูกในราคา 2,650 บาท จากราคาเต็ม 3,795 บาท ระยะเวลาตั้งแต่ 1 ส.ค. – 31 ธ.ค. 2569 โดยสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้รับบริการรายใหม่ที่ไม่มีประวัติการรักษากับโรงพยาบาลมาก่อน เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ศึกษาข้อมูลแพ็กเกจเพิ่มเติมได้ที่ https://kdmshospital.com/package/package-check-up/

Latest articles

UBS คว้ารางวัล ‘PM’s Export Award 2026’ โชว์ศักยภาพผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน

บริษัท อุบลซันฟลาวเวอร์ จำกัด (UBS) ในเครือ ‘บมจ. อุบล ไบโอ เอทานอล’ หรือ UBE คว้ารางวัล Prime Minister's Export Award 2026 สาขา “ผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน” ครั้งแรก จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)

ซีพี แอ็กซ์ตร้า คว้ารางวัล Next Gen Retail Award ตอกย้ำความเป็นผู้นำค้าส่งค้าปลีกแห่งอนาคต

ซีพี แอ็กซ์ตร้า คว้ารางวัลจาก Brand Inside สะท้อนความสำเร็จในการยกระดับประสบการณ์ค้าส่ง-ค้าปลีกยุคใหม่ เดินหน้าสร้าง Happy & Healthy Mall พร้อมมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้าน Retail Tech ของภูมิภาคอาเซียน

SMART เผย Q2/69 รายได้ 101.94 ลบ. กำไรสุทธิ โต 124% อานิสงส์ EEC – Data Center

SMART เผยผลประกอบการไตรมาส 2/69 รายได้รวม 101.94 ลบ. กำไรสุทธิ 4.42 ลบ. เติบโต 124% โชว์ฐานะการเงินแข็งแกร่ง D/E ต่ำ 0.17 เท่า รับอานิสงส์การเร่งลงทุนภาคเอกชนใน EEC กลุ่มโรงงาน คลังสินค้า Data Center และงานก่อสร้างภาครัฐ

บำรุงราษฎร์ชู Complete Heart Failure Care โอกาสใหม่ของผู้ป่วยหัวใจล้มเหลว

บำรุงราษฎร์ชู “Complete Heart Failure Care” ผสานทีมแพทย์และเทคโนโลยีขั้นสูง ดูแลผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวอย่างสมบูรณ์ ย้ำการส่งต่อผู้ป่วยตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและการตัดสินใจรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม

More like this