พม. เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกฎหมายค้าประเวณี  

Published on

นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียต่อการทบทวนกฎหมาย ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี ครั้งที่ 1 โครงการพัฒนากฎหมายเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพสตรีและครอบครัว และบรรยายพิเศษ “การพัฒนากฎหมายเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพสตรีและครอบครัว : กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี  โดยมี นางกุสุมา พนอนุอุดมสุข เลขานุการกรมเป็นผู้กล่าวรายงาน ซึ่งการประชุมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียต่อกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี ซึ่งเป็นการทบทวนกฎหมายการคุ้มครองสวัสดิภาพสตรีและครอบครัวให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชกฤษฎีกาการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมาย พ.ศ. 2558 เพื่อให้ได้หลักการและแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

นายเลิศปัญญา กล่าวว่า พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2539 โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากการกระทำความผิดฐานการค้าประเวณี (ในขณะนั้น) มีสาเหตุสำคัญมาจากสภาพเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งผู้กระทำการค้าประเวณีส่วนมากเป็นผู้ด้อยสติปัญญา การศึกษา และกระทำต่อเพศเดียวกัน หรือต่างเพศกัน ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะมี มาตรการกำหนดโทษ ลดโทษให้แก่ผู้กระทำการค้าประเวณี และคุ้มครองบุคคลที่ถูกค้าประเวณี โดยเฉพาะเด็ก และเยาวชนที่อาจถูกล่อลวง หรือชักพาไปเพื่อการค้าประเวณี กฎหมายจึงได้กำหนดบทลงโทษแก่บุคคลที่ได้กระทำชำเราเด็กในสถานการค้าประเวณี บุคคลซึ่งหารายได้ และได้รับผลประโยชน์จากการค้าประเวณีของเด็กและเยาวชน รวมทั้งบิดา มารดาที่มีส่วนร่วมรู้เห็นเป็นใจในการนำเด็ก เยาวชน และผู้อยู่ในความปกครองไปค้าประเวณี โดยเปิดโอกาสให้ผู้กระทำการค้าประเวณีได้รับการอบรมฟื้นฟูจิตใจ การบำบัด รักษาโรค การฝึกอบรมและพัฒนาอาชีพ ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งจะมีหน่วยงานราชการที่เป็นสถานแรกรับเพื่อรองรับผู้เข้ารับการคุ้มครองและพัฒนาอาชีพไว้เป็นการชั่วคราว และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ หรือสถานที่ที่มูลนิธิ สมาคมได้จัดตั้งขึ้นเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพ และพัฒนาอาชีพ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบครัวให้ดีขึ้น สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข

นายเลิศปัญญา กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 ถูกโอนมาตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2558 ให้เป็นภารกิจของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ซึ่งการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 มีปัญหาหลายประการ เช่น ฐานความผิดไม่ครอบคลุมกับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปก่อให้เกิดปัญหาการตีความ โดยเฉพาะโทษทางอาญาบางส่วนทับซ้อนกับความผิดค้ามนุษย์ (พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551) จึงจำเป็นต้องพัฒนากฎหมายดังกล่าวให้สอดคล้องและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชกฤษฎีกาการทบทวนความเหมาะสมของกฎหมาย พ.ศ. 2558 โดยพิจารณาถึงความเหมาะสม เป็นธรรม ไม่เป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตตามกาลสมัยและวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียต่อการทบทวนกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี และเป็นไปตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่กำหนดให้ “รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพโดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ได้สะดวกและสามารถเข้าใจกฎหมายได้ง่ายเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง และก่อนการตรากฎหมายต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย รวมทั้งเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ต่อประชาชน”

“ผลการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียต่อการทบทวนกฎหมายฉบับนี้ จะนำมาประกอบการจัดทำ (ร่าง) หลักการ แนวทางและเนื้อหาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี อันนำไปสู่การพัฒนาเป็น (ร่าง) กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีต่อไป” นายเลิศปัญญากล่าวในตอนท้าย

Latest articles

ttb analytics ชี้วิกฤตราคาน้ำมันโลกดันตลาดไบโอดีเซล–เอทานอล เติบโตสูง

ttb analytics ชี้วิกฤตราคาน้ำมันโลกดันตลาดไบโอดีเซล–เอทานอล มีศักยภาพโตสูง แนะเร่งสนับสนุนการใช้งานเพื่อทดแทนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง และยกระดับอุปทานให้มีประสิทธิภาพ

le coq sportif Thailand เปิดตัวรองเท้า LCS R980 ฉลองครบรอบ 35 ปี ซีรีส์ LCS R

le coq sportif Thailand (เลอ คอก สปอร์ทีฟ ไทยแลนด์) แบรนด์กีฬาระดับโลก ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศเปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุด "LCS R980"

LINE MAN Wongnai คว้ารางวัล LinkedIn Talent Awards สาขา Best Talent Acquisition Team

LINE MAN Wongnai คว้ารางวัล LinkedIn Talent Awards สาขา Best Talent Acquisition Team เผยอินไซต์การจ้างงาน Gen Z–Senior จากผู้สมัครกว่า 41,000 คน

COVERMARK x Alwaysfluke แชร์เคล็ดลับการเลือกรองพื้นเฉดสีที่ใช่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

เครื่องสำอาง COVERMARK ประเทศไทย ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป ร่วมกับ ฟลุค-รพี ชูสุวรรณ บิวตี้กูรูและเมคอัพอาร์ติสชื่อดัง เจ้าของเพจ fluke - alwaysfluke.com จัดกิจกรรมเวิร์กชอป “FLAWLESS FIT ONE TOUCH EXCLUSIVE WORKSHOP”

More like this