ttb analytics ประเมินธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแนวโน้มสดใส มูลค่าตลาดแตะ 2 หมื่นล้าน ใน10 ปี

Published on

ttb analytics ประเมินธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในปี 2576 จะมีมูลค่าธุรกิจตลาดแตะ 2 หมื่นล้านในปี 2576 ด้วยแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของกลุ่ม Gen X ที่มีข้อจำกัดในเรื่องผู้ดูแลสูงกว่าคนในยุคก่อน ส่งผลให้ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในช่วงปี 2567 – 2571 อาจโตด้วยอัตราเร่งเฉลี่ยกว่า 30.5% ต่อปี และยังขยายตัวได้ต่อในช่วงปี 2572 – 2576 ที่เฉลี่ย 15% ต่อปีจากการปรับเปลี่ยนมุมมองการพักพิงที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น

ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Nursing Care for Elderly) นับเป็นธุรกิจที่น่าจับตาและขนาดธุรกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดย ttb analytics ประเมินมูลค่าธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุผ่านงบการเงินที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าปี 2566 ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมีมูลค่าตลาดราว 2.57 พันล้านบาท แม้พิจารณาในมิติของรายได้ยังนับว่าไม่สูงมากนัก แต่นับว่าเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงด้วยค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 (CAGR) ปีที่สูงถึง 25.1% บนศักยภาพของธุรกิจที่สามารถขยายตัวได้เกือบ 10 เท่าในอีก 10 ปีข้างหน้า จากสถานการณ์ที่ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aged Society) ในปี 2568 ที่ประมาณการว่ามีผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปคิดเป็นสัดส่วน 14.8% และภายในปี 2578 ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มขั้น (Super Aged Society) ที่ประมาณการว่าจะมีผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 21% ของประชากรทั้งประเทศ

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาบนบริบทของโครงสร้างทางอายุของประชากรไทย พบว่า ปัจจุบันกลุ่มประชากรเกษียณอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มที่อยู่ใน Baby Boomers Generation (ช่วงอายุ 59 ปี – 77 ปี ในปัจจุบัน) ซึ่งมีการสร้างครอบครัวสูงถึง 80% โดยมีบุตรสูงถึง 64% ส่งผลให้กลุ่ม Baby Boomers Generation วัยหลังเกษียณ ยังพอมีคนช่วยดูแลไม่ว่ามาจากคู่ครองของตนเอง หรือจากลูกหลาน อย่างไรก็ดีในปี 2567 จะเป็นปีแรกที่กลุ่ม Gen X (ช่วงอายุ 47 ปี – 58 ปี ในปัจจุบัน) มีสถิติการสร้างครอบครัวเพียง 61% และอัตรามีลูกต่ำลงที่ 62% โดยการเข้าสู่วัยการเกษียณอายุทำงาน ส่งผลให้กลุ่มคนที่ยังไม่สร้างครอบครัว รวมถึงครอบครัวที่ไม่มีบุตรประสบปัญหาการมีผู้ดูแลหลังวัยเกษียณอายุการทำงาน

ประกอบกับทัศนคติการเข้าอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่รู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งของกลุ่ม Baby Boomers Generation เริ่มถูกลดทอนลงอย่างมีนัย จากทัศนคติของกลุ่ม Gen X ที่เข้าใจถึงความจำเป็นในการพักอาศัยในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น รวมถึงมาตรฐานการดูแลเริ่มมีการยกระดับอย่างชัดเจนจากผู้ประกอบการรายใหญ่จำนวนมากที่เข้ามาประกอบธุรกิจจากกลุ่มอุตสาหกรรมใกล้เคียง เช่น กลุ่มโรงพยาบาลเอกชน กลุ่มโรงแรม รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้ ลูกหลานสามารถติดต่อใกล้ชิดผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตลอดเวลาและสามารถไปเยี่ยมเยียนรับส่งได้สะดวก ส่งผลให้การตัดสินใจเลือกพักพิงในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุคาดมีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป โดยแบ่งระยะการเติบโตออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้

1) ระยะการเติบโต (Growth Stage) เป็นระยะที่ผู้สูงอายุรับรู้ว่าการพักพิงในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเป็นตัวเลือกที่ดี โดยนับจากปี 2567 จะเป็นช่วงที่คนวัย Gen X เริ่มเกษียณอายุการทำงาน ส่งผลให้ผู้สูงอายุบางส่วนมีแนวโน้มตัดสินใจเลือกพักอาศัยในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ แต่เนื่องจากการเกษียณอายุในไทยเริ่มนับที่อายุ 60 ปี ซึ่งคาดการณ์ว่าอัตราการเลือกพักพิงในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอาจอยู่ในระดับ 1.5 – 2.5% ในช่วง 5 ปีแรก และคาดอัตราการพักพิงจะปรับเพิ่มสูงขึ้นจากการมุมมองที่เปลี่ยนไปตามระยะเวลาเป็น 2.5% – 4.0% ของประชากรในกลุ่มที่เข้าสู่วัยเกษียณในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่เป็นพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านที่อยู่อาศัย ค่าครองชีพ และครอบครัวที่มีขนาดเล็ก อันเป็นปัจจัยสำคัญที่เกิดข้อจำกัดในการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งอัตราดังกล่าวถือเป็นอัตราที่อยู่ในเกณฑ์ที่เป็นไปได้เมื่อเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีอัตราการพักพิงในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุราว 4.5% หรือแม้แต่ในประเทศญี่ปุ่นที่มีสัดส่วนสูงถึง 18.9% ของประชากรที่มีอายุเกินกว่า 65 ปี

2) ระยะการเติบโตในอัตราเร่ง (Expansion Stage) คาดว่าจะเริ่มตั้งแต่ช่วงปี 2579 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของกลุ่ม Gen Y (ช่วงอายุ 29 ปี – 46 ปี ในปัจจุบัน) เข้าสู่ช่วงวัยเกษียณและคาดว่าจะประสบปัญหาการขาดคนดูแลสูงกว่าคนในยุคก่อนหน้าจากอัตราการสร้างครอบครัวที่ต่ำเพียง 44% – 56% โดยในกลุ่มที่มีครอบครัวก็มีอัตราการมีลูกที่ลดลงเหลือเพียง 55% ส่งผลให้อัตราการเลือกอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในระดับที่ 4.5% ขึ้นไปของประชากรกลุ่มที่เข้าสู่วัยเกษียณในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงกลุ่มประชากรผู้สูงอายุในจังหวัดใหญ่ของแต่ละภูมิภาคจะเผชิญกับปัญหาการขาดคนดูแลในช่วงวัยเกษียณที่อัตราต่ำกว่าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่อัตราราว 1.0 – 2.0% ของประชากรผู้สูงอายุในแต่ละปี

ด้วยเหตุนี้ ttb analytics มองสถานการณ์ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมีโอกาสสดใสและได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างประชากรในปัจจุบัน โดยประเมินในอีก 5 ปีข้างหน้าจากฐานของธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ยังไม่สูงในปัจจุบันคาดว่ายังสามารถเติบโตในปี 2567-2571 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ (CAGR) 30.5% ต่อปี ด้วยขนาดธุรกิจประมาณ 9.5 พันล้านบาทในปี 2571 รวมถึงในช่วงปี 2572 – 2576 ที่อัตราการเข้าพักพิงเริ่มเพิ่มขึ้นตามอายุและมุมมองที่เป็นมิตรขึ้นต่อการพักพิงในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ส่งผลให้ตลาดยังสามารถเติบโตในระดับตัวเลข 2 หลัก แม้จะเป็นฐานที่สูงขึ้นในอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ (CAGR) 15.0% ต่อปี

โดยหนุนให้ตัวเลขมูลค่าของธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุขยายตัวแตะ 1.92 หมื่นล้านบาทในปี 2576 พร้อมแนะผู้ประกอบการควรเร่งเพิ่มพื้นที่และบุคลากรเพื่อรองรับจำนวนผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเข้าพักพิงที่จะเพิ่มในอัตราเร่งอย่างต่อเนื่องไปอีกมากกว่า 10 ปี ตามโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป บนข้อคำนึงของผู้สูงอายุที่เข้าพักพิงในศูนย์ดูแลเมื่อมีความสุข ผู้สูงอายุเหล่านั้นจะเปลี่ยนการรับรู้จากศูนย์พักพิงเป็นบ้านหลังใหม่และเกิดความผูกพันถาวร (Lifetime Loyalty) โดยไม่พิจารณาย้ายไปพักพิงในศูนย์ดูแลอื่น

Latest articles

KMA ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์เครื่องสำอางไทย ในงาน EVEANDBOY T-BEAUTY FEST

KMA Cosmetics ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางไทยที่ได้รับการรีวิวจาก KOL และ TikToker ชาวต่างชาติ และได้รับการคัดเลือกโดย EVEANDBOY (อีฟแอนด์บอย)

ใกล้ถึงฤดูระบาดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันด้วยวัคซีน เลือกได้ทั้งชนิดพ่นจมูกและชนิดฉีด

โรคไข้หวัดใหญ่ที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา จริง ๆ แล้วมีความรุนแรงกว่าที่คิด และสามารถลุกลามเป็นปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ และทำให้เสียชีวิตได้

PUMA X Pokémon คอลแลบคอลเล็กชัน ธีมแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

PUMA จับมือกับ Pokémon ฃวิชวลของแคมเปญที่เชื่อมโยงโลกของ Pokémon เข้ากับสปอร์ตแวร์สไตล์ของ PUMA สะท้อนความคอนทราสต์ระหว่าง Pokémon แห่งดวงอาทิตย์ Espeon และ Pokémon แห่งดวงจันทร์ Umbreon

วิริยะประกันภัย จับมือกลุ่มทิสโก้ สนับสนุนงานวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026”

เปิดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายใจภายในครอบครัว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังแห่งความรักและการแบ่งปันโอกาสสู่สังคม โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

More like this