“ธนาคารเวลา” สร้างสังคมไม่ทอดทิ้งกัน

Published on

ออมเงิน อย่าลืม!! ออมเวลา สสส. สานพลังภาคีเครือข่าย ลุย จ.เชียงใหม่ เปิดธนาคารเวลากลาง ขยาย 15 เครือข่าย ต้นแบบนวัตกรรมรองรับสังคมสูงวัย แลกเวลาข้ามจังหวัด ชวนทุกเพศ-ทุกวัยสมัครสมาชิก สร้างสังคมไม่ทอดทิ้งกัน

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2566 ที่ศูนย์บริการคนพิการ ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสริมพลังเครือข่ายธนาคารเวลากลาง ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ ประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 2 สสส. กล่าวว่า “ธนาคารเวลา” หรือ “Time Bank” เป็นนวัตกรรมในการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สร้างความสัมพันธ์ ที่จะช่วยคนทุกเพศ ทุกวัย และทุกฐานะ ภายใต้บริบทสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ที่มีผู้สูงอายุกว่า 13 ล้านคน ให้มีสุขภาวะดีรอบด้านทั้งกาย จิต ปัญญา และสังคม

ที่ผ่านมา สสส. สานพลังภาคีเครือข่าย ฟื้นฟูชุมชน สร้างความเข้าใจ พัฒนาเครือข่ายที่เข้าร่วมธนาคารเวลา ให้เห็นความสำคัญของการดูแล ช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างเท่าเทียม หวังผลให้คนรุ่นใหม่เห็นความสำคัญของการออมเวลา และช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยสามารถเบิกถอนเวลาเพื่อรับความช่วยเหลือไปใช้ในยามจำเป็นได้ โดยไม่ต้องรอให้อายุมากขึ้นหรือเข้าสู่วัยเกษียณ ภายใต้แนวคิดการเป็นผู้ให้และผู้รับได้อย่างเท่าเทียม เช่น ขับรถพาไปโรงพยาบาล ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ตัดต้นไม้ ดูแลบ้าน ช่วยตัดเล็บ ตัดผมผู้สูงอายุติดบ้าน แล้วสะสมแต้มเป็นเวลากับนายธนาคารเวลา เมื่อต้องการความช่วยเหลือสามารถมาเบิกถอนใช้ขอรับความช่วยเหลือได้ โดยไม่ต้องเกรงใจหรือร้องขอ

ต.ชมพู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่นำร่องทดลองใช้นวัตกรรมธนาคารเวลาตั้งแต่ปี 2561 ปัจจุบันมีเครือข่ายธนาคารเวลาที่ สสส. สนับสนุนในรูปแบบธนาคารเวลาในชุมชนท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร และเครือข่ายต่าง ๆ กว่า 80 แห่ง โดยในพื้นที่เครือข่ายภาคเหนือมีธนาคารเวลา 15 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ 12 แห่ง เชียงราย 2 แห่ง ลำปาง 1 แห่ง

“สสส. เดินหน้าเชิงรุก สนับสนุนให้เกิดธนาคารเวลาผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ในชุมชน และเครือข่ายสื่อที่หลากหลาย มีเป้าหมายทำให้เกิดธนาคารเวลาในชุมชนและเครือข่าย และนำไปสู่การเกิด “ธนาคารเวลากลาง” ที่มีกฎระเบียบแนวทางเดียวกันในเครือข่ายของ สสส. และระดับประเทศร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอนาคต เพื่อทำให้สมาชิกทุกคนสามารถแลกเวลาข้ามจังหวัด หรือเครือข่ายกันได้

จ.เชียงใหม่ จะเป็นโมเดลต้นแบบที่เริ่มใช้ระเบียบแนวทางเดียวกันทุกเครือข่าย พร้อมกับการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ในรูปแบบแอปพลิเคชันธนาคารเวลาสำหรับสมาชิกที่รองรับสมาร์ตโฟน เพื่อทำให้เกิดสังคมแห่งการเอื้ออาทรกัน ไม่ทอดทิ้งกัน เกิดเป็นความสุขสร้างสรรค์ในชุมชนภายใต้บริบทสังคมสูงวัย ให้ดีขึ้นต่อไป” ดร.นพ.พรเทพ กล่าว
ปิติพร จันทรทัต ณ อยุธยา ผู้จัดการโครงการขับเคลื่อนและพัฒนารูปแบบการดำเนินงานธนาคารเวลาชุมชนรองรับสังคมสูงวัย กล่าวว่า ธนาคารเวลากลางจะเป็นเครื่องมือรองรับสังคมสูงวัยอย่างเป็นรูปธรรม ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางหรือองค์กรแม่ข่าย (umbrella organization) บริหารจัดการ กำหนดมาตรฐานให้สมาชิกเกิดความเชื่อมั่น กลายเป็นนวัตกรรมช่วยเหลือกันข้ามพื้นที่ได้ ด้วยการกระตุ้นชุมชนที่ร่วมโครงการให้สานพลังพัฒนาระบบในทิศทางเดียวกัน

จ.เชียงใหม่ ผลักดันเรื่องนี้มาเกือบ 5 ปี เป็นหน่วยงานหลักเชื่อมประสานเครือข่ายธนาคารเวลาภาคเหนือ เพื่อเป็นต้นแบบนำร่องให้ทุกพื้นที่ใช้ระเบียบการเป็นผู้ให้และผู้รับข้ามจังหวัดด้วยวิธีการข้ามธนาคารได้ ภายใต้แนวคิด “ไว้วางใจ ปลอดภัยให้บริการ” มีผู้จัดการธนาคารเป็นคนกลางรับรองความปลอดภัย ทุกการช่วยเหลือคิดเป็น 1 เครดิต ออมเวลา 1 – 3 ชม. ขึ้นอยู่กับกิจกรรม

ปัจจุบัน ต.ชมภู อ.สารภี อยู่ระหว่างทดลองใช้ข้ามพื้นที่ พัฒนาโครงการ 3 ประเด็น 1.สร้างแอปพลิเคชัน และเว็บแอปสำหรับการเป็นฐานข้อมูลเกี่ยวกับธนาคาร 2.ทำระบบสนับสนุนให้คำแนะนำชุมชนเสริมพลังต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำในชุมชน 3.กำหนดมาตรฐานการดำเนินงาน 5 ด้าน ได้แก่ การจัดการข้อมูล คัดเลือกสมาชิก บริหารจัดการ ระบบประเมินผลติดตาม และทำรายงานสรุปเพื่อพัฒนาโครงการให้ดีขึ้น
“ธนาคารเวลา จ.เชียงใหม่ เป็นเครื่องมือที่ใช้รองรับสังคมสูงวัยสำหรับทุกคน เช่น วัยรุ่นที่เป็นสมาชิก ประสบอุบัติเหตุ ต้องการร้องขอใช้เครดิตการออมเวลาที่ฝากไว้ให้คนที่เป็นสมาชิกด้วยกันมาดูแลระหว่างอยู่โรงพยาบาลก็สามารถทำได้เลย ไม่ต้องรอให้เกษียณหรืออายุ 60 ปีขึ้นไปถึงใช้ได้

ปัจจุบันมีการทำคลังอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้สมาชิกนำไปช่วยเหลือกันและกัน ในคลังจะมีอุปกรณ์สำคัญ เช่น กรรไกรตัดผม อุปกรณ์ทำสวน วีลแชร์ ให้สมาชิกยืมไปทำกิจกรรมช่วยเหลือกันได้ ผ่านหลักคิดการเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับที่มีระบบลายลักษณ์อักษรการเป็นสมาชิกธนาคารเวลาที่ชัดเจน” ปิติพร กล่าว

Latest articles

จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่นสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Economy) ทั้งจากนโยบายภาครัฐ มาตรการทางการค้า และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องทบทวน “วิธีคิด” ในการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรม

Insta360 เปิดตัว Luna Ultra กล้องกิมบอล ร่วมพัฒนากับ Leica สำหรับครีเอเตอร์ยุคใหม่

Insta360 ประกาศเปิดตัว Luna Ultra กล้องกิมบอลเรือธงรุ่นใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Leica ซึ่งออกแบบมา เพื่อผสานประสิทธิภาพด้านการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ โดยมาพร้อมระบบกันสั่น 3 แกน และฟีเจอร์ด้านการถ่ายภาพและวิดีโอที่ครบครันไว้ ในอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัด เสริมด้วยระบบเลนส์คู่และเลนส์เทเลโฟโต้ระดับโปร ตอบโจทย์ทั้งครีเอเตอร์สายไลฟ์สไตล์และสายโปรดักชันที่ถ่ายทำและตัดต่อบนสมาร์ตโฟน

โก โฮลเซลล์ จับมือ 26 แบรนด์พันธมิตร ขนวัตถุดิบราคาประหยัด ดันแคมเปญ “HoReCa GO More”

โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำการเป็นธุรกิจค้าส่ง เพื่อนแท้ผู้ประกอบการ ผ่านแคมเปญใหญ่ประจำปี “HoReCa GO More” ร่วมกับพันธมิตร 26 แบรนด์ชั้นนำ ขนทัพวัตถุดิบลดราคาสูงสุด 50% พร้อมอัดโปรแกรมพิเศษเฉพาะกลุ่ม กิจกรรมต่อยอดเสริมแกร่งอีกมากมาย เพื่อช่วยผู้ประกอบการร้านอาหาร ธุรกิจโฮเรก้า ลดต้นทุนเพิ่มกำไร ต่อลมหายใจนาน 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน – 18 สิงหาคม 2569

พญาไท-เปาโล ผนึก Shop.BeDee ยกระดับการเข้าถึงสุขภาพคนไทย ผ่าน Digital Health Ecosystem

เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ประกาศผนึกกำลังครั้งสำคัญร่วมกับ “Shop.BeDee” แพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลชั้นนำ ยกระดับระบบนิเวศการดูแลสุขภาพ (Healthcare Ecosystem) ในประเทศไทย มุ่งเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคจากการรักษาโรคไปสู่การป้องกันและดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Care) พร้อมชูจุดเด่นการออกแบบประสบการณ์สุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Care) ที่เชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อจากออนไลน์สู่โรงพยาบาล ตอบโจทย์ผู้บริโภคครบทุกช่วงวัย

More like this