LWS เผยชาวคอนโดต้องการพื้นที่ส่วนกลางเพื่อสุขภาพ

Published on

ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น (LWS) เผยผลสำรวจชีวิตผู้อาศัยในคอนโด ต้องการพื้นที่ส่วนกลางอยู่กับธรรมชาติ ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมกลุ่ม

ผลการสำรวจของทีมพัฒนางานบริการ (Service Development Center: SDC) ของ “ลุมพินี วิสดอม” พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้พักอาศัยในคอนโดลุมพินีกว่า 84% ต้องการใช้ชีวิตประจำวันในพื้นที่ส่วนกลางในการผ่อนคลายกับธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ต้องใช้ชีวิตที่บ้านมากขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนั้น 79% ต้องการพื้นที่ออกกำลังกาย และอีก 75% ต้องการพื้นที่นั่งทำงานหรือทำกิจกรรมงานอดิเรกแบบบุคคล/กลุ่ม

ผลการสำรวจดังกล่าวเป็นภาพสะท้อนว่าพฤติกรรมของผู้บริโภค และผู้พักอาศัยในอาคารชุดในปัจจุบันมีความต้องการพื้นที่ที่ใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น และให้ความใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ เพื่อตอบโจทย์กับการใช้ชีวิต โดยคำนึงถึงสุขภาวะที่ดี

ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด (LPN Wisdom หรือ LWS) บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) กล่าวถึงแนวโน้มและทิศทางการพัฒนางานบริการทางด้านอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน ทำให้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ และมีความต้องการในบริการที่แตกต่างจากก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับสุขภาวะที่ดี (Well-Being) เป็นโจทย์ใหม่สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องนำมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับที่พักอาศัย

ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการในพื้นที่ชุมชน ทั้งอาคารสำนักงาน และอาคารพักอาศัย ต้องคำนึงถึงเรื่อง “สุขภาวะ: Well-Being” ใน 4 ด้าน คือ สุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิตใจ สุขภาวะทางสังคม และ สุขภาวะทางสิ่งแวดล้อม ดังนี้

1. ด้านสุขภาวะทางกาย จากผลการศึกษาของ LWS พบว่า ตลาดที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย และอาหารเพื่อสุขภาพ กำลังได้รับความสนใจและเป็นโอกาสในการสร้างธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น Daily Harvest อาหารเพื่อสุขภาพ เป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 100,000 ราย ในสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ประเทศไทยเริ่มมีผู้ให้บริการเพิ่มขึ้นหลายราย หรือ Ketanga กลุ่ม Startup ที่เกิดขึ้นจากความต้องการพักผ่อน และชื่นชอบการออกกำลังกาย ให้บริการจัดทริป และดูแลการพักร้อนแบบกลุ่มย่อยทั่วโลก
2. ด้านสุขภาวะทางจิตใจ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ประชาชนเกิดภาวะความเครียดทั้งจากความกังวลต่อการติดเชื้อและความกังวลด้านเศรษฐกิจ ปัจจุบันมีการพัฒนางานบริการที่ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้บริโภคเพื่อให้เกิดความผ่อนคลายทางจิตใจ เช่น Application ฝึกสมาธิของ Head Space ก่อตั้งโดย Andy Puddicombe ผู้เคยบวชที่ทิเบตมากว่า 10 ปี และ Richard Pierson อดีตมาร์เก็ตติ้งบริษัทที่ประสบกับสภาวะหมดไฟ ฝึกฝนสมาธิร่วมกันจนในที่สุดก็ได้มีการขยายแนวทางการนั่งสมาธิ นี้ออกไปให้คนอื่นมากขึ้น ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดสูงถึง 54 ล้านครั้ง และสร้างรายได้ มากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

3. ด้านสุขภาวะทางสังคม “มนุษย์” เป็นสัตว์สังคมที่ต้องการการรวมกลุ่ม การพบปะสังสรรค์ แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางสังคมลดลง ปัจจุบันได้มีการพัฒนางานบริการที่สร้างสุขภาวะทางสังคม เช่น Young Happy เป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นมาโดยคนไทยกลุ่มหนึ่ง ที่มีจุดเริ่มต้นของลูกที่อยากดูแลพ่อแม่วัยเกษียณ ตั้งกลุ่มขึ้นมา โดยมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ให้กับผู้สูงวัย โดยปัจจุบัน มีสมาชิกเข้าร่วมมากกว่า 100,000 คน

4. ด้านสุขภาวะทางสิ่งแวดล้อม จากสถานการณ์ของโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์และการสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี (Delivery) ทำให้มีปริมาณขยะเพิ่มขึ้น จึงมีการพัฒนางานบริการที่ดูแลเรื่องการจัดการขยะ และรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น GEPP เว้นระยะห่าง ไม่ต้องออกไปไหน สะดวกปลอดภัย รออยู่ที่บ้านแล้วเรียกรับบริการได้ผ่าน 3 ช่องทาง คือ ทางโทรศัพท์ ทางแอพพลิเคชันไลน์ (LINE) และ ผ่านเว็บไซต์

“การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา เป็นวิกฤติด้านสุขภาพที่ส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลก แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็น “โอกาส (Opportunity)” สำหรับการพัฒนางานบริการใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์กับพฤติกรรมของผู้บริโภคโดยเฉพาะการพัฒนางานบริการที่คำนึงถึงสุขอนามัยที่ดี ซึ่งเป็นงานบริการที่มีโอกาสที่จะเติบโตในปัจจุบันและอนาคต ไม่ว่าโควิด-19 จะยังคงอยู่หรือไม่ก็ตาม” ประพันธ์ศักดิ์กล่าว

Latest articles

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ชี้โครงสร้างพื้นฐาน AI โตไม่หยุด ดันเม็ดเงินสะพัดเพิ่ม 401 พันล้านดอลลาร์ หลังบริษัทเทคฯ เร่งวางรากฐานให้ AI

Gartner Says Worldwide AI Spending Will Total $2.5 Trillion in 2026

AI Infrastructure Drives AI Spending; Adds $401 Billion in Spending as Technology Providers Continue to Build Out AI Foundations

โบลท์ (Bolt) มอบส่วนลดสูงสุด 50% เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ระหว่างวันที่ 1-8 กุมภาพันธ์ 2026 ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร สามารถใช้ส่วนลดสำหรับบริการ มอเตอร์ไซค์ของ Bolt เพื่อเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้ง โบลท์ (Bolt) แพลตฟอร์มเรียกรถชั้นนำ เตรียมมอบส่วนลดโดยสารสำหรับบริการมอเตอร์ไซค์เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครสามารถเดินทางไปยังคูหาเลือกตั้งได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และประหยัดมากขึ้น ในวันเลือกตั้ง...

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ชวนชอป “D.I.Y. LOVE COLLECTION” รวมไอเดียของขวัญวาเลนไทน์

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก ชวนทุกคนส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านสินค้า “D.I.Y. LOVE COLLECTION รวมไอเดียของขวัญแทนใจ”(1) ในวันวาเลนไทน์ คัดสรรของขวัญและของตกแต่งจำนวน 38 รายการ ในราคาถูกคุ้มเสมอ

More like this