นักวิชาการจับตาประชุมครม. พรุ่งนี้ ชง CPTPP ให้นายกฯ เห็นชอบ

Published on

นักวิชาการจับตาประชุมครม. พรุ่งนี้ ชง CPTPP ให้นายกฯ เห็นชอบ หวั่นไทยถูกบรรษัทข้ามชาติแทรกแซงนโยบายคุ้มครองสุขภาพคนไทย

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีจะมีการพิจารณาเรื่องการเข้าร่วมเจรจาในความตกลงการค้า CPTPP ในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (22 ธันวาคม 2563) ว่า การที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีตาม ‘ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก’ หรือ CPTPP อาจทำให้ประเทศไทยถูกบรรษัทบุหรี่ข้ามชาติแทรกแซงนโยบายและกฎหมายคุ้มครองสุขภาพได้ แม้ว่าจะมีบทยกเว้นมาตรการควบคุมยาสูบที่จะไม่ใช่กับบทที่ 9 การลงทุน (Chapter 9 Investment) ก็ตาม แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมเรื่องการปลูกและบ่มใบยาสูบรวมถึงการดำเนินงานหลายเรื่อง เนื่องจากยังเปิดช่องให้อุตสาหกรรมยาสูบเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายควบคุมยาสูบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ยังมีกฎหมายอื่นที่ถูกร้องเรียนว่าไม่สอดคล้องกับ CPTPP คือ กฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2563 ที่กำหนดภาษีบุหรี่ซิกาแรตเป็น 2 อัตรา อาจเข้าข่ายขัดต่อ “หลักการไม่เลือกปฏิบัติ” ดังนั้นหากรัฐบาลเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเข้าร่วม CPTPP ก็ควรมีการตั้งข้อสงวนในเรื่องมาตรการควบคุมยาสูบที่ครอบคลุมกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ

รศ.ดร.นิทัศน์ ศิริโชติรัตน์ อาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ความตกลงการค้าเสรี จะทำให้ราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกลง ทำให้มีการบริโภคเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจ และสังคม โดยความตกลง CPTPP มีประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่อการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทย ดังนี้ 1) ไวน์และสุรากลั่น กรมสรรพสามิตของไทยกำหนดมาตรฐานที่ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์สุรานำเข้า และสุราที่ผลิตในประเทศอย่างสอดคล้องและเท่าเทียมกัน แต่ข้อกำหนดการทำเครื่องหมายและฉลากของไทย มีความเข้มงวดมากกว่าที่ความตกลง CPTPP กำหนด

รศ.ดร.นิทัศน์ ศิริโชติรัตน์

โดยเฉพาะในประเด็นการห้ามไม่ให้มีข้อความเชิญชวนให้บริโภค หรืออวดอ้างสรรพคุณบนฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ 2) การระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและนักลงทุนเอกชน ประสบการณ์จากกลไก ‘กระบวนการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชนโดยใช้อนุญาโตตุลาการ’ (ISDS) นักลงทุนได้ทั้งค่าชดเชยที่มาจากภาษีประชาชน และได้ทั้งการล้มนโยบายสาธารณะ ไม่ว่านโยบายนั้นจะออกมาเพื่อคุ้มครองสิ่งแวดล้อม สังคม หรือประชาชนในประเทศก็ตาม มีบางกรณีเพียงแค่นักลงทุนขู่ว่าจะฟ้อง นโยบายสาธารณะที่เป็นประโยชน์กับประชาชนในประเทศนั้นๆ ก็ต้องถูกพับไป และพบว่ามีแรงกระตุ้นอย่างผิดปกติให้นักลงทุนฟ้องรัฐ ซึ่งเกือบทั้งหมดมาจากการยุแยงของบรรดาบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ดังนั้นการให้ภาคธุรกิจมีส่วนร่วมในการออกกฎหมาย ถือเป็นการแทรกแซงนโยบายด้านสุขภาพ

วิฑูรย์ เลี่ยนจํารูญ” ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบ โอไทย กล่าวว่า เห็นว่าครม. ไม่ควรจะมีการพิจารณาเรื่องนี้อีกแล้ว เนื่องจากผลการศึกษาของ “กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการเข้าร่วมความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค (CPTPP)” สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผ่านความเห็นชอบของสภาเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมาได้ข้อสรุปอย่างชัดเจนว่าจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเกษตรกรรมและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ดังรายงานที่ระบุว่า “คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่า เกษตรกรรายย่อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ด้านการเกษตรของไทย จะได้รับผลกระทบอย่างมากและกว้างขวาง ถ้าประเทศไทยเป็นสมาชิกความตกลง CPTPP ทั้งจากการเปิดตลาดเสรีสินค้าเกษตรและจากการรอนสิทธิในการใช้พืชพันธุ์การค้าหลังจากการเข้าเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญา UPOV”

“อย่าลืมว่าผลการศึกษาดังกล่าวเป็นข้อเสนอของรัฐบาลเองที่ต้องการให้ใช้เวทีของสภาฯเป็นผู้พิจารณาเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้โดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายตั้งแต่ภาคเอกชน เกษตรกร ผู้บริโภค นักวิชาการ และตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองรวมทั้งจากพรรครัฐบาลด้วย เชื่อว่า หากครม.มีมติให้เข้าร่วมเจรจา CPTPP จะทำให้เกิดกระแสต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรง” วิฑูรย์ กล่าว

Latest articles

แพทย์วิมุต เตือนวัยทำงานอย่ามองข้าม “กรดไหลย้อน-โรคกระเพาะ” เสี่ยงโรคระบบทางเดินอาหารส่วนบนเรื้อรัง

“โรคระบบทางเดินอาหารส่วนบน” กำลังคุกคามคนวัยทำงานอย่างเงียบ ๆ ที่น่ากังวลคือ โดยหลายคนเริ่มต้นจากอาการใกล้ตัวอย่างกรดไหลย้อนหรือโรคกระเพาะ ที่มักถูกมองว่าเป็นเพียงอาการชั่วคราวและปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ทั้งที่หากเกิดการอักเสบเรื้อรังต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรครุนแรง เช่น มะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งกระเพาะอาหารได้

เพาเวอร์บาย ปลุกตลาดทีวีไทยรับบอลโลก 2026 ดันแคมเปญ “Champion Deals”

เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ดึงกระแสบอลโลก 2026 เร่งชิงตลาดทีวีไทยผ่านกลยุทธ์ “Moment Marketing” เปิดตัวแคมเปญ “Champion Deals” จับอินไซต์คอบอลยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ Home Entertainment ภายในบ้านมากขึ้น

LINE MAN ร่วม ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ชูจุดแข็งแชมป์คนละครึ่งเดลิเวอรี

LINE MAN ขานรับนโยบายภาครัฐ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เดินหน้ากระตุ้นการใช้จ่ายและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง ตอกย้ำบทบาทแพลตฟอร์มที่อยู่เคียงข้างทั้งร้านอาหาร ไรเดอร์ และผู้บริโภคทั่วประเทศ ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส”

เจาะลึกกองทุน DE สนับสนุนไอเดียสู่การใช้งานจริง 

กองทุน DE  ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กำหนดแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเน้นการส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

More like this