พิษโควิด บริโภคเนื้อสัตว์ต่ำสุดรอบ 9 ปี

Published on

รายงานขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เปิดเผยสถานการณ์การบริโภคเนื้อสัตว์ต่อจำนวนประชากร คาดการณ์ว่าลดลงต่ำสุดในรอบ 9 ปี ถือเป็นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น

FAO ระบุว่า ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบทำให้การขนส่งติดขัด เช่น ข้อจำกัดด้านการคมนาคม รวมถึงความต้องการของร้านอาหารที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการของเนื้อสัตว์ทั่วโลกลดลง นอกจากนี้ หัวใจสำคัญอีกข้อ ได้แก่ การขาดแรงงานเพื่อการบรรจุเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เกิดการระบาดไวรัสร้ายแรงมากที่สุดในหลายประเทศทั่วโลก อีกทั้งกรณีโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในภูมิภาคเอเชียก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความต้องการเนื้อสัตว์ลดลงด้วย ส่งผลให้สุกรกว่าหนึ่งในสี่ทั่วโลกต้องตายหรือถูกเชือดจากการติดโรค

ในประเทศไทย ความต้องการผลิตภัณฑ์จากสัตว์ลดลงตามกระแสโลก โดยรายงานของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) ระบุว่า การระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการเนื้อไก่ เนื้อหมู นมพร้อมดื่ม และผลิตภัณฑ์ประมงในประเทศลดลง สืบเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป ซึ่งส่งผลกระทบถึงการปิดโรงแรม และธุรกิจการบริการอื่น ๆ รวมถึงการกำหนดมาตรการที่เข้มงวดของรัฐบาลเกี่ยวกับการเว้นระยะห่างทางสังคม

อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนเกิดโรคระบาด สถาบัน Rabobank ได้คาดการณ์ว่า ความต้องการโปรตีนจากสัตว์และอาหารสัตว์จะลดลงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากเทรนด์การบริโภคใหม่ ๆ โดยการคาดการณ์ของสถาบันระบุว่า การบริโภคเนื้อวัวจะได้รับผลกระทบ ลดลง 9-13% เนื้อหมูจะลดลง 4-17% และปลาจะลดลง 6-11% ส่วนความต้องการของสัตว์ปีกในประเทศไทยจะลดลงถึง 1%-4%

สู่วิถีการกินอาหารแบบใหม่
เมื่อการบริโภคเนื้อสัตว์ลดลง ในประเทศเช่น สหรัฐอเมริกา ความต้องการของผลิตภัณฑ์จากพืชกลับสูงขึ้นกว่า 53% และเพื่อสนับสนุนผู้บริโภคที่สนใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน สู่อาหารที่ยั่งยืน ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ และเป็นมิตรต่อสัตว์ร่วมโลก องค์กรพัฒนาเอกชน ซิเนอร์เจีย แอนิมอล จึงนำเสนอโครงการทดลองอาหารวีแกนฟรี ชื่อ “โครงการท้าลอง 22 วัน” ซึ่งเชิญชวนผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อมาลองเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารแบบใหม่เป็นเวลา 21 วัน โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับสูตรอาหาร ความช่วยเหลือด้านสารอาหาร รวมถึงเคล็ดลับในการกินอาหารจากพืชจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

ธีรธร กล่อมเกลา ผู้จัดการโครงการท้าลอง 22 วัน ซิเนอร์เจีย แอนิมอล กล่าวว่า นอกจากเหตุผลทางด้านการขนส่งแล้ว เหตุการณ์การแพร่ระบาดยังส่งผลให้ผู้คนหันมาพิจารณาพฤติกรรมการกินอาหารของตนเองมากขึ้น จากรายงานขององค์กรสหประชาชาติ ชี้ให้เห็นว่า การแพร่ระบาดใหม่ๆ ที่มีความคล้ายคลึงกับการแพร่ระบาดในปัจจุบัน หรืออาจร้ายแรงยิ่งกว่า อาจเกิดขึ้นอีกได้ หากเราไม่เปลี่ยนแปลงวิธีการบริโภคอาหาร

แม้ว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จะไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่มีการสันนิษฐานว่าการแพร่เชื้อเกิดขึ้นจากสัตว์ป่าแพร่มาสู่คน ซึ่งในแง่ของความเสี่ยงที่อาจเกิดการระบาดครั้งใหม่นี้ สัตว์ที่ถูกเลี้ยงไว้ในฟาร์มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน

จากรายงานขององค์กรสหประชาชาติ พบว่า 75% ของเชื้อโรคที่พบในทศวรรษที่ผ่านมา ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากสัตว์ รวมไปถึง เขื่อน การชลประทาน และ ฟาร์มปศุสัตว์มีความเชื่อโยงกับการติดเชื้อในมนุษย์ถึง 25% องค์กรสหประชาชาติได้เน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่างเชื้อไวรัสและการบริโภคเนื้อสัตว์

โครงการด้านสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ เปิดเผยว่า สัตว์จำพวกวัว หมู และไก่ เป็นปัจจัยของการแพร่กระจายเชื้อโรค เพราะสัตว์จำพวกนี้ มักถูกเลี้ยงในสภาพที่ “ไม่เหมาะสม” เพื่อให้ผลผลิตที่สูงกว่า อีกทั้งยังอยู่ในสถานที่ที่ขาดความหลากหลายทางสายพันธุ์ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อง่ายกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับสถานที่ที่มีสัตว์หลากหลายสายพันธุ์อยู่รวมกัน ยิ่งไปกว่านั้น ฟาร์มปศุสัตว์ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน จะถูกเลี้ยงอยู่ในระบบที่เรียกว่า ฟาร์มเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นระบบที่ขังสัตว์หลายพันชีวิตไว้ด้วยกัน และ ไม่มีโอกาสให้สัตว์ได้รักษาระยะห่างจากกันเลย
ความหนาแน่นของปศุสัตว์ส่งผลกระทบให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่า การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางสายพันธุ์ และทำให้สัตว์ รวมถึงโรคจากสัตว์ ใกล้ชิดกับมนุษย์ยิ่งขึ้น องค์ประกอบทั้งหมดนี้เป็นส่วนผลักดันให้เกิดการแพร่เชื้อของไวรัสสายพันธุ์ใหม่และอาจนำไปสู่การแพ่ระบาดในอนาคต

ในขณะเดียวกัน การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าในโรงฆ่าและ ชำแหละสัตว์ในสหรัฐอเมริกา บราซิล รวมไปถึงเยอรมัน ส่งผลให้การแพร่เชื้ออย่างกว้างขวางในหมู่คนงานโรงแพ็คเนื้อสัตว์กลายเป็นข่าวใหญ่
“จากข้อมูลข้างต้น ทำให้สรุปได้ว่า สังคมของเราควรจะพึ่งผลิตภัณฑ์จากสัตว์ให้น้อยที่สุดเพื่ออนาคตที่ปลอดภัยของเราเอง” นายธีรธรกล่าว “ด้วยความต้องการเนื้อสัตว์ที่ลดลงและตลาดอาหารแพลนต์เบสมีความต้องการสูงขึ้น ดูเหมือนว่าเรากำลังเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลงใหม่ในการบริโภคอาหาร” ธีรธร กล่าว

นอกจากนี้ ซิเนอร์เจีย แอนิมอลยังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยหยุดการตัดไม้ทำลายป่า การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไร้ความรับผิดชอบ การขยายฟาร์มปศุสัตว์ และการส่งออกสัตว์เป็น ๆ เพื่อการบริโภค เพื่อสนับสนุนระบบอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยการรณรงค์ออนไลน์เปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้ที่สนใจสามารถลงชื่อได้ที่ www.change.org/pandemicsthailand

Latest articles

คนไทย 1.6 ล้านคนมีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว รพ.วิมุต ชู PFA รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ  

Atrial Fibrillation (AF) เป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นเร็วและไม่เป็นจังหวะ ส่งผลให้การสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาการที่พบได้มีตั้งแต่ใจสั่น หัวใจเต้นรัวหรือสะดุด เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หน้ามืด ไปจนถึงแน่นหน้าอก จุดยากของ AF คืออาการอาจเกิดขึ้นเพียงเป็นช่วง ๆ ผู้ป่วยบางรายแทบไม่มีอาการ

Thai energy sector turns to AI as cost and demand pressures reshape investment priorities

Thailand's biggest energy groups have already spent a few years reshaping their portfolios to reduce costs and increase their resilience, including consolidating with rival assets to pool production facilities and reduce operational costs

ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่ จัดโปรลดพิเศษเพียง 29 บาท ที่เซเว่นฯ

“บีไชน์ ไดเปปไทด์ คอลลาเจน พลัส สูตรใหม่” เพิ่มปริมาณ แต่ไม่ขึ้นราคา ขนาดบรรจุซอง 13,000 มก. จัดโปรโมชั่น ลดราคาพิเศษช่วงเปิดตัวใหม่ เพียงซองละ 29 บาท (จากราคาปกติ 39 บาท)

พรีเมียร์ลีก JAS และสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ  ต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลในไทย

การละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีผู้ได้รับผลกระทบ มันสร้างความเสียหายต่อผู้บริโภค บั่นทอนธุรกิจที่ถูกกฎหมาย และทำให้รายได้ที่ควรนำไปสนับสนุนการลงทุนเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลและเศรษฐกิจท้องถิ่นลดลง

More like this