มาทำความรู้จักโรคไมเกรน โรคปวดหัวเรื้อรังของที่มนุษย์เงินเดือน

Published on

ปัจจุบันปัญหาสุขภาพที่คนวัยทำงานส่วนใหญ่ต้องเผชิญนั้นมีหลากหลายและคนเรามักจะมองข้ามอยู่เสมอ อย่างคนที่ต้องเร่งสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตจนลืมนึกไปว่าร่างกายก็ต้องได้รับการดูแลเช่นกัน

ถึงแม้ว่าช่วงวัยนี้ยังมีพละกำลังมากพอ แต่การหักโหมทำงานอย่างหนักอาจส่งผลเสียในระยะยาวให้กับสุขภาพได้ โดยเฉพาะโรคยอดฮิตอย่าง “ไมเกรน” โรคที่ไม่ใช่แค่อาการปวดศีรษะทั่วไป แต่เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท สามารถเริ่มเป็นได้ตั้งแต่วัยเด็กซึ่งมักจะกำเริบเป็นครั้งคราวเมื่อเผชิญกับสิ่งเร้าต่าง ๆ เช่น สภาพอากาศที่ร้อนจัด แดดจ้า การอดหลับอดนอน ภาวะเครียดสะสม ดังนั้นการมีความรู้ที่เพียงพอ พร้อมกับรู้จักสังเกตตนเอง และบุคคลใกล้ชิด ก็เพื่อประโยชน์ต่อการรักษาตั้งแต่เริ่มต้นและเพื่อประโยชน์ในการดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขมากที่สุด

เรืออากาศโท นายแพทย์กีรติกร ว่องไววาณิชย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า เมื่อปี พ.ศ. 2562 ทางองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของโรคไมเกรน ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้เกิดความทุพพลภาพ (disability) เป็นอันดับต้นๆของประชากรทั่วโลก โดยเฉลี่ยพบผู้ป่วยไมเกรนมากถึงร้อยละ 15 หรือประมาณ 1 พันล้านคนทั่วโลก พบบ่อยในช่วงอายุระหว่าง 25 – 30 ปี และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายถึง 3 เท่า นอกจากนี้โรคไมเกรนยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความสูญเสียคุณภาพชีวิตและสมรรถภาพในการทำงาน

ไมเกรนเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้มีการส่งสัญญาณความปวดผ่านเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 ทำให้เกิดอาการปวดที่บริเวณขมับ กระบอกตา และท้ายทอย อาการปวดมักจะเป็นลักษณะตุ้บ ๆ บริเวณขมับและท้ายทอย ระดับการปวดอาจรุนแรง ปานกลางไปจนถึงมาก และอาจส่งผลกระทบให้ไม่สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ”

โดยระยะของโรคนี้สามารถจำแนกได้ด้วยระดับความปวดศีรษะ ซึ่งจะแบ่งเป็น 4 ระยะ ประกอบด้วย 1.ระยะนำ (Prodrome) 2.ระยะอาการเตือน (Aura) 3.ระยะปวดศีรษะ (Headache) 4.ระยะหลังจากปวดศีรษะ (Postdrome) อีกทั้งอาการปวดยังสามารถแบ่งเป็นชนิดย่อยตามความถี่ของอาการปวดศีรษะได้อีก 2 กลุ่มได้แก่ ไมเกรนแบบครั้งคราวคือ มีอาการปวดน้อยกว่า 15 วันต่อเดือน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเรียกว่า ไมเกรนแบบเรื้อรังคือ มีอาการปวดมากกว่า 15 วันต่อเดือน ซึ่งควรต้องพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง

สำหรับการรักษาในปัจจุบัน ทางการแพทย์ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้และยังคงยกให้เป็นเรื่องที่จะต้องศึกษาค้นคว้ากันต่อไป ซึ่งจุดมุ่งหมายในการรักษาจึงอยู่ที่การรับมือกับอาการปวด ไม่ว่าจะเป็นการรักษาทั้งแบบใช้ยาและไม่ใช้ยา เพื่อเป็นการรักษาให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น บรรเทาทุกข์ทรมานจากอาการปวดหัว และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถประกอบกิจวัตรต่าง ๆ ได้ตามปกติ

ในขณะเดียวกัน ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่อาการปวดเรื้อรัง ควรหมั่นสังเกตตัวเองให้ดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่า 30 นาทีต่อครั้ง และหมั่นจดบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับความปวด อาทิ วัน เวลา ระยะเวลา ลักษณะอาการปวด อาหารที่รับประทาน รวมถึงความผิดปกติต่าง ๆ

หากผู้ป่วยมีอาการปวดหัวรุนแรงจนไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาแก้ปวด เป็นบ่อยขึ้น (มากกว่า 4 ครั้งต่อเดือน) ทานยาแล้วไม่หาย ควรที่จะไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับอาการ ซึ่งปัจจุบันมีคลินิกปวดศีรษะที่รักษาเฉพาะทางเกี่ยวกับโรคปวดศีรษะโดยเฉพาะ โดยเริ่มจากวิธีการคัดกรองอาการปวดศีรษะประเภทต่าง ๆ ด้วยเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยที่ทันสมัย ที่จะช่วยในการวิเคราะห์ปัญหาได้ตรงจุด ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว ทั้งนี้คลินิกปวดศีรษะยังมีวิธีการรักษา เพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะที่หลากหลายตามลำดับ ดังรายละเอียดด้านล่างนี้

1. การให้ยาแก้ปวดและยาป้องกันไมเกรนอย่างเหมาะสม ซึ่งมียาหลากหลายชนิด ทั้งแบบชนิดรับประทานและชนิดฉีด การใช้ยาจะขึ้นกับอาการและความรุนแรงของผู้ป่วยแต่ละคน โดยยากลุ่มใหม่ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Calcitonin gene-related peptide หรือ CGRP สามารถใช้ได้ดีในผู้ป่วยไมเกรนชนิดเรื้อรังหรือดื้อต่อการรักษา

2. การรักษาโดยใช้ค็อกเทล หรือตัวยาหลายชนิดร่วมกันเพื่อช่วยรักษาอาการปวดศีรษะเฉียบพลัน ซึ่งวิธีนี้จะดีกว่าการฉีดยาเพื่อลดอาการปวดตามปกติ เพราะวิธีการนี้ไม่เพียงช่วยให้อาการปวดทุเลาลง แต่ยังช่วยลดการปวดศีรษะซ้ำภายใน 24 ชั่วโมงได้อีกด้วย

3. การทำหัตถการทางการแพทย์เพื่อลดอาการปวดศีรษะ เช่น การฉีดยาเข้าไปบริเวณเส้นประสาทหลังท้ายทอย (Occipital Nerve Block) หรือการฉีดโบทูลินัมท็อกซิน

4. การรักษาด้วยการกระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้า (neurostimulation) โดยคลื่นแม่เหล็ก (Transcranial Magnetic Stimulation; TMS) หรือ กระแสไฟฟ้าตรง (Transcranial Direct Current Stimulation : TDCS) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบความปวดภายในสมอง จัดว่าเป็นวิธีการรักษาที่ปลอดภัยมีผลข้างเคียงน้อยเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยวิธีการอื่น

5. การรักษาแบบไบโอฟีดแบค (Biofeedback) เป็นเทคโนโลยีการรักษาที่ช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย สามารถรับรู้สัญญาณการทำงานจากอวัยวะต่าง ๆ ในสถานการณ์เครียด โกรธ เจ็บปวด ผ่อนคลาย มีความสุข และนำการรับรู้ดังกล่าวมาปรับใช้ และควบคุมร่างกายตนเองให้ดีขึ้น

“สุดท้ายนี้แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของอาการปวดไมเกรน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยป้องกันตัวเองจากอาการปวดหัวได้ดีที่สุด ด้วยการหมั่นสำรวจและดูแลตนเอง พักผ่อนให้เพียงพอและตรงตามเวลาทุกวัน ไม่ควรซื้อยาแก้ปวดรับประทานเอง พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เลี่ยงปัจจัยเสี่ยงในการเกิดไมเกรนให้น้อยที่สุด และยังช่วยยับยั้งอีกสารพัดโรคที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้อีกด้วย” เรืออากาศโท นายแพทย์กีรติกร กล่าว

Latest articles

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ชี้โครงสร้างพื้นฐาน AI โตไม่หยุด ดันเม็ดเงินสะพัดเพิ่ม 401 พันล้านดอลลาร์ หลังบริษัทเทคฯ เร่งวางรากฐานให้ AI

Gartner Says Worldwide AI Spending Will Total $2.5 Trillion in 2026

AI Infrastructure Drives AI Spending; Adds $401 Billion in Spending as Technology Providers Continue to Build Out AI Foundations

โบลท์ (Bolt) มอบส่วนลดสูงสุด 50% เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

ระหว่างวันที่ 1-8 กุมภาพันธ์ 2026 ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร สามารถใช้ส่วนลดสำหรับบริการ มอเตอร์ไซค์ของ Bolt เพื่อเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้ง โบลท์ (Bolt) แพลตฟอร์มเรียกรถชั้นนำ เตรียมมอบส่วนลดโดยสารสำหรับบริการมอเตอร์ไซค์เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนในกรุงเทพมหานครสามารถเดินทางไปยังคูหาเลือกตั้งได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และประหยัดมากขึ้น ในวันเลือกตั้ง...

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ชวนชอป “D.I.Y. LOVE COLLECTION” รวมไอเดียของขวัญวาเลนไทน์

มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก ชวนทุกคนส่งต่อความรู้สึกดีๆ ผ่านสินค้า “D.I.Y. LOVE COLLECTION รวมไอเดียของขวัญแทนใจ”(1) ในวันวาเลนไทน์ คัดสรรของขวัญและของตกแต่งจำนวน 38 รายการ ในราคาถูกคุ้มเสมอ

More like this