6 ประเทศที่คอกาแฟไม่ควรพลาด

Published on

กาแฟคือหนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมของโลก ดินแดนของกาแฟซึ่งมีความแตกต่างทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม จึงเป็นเรื่องที่น่าค้นหาสำหรับคอกาแฟทั่วโลก และนี่คือ 6 ประเทศทั่วโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องกาแฟรสชาติเข้มข้นและวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ     

1.อิตาลี

เมื่อพูดถึงกาแฟก็ต้องเริ่มที่อิตาลี ซึ่งเป็นประเทศมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมการดื่มกาแฟสมัยใหม่มาก เริ่มจากกาแฟลิงโก้ (lingo) เช่น คาปูชิโน่ ลาเต้ และมัคคิอาโต ไปจนถึงกาแฟลุงโก้ (lungo) หรือกาแฟสไตล์อิตาลีที่ทำจากเครื่องชงเอสเปรสโซ่และมีน้ำเป็นส่วนผสมมากกว่ากาแฟลิงโก้ คนอิตาลีมีวิธีการดื่มกาแฟที่น่าสนใจ โดยพวกเขาจะดื่มกาแฟที่บ้าน และถือว่านมมีไว้สำหรับมื้อเช้าและนักท่องเที่ยวเท่านั้น ดังนั้นถ้าสั่งลาเต้ตบท้ายมื้อกลางวัน คนขายอาจจะมองคุณแปลกๆ สักหน่อย เพราะปกติแล้วหลังจากเวลาเที่ยงวัน หากอยากดื่มกาแฟ คนอิตาลีจะดื่มแต่เอสเพรสโซเท่านั้น

การซื้อกาแฟแบบกลับบ้าน (take away) อาจเป็นเรื่องปกติสำหรับประเทศอื่นๆ แต่วัฒนธรรมการดื่มกาแฟของคนอิตาลีจะต่างออกไปเล็กน้อย โดยคนอิตาลีมักไปดื่มกาแฟกันที่บาร์ และอุณหภูมิของกาแฟก็จะต่ำกว่าของกาแฟในประเทศอื่นเล็กน้อย เหมาะสำหรับยกดื่มทันที แล้วก็จ่ายเงินเดินออกไปทำธุระของตัวเองต่อเลย

อาจจะยากสักหน่อยที่จะตัดสินว่ากาแฟจากที่ไหนในอิตาลีดีที่สุด แต่เมืองตูริน (Turin) บ้านเกิดของแบรนด์ Lavazza และเมืองทรีเอสเต้ (Trieste) บ้านเกิดของแบรนด์ Illy นับเป็นสองเมืองที่มีชื่อเสียงมากเรื่องกาแฟ สำหรับที่พักในเมืองทางเหนือติดเทือกเขาแอลป์อย่างตูริน ที่มีพิพิธภัณฑ์ Lavazza อโกด้าขอแนะนำโรงแรม NH Torino Santo Stefano (https://www.agoda.com/nh-torino-santo-stefano/hotel/turin-it.html?site_id=1811392) ส่วนที่พักในเมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือติดทะเลอย่างทรีเอสเต้ อโกด้าขอแนะนำโรงแรม Hotel Continentale (https://www.agoda.com/hotel-continentale/hotel/trieste-it.html?site_id=1811392) ไม่ไกลจากโรงงาน Illy Caffe สถานที่ประดิษฐ์เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติเครื่องแรก ซึ่งเปิดให้เข้าเยี่ยมชมในวันธรรมดา

2.ฟินแลนด์

มาเที่ยวฟินแลนด์ทั้งที คอกาแฟไม่ควรพลาด kaffeost หรือกาแฟชีส หนึ่งในเมนูสุดคูลที่คนนอร์ดิก (Nordic) สร้างสรรค์ขึ้นมาจากความคิดที่ว่า จะเป็นยังไงถ้าจุ่มก้อนชีสลงไปในกาแฟ

ด้วยความที่อาหารฟินแลนด์และอาหารสวีเดนทางเหนือเป็นอาหารที่มีรสชาติเข้มข้น รวมถึงให้เนื้อสัมผัสแบบครีม คนในท้องถิ่นจึงพยายามผสมผสานเอกลักษณ์นี้กับกาแฟ เพื่อให้กาแฟมีรสชาติถูกปากมากขึ้น เหตุนี้เองคนฟินแลนด์จึงเป็นผู้บริโภคกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก เฉลี่ยแล้วแต่ละคนจะดื่มกาแฟ 12 กิโลกรัมต่อปี

สำหรับใครที่วางแผนไปผจญภัยฟินแลนด์ ไม่ว่าจะเป็นในช่วงหน้าหนาวที่ระยะเวลากลางวันสั้นกว่ากลางคืน หรือในช่วงหน้าร้อนที่ระยะเวลากลางวันยาวกว่ากลางคืน อโกด้าแนะนำโรงแรม Scandic Aviacongress (https://www.agoda.com/scandic-aviacongress_2/hotel/helsinki-fi.html?site_id=1811392)

3.ตุรกี

ตุรกีเป็นชาติที่จริงจังเรื่องการดื่มกาแฟถึงขนาดมีคำพูดที่ว่า “เมื่อคุณดื่มกาแฟตุรกีหนึ่งแก้ว คุณจะจำรสชาติของมันไปได้นานสี่สิบปี” กาแฟตุรกี (Türk kahvesi) มี 4 ระดับ ขึ้นอยู่กับปริมาณของกาแฟที่ใส่ลงไปในหม้อต้มกาแฟขนาดเล็กและตัวกาแฟขณะต้ม Sade หรือ şekersiz คือแค่กาแฟที่ไม่ใส่น้ำตาล Az şekerli คือกาแฟที่ใส่น้ำตาลครึ่งช้อน Orta คือกาแฟที่ใส่น้ำตาลหนึ่งช้อน สุดท้าย Şekerli คือกาแฟหวานที่ใส่น้ำตาลสองช้อน

กาแฟตุรกีจะผ่านการชงให้ได้อุณหภูมิที่พอเหมาะ คนให้เข้ากัน จากนั้นจึงเสิร์ฟพร้อมฟองครีมด้านบน และชั้นกาแฟดำบดด้านล่าง หาดื่มได้ทั่วไปทั้งในโรงแรมระดับไฮเอนด์และตามถนนในอิสตันบูล เมืองที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนาน ส่วนที่พัก อโกด้าขอแนะนำโรงแรม Tria Hotel Istanbul (https://www.agoda.com/tria-hotel-istanbul/hotel/istanbul-tr.html?site_id=1811392) ผู้เข้าพักสามารถดื่มด่ำกับกาแฟบนระเบียง พร้อมชมวิวอันสวยงามของช่องแคบบอสพอรัส (Bosphorus) มัสยิดสีน้ำเงิน (Blue Mosque) และสุเหร่าโซเฟีย (Hagia Sophia)

4.เวียดนาม

เวียดนามถือเป็นผู้ส่งออกกาแฟอันดับ 2 ของโลก และเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟซึ่งสัมผัสได้แทบทุกมุมถนน โดยกาแฟเวียดนามจะชงผ่าน ‘ฟิน’ (phin) หรือเครื่องดริปของคนเวียดนาม ซึ่งคนเวียดนามจะรอให้กาแฟค่อย ๆ หยดจากเครื่องลงมาในแก้วที่มีน้ำแข็งและนมข้นอยู่ทีละหยดจนทุกอย่างผสมเข้ากัน กลายเป็นกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศ

หากใครอยากดื่ม cà phê sữa đá  หรือกาแฟเย็นที่หาได้ทั่วไป ต้องลองลิ้มรสสูตรพื้นบ้านของคนเวียดนาม ซึ่งจะผสมไข่ลงไปในกาแฟด้วย

นอกจากเขตเมืองเก่า (Old Quarter) ของเมืองฮานอยจะเป็นที่ตั้งของร้านกาแฟ Giant Coffee แล้ว บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมหลากหลายรูปแบบอีกด้วย แต่ถ้าคอกาแฟคนไหนอยากพักใกล้ๆ หนึ่งในร้านกาแฟที่ดีที่สุดในโลก อโกด้าแนะนำโรงแรม Grand Cititel Hanoi (https://www.agoda.com/grand-cititel-hanoi-hotel/hotel/hanoi-vn.html?site_id=1811392)

5.ออสเตรเลีย

กาแฟมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมอย่างเมลเบิร์น ที่ซึ่งกาแฟไม่ได้เป็นแค่เครื่องดื่ม แต่คือไลฟ์สไตล์ ลองเปลี่ยนจากร้านกาแฟชื่อดัง มาเดินเท้าสำรวจตรอกซอกซอยของเมลเบิร์น ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันและคาแรกเตอร์ รวมถึงร้านกาแฟสุดฮิปมากมาย ให้ไปเรียนรู้เกี่ยวกับการปฏิวัติกาแฟในท้องถิ่น พร้อมดื่มด่ำกับกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นที่ชงโดยบาริสต้ามากประสบการณ์ (https://thingstodo-agoda.viator.com/en/68407/tours/Melbourne/Melbourne-Cafe-and-Coffee-Culture-Walking-Tour/d384-3671CC?site_id=1811392)

สำหรับที่พัก อโกด้าขอแนะนำ Turnkey Accommodation (https://www.agoda.com/turnkey-accommodation-north-melbourne_2/hotel/melbourne-au.html?site_id=1811392) ทางเหนือของเมลเบิร์น เพื่อความสะดวกในการตื่นเช้าไปเดินชิมกาแฟหอมกรุ่น

6.บราซิล

เนื่องจากบราซิลเป็นผู้ส่งออกกาแฟรายใหญ่ที่สุดของโลก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สำหรับคนบราซิลแล้วทุกเวลาคือเวลากาแฟ คนบราซิลชื่นชอบการดื่ม cafézinho (ภาษาโปรตุเกสของคำว่า ‘little coffee’) หรือกาแฟดำแท้รสชาติหวานเข้มข้น ซึ่งมีเสิร์ฟที่บาร์และร้านค้าเล็ก ๆ ในแทบทุกมุมของประเทศ และเป็นเมนูที่คนบราซิลนิยมกว่าไอซ์คาราเมลแฟรบปูชิโน่

ลองไปบราซิลในช่วงงาน Carnivale เดือนกุมภาพันธ์ปี 2020 เพราะเป็นช่วงที่เหมาะกับการเติมคาเฟอีนเข้าร่าง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปาร์ตี้ตลอดทั้งวันทั้งคืนในเมืองริโอ สำหรับที่พัก อโกด้าขอแนะนำโรงแรม Gerthrudes Bed & Breakfast (https://www.agoda.com/gerthrudes-bed-breakfast/hotel/all/rio-de-janeiro-br.html?site_id=1811392)

บทความโดย : agoda

Latest articles

สมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ แนะตรวจ 3 ประเด็น เหตุรถขนแบตเตอรี่ลิเธียมระเบิด

สำหรับผลกระทบที่เกิดจากไฟหรือความร้อนนั้น ศ.ดร.อมร พิมานมาศ อธิบายว่า ความร้อนหรือไฟไหม้มีผลกระทบต่อโครงสร้าง เช่น อาจทำให้คอนกรีตและเหล็กเสริมเสื่อมกำลังลง ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่โครงสร้างโดนความร้อน

ไทยช่วยไทย พาเหรดสินค้าราคาประหยัด พบกันวันศุกร์ หน้าที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ

สินค้าที่จำหน่ายในโครงการ มีสินค้าจากห้างค้าส่งค้าปลีก และผู้ผลิตสินค้า ซึ่งเป็นสินค้าเฮ้าส์ แบรนด์ และแบรนด์รอง ได้แก่ สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำมันพืช ซอสปรุงรส รวมกว่า 3,000 รายการ

ยกทัพสินค้าออฟฟิเชียล GLOBAL ENHYPEN POP–UP in BANGKOK

“GLOBAL ENHYPEN POP–UP in BANGKOK”  ยกทัพสินค้าออฟฟิเชียลสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากหลากหลายคอลเลกชันที่สะท้อนเอกลักษณ์และคอนเซ็ปต์ของวง ไม่ว่าจะเป็น BLOOD SAGA, WALK THE LINE

ไทยช่วยไทย พลัส เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า ลดสูงสุด 86% ตลอดเดือนพฤษภาคม

พาณิชย์ลดค่าครองชีพประชาชน “Back To School 2026” (เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า) ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองและนักเรียนทั่วประเทศ

More like this