ว.โลจิสติกส์ฯ ม.ศรีปทุม” ปรับหลักสูตร เพื่อสร้างบัณฑิต รับยุค 4.0

Published on

วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยศรีปทุม เดินหน้าพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ก้าวทันยุค 4.0 พร้อมความหลากหลายของหลักสูตร เพิ่มทางเลือกสำหรับผู้เรียน ตอบโจทย์คนวัยทำงานในศตวรรษที่ 21 สู่บัณฑิตพันธุ์ใหม่ที่มีคุณภาพและศักยภาพ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรินี มณีศรี คณบดีวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดเผยว่า จากสถานะการณ์ในปัจจุบันที่งานด้านโลจิสติกส์มีการเจริญเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี 2559 มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้มีการจัดตั้งวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชนขึ้น เพื่อให้มหาวิทยาลัยศรีปทุม มีความโดดเด่นในแง่ของหลักสูตรด้านการเรียนการสอนและสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับมหวิทยาลัยศรีปทุม นับเป็นมหาวิทยาลัยแรกๆที่เปิดสอนหลักสูตรด้านโลจิสติกส์ทั้งในระดับปริญญาตรี(Undergraduate degree) ปริญญาโท (Graduate degree) และระดับปริญญาเอก (Postgraduate degree) ในสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เปิดการเรียนการสอนขึ้น ทำให้ศรีปทุม ได้ผลิตบุคลากรที่มีสมรรถนะในอุตสาหกรรมการผลิตและบริการออกไปสู่ภาคอุตสาหกรรมของประเทศเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตามแม้ว่าหลักสูตรด้านโลจิสติกส์ของวิทยาลัยจะสามารถสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพป้อนเข้าไปยังอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ทางวิทยาลัยเองก็มิได้หยุดนิ่งที่จะปรับหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อให้ทันต่อยุคสมัยอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกันยังได้มีการจัดหลักสูตรที่มีความหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนได้อย่างตรงจุด ทั้งในหลักสูตร Degree และ Non-Degree

รวมถึงได้มีการพัฒนาหลักสูตรที่เรียกว่า Logistics Qualification System Program (LQSP PWS) เป็นหลักสูตร Logistics Professional ร่วมกับสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(Thai National Shippers’Council : TNSC) หรือสภาผู้ส่งออก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และการสร้างมาตรฐานบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมของไทย

นอกจากนี้ยังร่วมมือกับ Japan Institute of Logistics System (JILS) และ Japan External Trade Organization (JETRO) พัฒนาโครงการ Logistic Qualification System Program (LQSP) ขึ้น โดยนำรุปแบบการอบรมและกการทดสอบความรู้จากประเทศญี่ปุ่นมาเป็นต้นแบบและประยุกต์ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทย ผู้เรียนจะได้รับ Certified Logistics Professional และสามารถนำ certified มาเทียบโอนในระดับปริญญาโทได้อีกด้วย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรินี มณีศรี กล่าวต่อว่า ผู้เรียนในระดับปริญญาโท (Graduate degree) จะมีหลากหลายของกลุ่มธุรกิจ หรือแม้แต่ผู้ที่พึ่งเรียนจบในระดับปริญญาตรี โดยสัดส่วนของผู้เรียนมากถึง 80% เป็นคนทำงานแล้ว โดยในปีนี้ยังอยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครจนไปถึงสิ้นเดือนสิงหาคม ปี2562

Latest articles

สสส. เผยวิกฤติสงฆ์ไทย 78% เสี่ยงปัญหาความดันและไขมันในเลือดสูง พร้อมเปิดตัวโครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ”

สสส. เผยข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ไทยทั่วประเทศในปี 2565-2568 พบว่า 78%* ของพระสงฆ์ไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงกับโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับอาหารที่ฉัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไขมันในเลือดสูง ซึ่งพระสงฆ์ที่เข้ารับการตรวจมีภาวะคลอเรสเตอรอลสูงกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร มากถึง 47.84%-55.42% มีโรคความดันโลหิตสูง มียอดผู้ป่วยสูงสุดเป็นอันดับ 1 คือ 73,077 ราย รวมทั้งมีภาวะอ้วนสะสมถึง 35.73%-44.95% ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา

“เพ็ญภาค” ทรานส์ฟอร์มสู่ผู้ผลิตเครื่องดื่ม RTD และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจร

“เพ็ญภาค” ผู้บุกเบิกตลาดยาสมุนไพรและเครื่องดื่มสุขภาพระดับตำนานที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 109 ปี ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ทั้งกลุ่มไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcohol), มีแอลกอฮอล์ (Alcohol) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำภาพลักษณ์เจ้าตลาดเครื่องดื่มสมุนไพรอัดก๊าซซ่าเจนใหม่ที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลงตัว

Disrupt Health Impact Fund จับเทรนด์ Women’s Health ลงทุนใน “Osteoboost” จากสหรัฐฯ

กองทุน Disrupt Health Impact Fund ประกาศลงทุนใน Osteoboost สตาร์ทอัพ Women's Health Tech สัญชาติอเมริกัน ผู้พัฒนาอุปกรณ์ wearable ตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับการรับรองจาก FDA เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับชะลอภาวะกระดูกบาง เทคโนโลยี Precision Vibration Therapy ของ Osteoboost ช่วยชะลอการลดมวลกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังและสะโพก

AirAsia MOVE ชี้ความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโตต่อเนื่อง

AirAsia MOVE แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกด้านการเดินทางประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

More like this