‘เอ็มมีเน้นซ์ กรุ๊ปฯ’ ผู้นำธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ ายอุปกรณ์การแพทย์ ประกาศเดินหน้ารุกตลาดทั นตกรรมเต็มรูปแบบ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ยิ้มสวย ไม่ต้องทนเสียว” พร้อมส่ง “BlancOne” นวัตกรรมฟอกฟันขาวสูตรอ่อนโยนสั ญชาติอิตาลี ลุยขยายสู่ตลาด Dental Lifestyle ผ่านการนำเสนอจุดเด่นด้ านเทคโนโลยี ที่ช่วยขจัด Pain Point ของการฟอกฟันขาวแบบดั้งเดิมได้ อย่างตรงจุด เพื่อมอบผลลัพธ์ฟันขาวอย่ างเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยภายใต้การดูแลของทั นตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็ นสะพานเชื่อมนวัตกรรมด้านสุ ขภาพจากทั่วโลกมาสู่ คนไทยในราคาที่เข้าถึงได้ ปักธงเดินหน้าสร้าง Wellbeing for All
สุชานันท์ อัจฉริยสุชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทเอ็มมีเน้นซ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาด Oral Care และพฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ ยนสู่ “Lifestyle Investment” ที่ไม่ได้มองการดูแลสุขภาพเป็ นเพียงการรักษาอาการเจ็บป่วย แต่ให้ความสำคัญกับ Preventive Wellness และพร้อมลงทุนกับสิ่งที่ช่ วยเสริมทั้งสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความมั่นใจมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมตลาดผลิตภั ณฑ์และบริการดูแลช่องปาก (Oral Care) ในประเทศไทยให้มีการขยายตัวอย่ างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง
โดย Grand View Research ได้ประเมินว่าตลาดรวมของไทยมีมู ลค่าสูงถึงประมาณ 478.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเป็ นประมาณ 689.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2030 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ ยที่ 6.3% ต่อปีในช่วงปี 2025–2030
สอดคล้องกับรายงาน Euromonitor ที่ระบุว่า ในปี 2025 ตลาด Oral Care ของไทย มีมูลค่าค้าปลีกราว 17.9 พันล้านบาท เติบโตประมาณ 6% ในเชิงมูลค่า ขณะเดียวกัน ทิศทางของตลาดการฟอกสีฟันทั่ วโลก (Teeth Whitening) ก็มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยที่ 5.0% ต่อปีในช่วงปี 2024–2030 โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นหนึ่ งในภูมิภาคที่มีแนวโน้มเติบโตสู ง
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่ช่วยขับเคลื่ อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้ บริโภคยุคใหม่ ที่เปลี่ยนมุมมองจากการดูแลช่ องปากเมื่อเกิดปัญหา (Problem Solving) ไปสู่การดูแลเชิงป้องกั นและการดูแลอย่างต่อเนื่องเพื่ อสุขภาวะในระยะยาว (Proactive Care & Preventive Wellness) ประกอบกับเทรนด์ ความงามและการเติบโตของบริการทั นตกรรมเพื่อความงาม เช่น การจัดฟันใส หรือวีเนียร์ ทำให้รอยยิ้มกลายเป็นส่วนสำคั ญของภาพลักษณ์บุคคล (Personal Image) ในชีวิตประจำวันและการสื่อสารผ่ านสื่อสังคมออนไลน์อย่างหลีกเลี่ ยงไม่ได้ ผู้บริโภคจึงมองว่าการฟอกสีฟั นและการดูแลรอยยิ้มเป็นการลงทุ นกับวิถีชีวิต (Lifestyle Investment) เพื่อสร้างบุคลิกภาพและความมั่ นใจ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการขั บเคลื่อนการเติบโตของอุ ตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง
สำหรับ BlancOne ถือเป็นนวัตกรรมที่ได้รั บการยอมรับในระดับสากล และเข้ามาปฏิวัติการฟอกสีฟันให้ สะดวก สบาย และรวดเร็ว ภายใน 10 นาที ซึ่งเข้ามาลบความเชื่อแบบเดิมที่ ว่าการฟอกสีฟันคือความเจ็ บและเสียวฟัน BlancOne ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้หลักคิดที่ว่ าการฟอกสีฟันไม่ใช่สินค้าประเภท One-size-fits-all เพราะความต้องการของแต่ละคนไม่ เท่ากัน
แบรนด์จึงนำเสนอในลักษณะ “Professional Whitening Portfolio” หรือพอร์ตโฟลิโอที่มีโซลูชั นความขาวหลายระดับ เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะบุ คคลอย่างตรงจุด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เรือธงอย่าง “BlancOne CLICK” ซึ่งออกแบบมาเพื่อแก้ความกั งวลของผู้บริโภคยุคใหม่โดยเฉพาะ ด้วยการใช้ Carbamide Peroxide 16% ซึ่งเทียบเท่า Hydrogen Peroxide ประมาณ 5.6% ร่วมกับ Blue Light 50W และเทคโนโลยีเร่งปฏิกิริยาเคมี ด้วยแสง (Photochemical Activation) ช่วยกระตุ้นการทำงานได้อย่ างทรงประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ Hydrogen Peroxide ในระดับความเข้มข้นสูง ส่งผลให้ฟันขาวสะอาดใสขึ้นอย่ างเป็นธรรมชาติ 3–5 เฉดสี โดยใช้เวลาทำเพียง 10 นาที อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Tooth Rejuvenation™ ที่ผสาน nano-Hydroxyapatite และ Vitamin Booster เพื่อช่วยส่งเสริมการคืนแร่ธาตุ ให้ผิวฟัน และช่วยเติมเต็มบริเวณผิวฟั นและท่อเนื้อฟันที่เปิดอยู่ ช่วยลดความกังวลเรื่องอาการเสี ยวฟัน และเพิ่มความสบายระหว่างการทำ
นอกจากนี้ “BlancOne CLICK” ยังออกแบบมาให้สามารถทำต่อเนื่ องหลังจากการทำความสะอาดฟั นประจำปกติ (Dental Hygiene Session) ได้ทันที ทำให้ผู้บริโภคยุคใหม่สามารถดู แลทั้งสุขภาพช่องปากและฟอกฟั นขาวเพื่อความงามได้ในการนั ดหมายทันตแพทย์เพียงครั้งเดียว ช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและทำให้ เข้ากับชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้ น
นอกจากรุ่นเรือธงอย่าง “BlancOne CLICK” แล้ว พอร์ตโฟลิโอยังครอบคลุมผลิตภั ณฑ์รุ่น Touch และ Ultra สำหรับผู้ที่เน้นผลลัพธ์ด้ านความขาวที่ชัดเจนมากขึ้ นและเนื่องจาก BlancOne เป็นผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันระดับวิ ชาชีพชั้นสูง ช่องทางจำหน่ายหลักจึงมุ่งเน้ นการให้บริการภายในคลินิกทั นตกรรมและโรงพยาบาลเอกชนชั้ นนำภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ เท่านั้น โดยไม่ได้วางจำหน่ายผ่านช่ องทางค้าปลีกทั่วไป (Retail) ในปัจจุบัน BlancOne ประเทศไทย เดินหน้าขยายเครือข่ายให้บริ การกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ และมีเป้าหมายขยายตัวสู่พื้นที่ กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่เพื่ อความสะดวกสูงสุดของผู้บริ โภคมากยิ่งขึ้น
สุชานันท์ กล่าวเพิ่มเติม ด้านกลยุทธ์การเติบโต บริษัทฯ มุ่งใช้การตลาดรูปแบบ B2B2C ที่ขับเคลื่อนความต้องการของผู้ บริโภค (Consumer Pull) ควบคู่กับความไว้วางใจของวิชาชี พทันตแพทย์ (Professional Trust) ผ่าน 3 แกนหลัก คือ Educate สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ ยวกับการฟอกฟัน, Experience ถ่ายทอดประสบการณ์จริง และ Activate ผ่านการใช้ Social Media และไลฟ์สไตล์อินฟลูเอนเซอร์ ในการกระตุ้นการรับรู้ โดยในระยะแรก บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายในการสร้ างความตระหนักรู้ในหมวดหมู่ผลิ ตภัณฑ์ (Category Awareness) และขยายความเข้าใจในตัวนวั ตกรรมที่อ่อนโยนนี้ให้เป็นที่ แพร่หลายมากยิ่งขึ้น
“เราไม่ได้มองการฟอกสีฟันเป็ นเพียงเรื่องของความสวยงาม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดู แลรอยยิ้ม ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิต เพราะวันนี้ Health, Beauty และ Lifestyle เชื่อมโยงกันมากขึ้น สิ่งที่ BlancOne พยายามทำ คือทำให้ Professional Whitening มีทางเลือกที่หลากหลาย สะดวก และเข้ากับชีวิตของผู้บริ โภคมากขึ้น โดยยังคงอยู่บนพื้นฐานของความน่ าเชื่อถือและการดูแลโดยทั นตแพทย์ นอกจากนี้ BlancOne นับเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่สะท้ อนความมุ่งมั่นของ เอ็มมีเน้นซ์ ในการเป็น Trusted Bridge ที่จะเชื่อมนวัตกรรมด้านสุ ขภาพจากทั่วทุกมุมโลกมาสู่ คนไทยในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมสร้าง Wellbeing for All” สุชานันท์ กล่าว

