เดินทางอุ่นใจ ไปกับทีมเผือก บขส.

Published on

เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง ร่วมกับ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) แถลงข่าวประกาศความร่วมมือครั้งแรกของไทย ในการยกระดับรถทัวร์ไทยให้ปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศ ภายใต้ชื่อ “บขส. มอบของขวัญปีใหม่ ยกขบวนชวนพนักงานเผือก เพื่อรถทัวร์ปลอดภัยไร้การคุกคามทางเพศ” พร้อมเปิดตัว “ทีมพนักงานเผือก” จากพนักงาน บขส. ที่ผ่านการอบรมการสอดส่องป้องกันและแก้ไขปัญหาเมื่อมีผู้โดยสารถูกคุกคามทางเพศ

นางสาวรุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบาย องค์กรแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการรถขนส่งสาธารณะของ บขส. 8-9 หมื่นคน/วัน ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีผู้หญิงไม่น้อยตกเป็นเป้าการถูกคุกคามทางเพศ แต่ไม่กล้าตอบโต้ ซึ่งหากตกเป็นผู้ถูกคุกคามทางเพศหรือเห็นผู้อื่นถูกคุกคาม ทั้งผู้โดยสารและพนักงานของ บขส. ช่วยยุติการคุกคามทางเพศได้ โดยการ “เผือก” หรือเข้าไปแทรกแซงเพื่อหยุดการคุกคาม เครือข่ายเมืองปลอดภัยฯ จึงร่วมกับ บขส. เสนอมาตรการลดการคุกคามทางเพศบนรถสาธารณะ 3 แนวทาง คือ จัดอบรมพนักงาน ติดกล้องวงจรปิดภายในรถ และพัฒนาระบบการแจ้งเหตุถ้ามีการคุกคามทางเพศเกิดขึ้น รวมทั้ง ทำคลิปวีดีโอประชาสัมพันธ์วิธีรับมือสถานการณ์สำหรับผู้ที่ตกเป็นเป้าการคุกคามทางเพศด้วย

“ปี 2560 สำรวจพบว่า 45% ของผู้หญิงที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะเคยถูกคุกคามทางเพศ ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ มีประชาชนเดินทางกลับบ้าน หรือท่องเที่ยวต่างจังหวัดโดยใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเป็นจำนวนมาก ทำให้ความร่วมมือครั้งนี้มีประโยชน์อย่างมาก เชื่อว่าผู้โดยสารจะเดินทางด้วยความอุ่นใจมากขึ้น เพราะพนักงานบริการบนรถ มีองค์ความรู้ทั้งในเชิงการประเมินสถานการณ์ การเข้าแทรกแซง รวมทั้งหากผู้โดยสารที่ถูกคุกคามสามารถดำเนินการทางกฎหมาย สามารถแจ้งส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ เครือข่ายเมืองปลอดภัยฯ ตั้งเป้าว่าจะขยายความร่วมมือ ไปยังหน่วยงานขนส่งสาธารณะหรือหน่วยงานกำกับดูแลการขนส่งภายใต้กระทรวงคมนาคม เช่น กรมเจ้าท่า กรมการขนส่งทางบก” น.ส. รุ่งทิพย์กล่าว

ด้านนางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า การคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นบ่อยบนระบบขนส่งสาธารณะถือเป็นความรุนแรงทางเพศรูปแบบหนึ่ง โดยกว่า 1 ใน 3 ของผู้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เพศต่างๆ เคยถูกคุกคามทางเพศ ทั้งนี้ผู้ที่เคยถูกคุกคามทางเพศบนขนส่งสาธารณะ อายุมากสุด คือ 74 ปี และอายุน้อยสุด คือ 12 ปี โดยเป็นเพศหญิงทั้งสองกรณี การคุกคามทางเพศทำให้สังคมไม่ปลอดภัย และบั่นทอนคุณภาพชีวิตของคนในสังคม จึงเป็นภารกิจของ สสส. ที่จะสนับสนุนให้การพัฒนา และเสริมศักยภาพกลไกปัญหาการคุกคามทางเพศ รวมทั้งหนุนเสริมการทำงานของเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงเพื่อสร้างให้เกิดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงและคนทุกเพศวัย รวมทั้งการสื่อสารรณรงค์ในแคมเปญจ์ “เผือก” ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปค่อนข้างมาก มีการเสนอแนวทางและวิธีการง่ายๆ ในการเข้าช่วยเหลือ แทรกแซกการคุกคามทางเพศ เช่น ตะโกนส่งเสียง หยิบมือถือขึ้นมาถ่าย แจ้งพนักงานรถโดยสาร ทำเป็นทีว่ารู้จักผู้ถูกกระทำ เป็นต้น ทั้งนี้ตนเองเห็นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยสร้างกระแสให้ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมหันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศไม่เฉพาะบนระบบขนส่งสาธารณะเท่านั้น แต่รวมถึงทุก ๆ พื้นที่ในสังคมด้วย สำหรับความร่วมมือระหว่าง สสส. ภาคีเครือข่ายฯ และ บขส. ประกอบด้วย

  1. การเสริมศักยภาพพนักงานประจำรถ บขส. ด้านความรู้ความเข้าใจ และทักษะเบื้องต้นในการป้องกันการคุกคามทางเพศ
  2. พัฒนาระบบการเรียนรู้ออนไลน์ สำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองของพนักงาน บขส.
  3. การสื่อสารรณรงค์ให้ความรู้ปัญหาการคุกคามทางเพศรูปแบบต่าง ๆ พร้อมข้อมูลแหล่งความช่วยเหลือหรือแจ้งเรื่องร้องเรียนทั้งบนรถ บขส. และช่องทางออนไลน์อื่นๆ

นางสาววราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า นอกจากเครือข่ายฯ จะจัดอบรมพนักงาน บขส. แล้งยังเปิดเว็บไซต์ E-learning เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเรียนรู้ด้วยตนเองเกี่ยวกับแนวทางการ “เผือก” หรือเข้าแทรกแซงเมื่อพบเจอเหตุการณ์การคุกคามทางเพศ เพราะพนักงานของ บขส. มีจำนวนมาก และมีพนักงานเข้าออกในตำแหน่งงานต่าง ๆ อยู่ตลอด การจัดฝึกอบรมเพียงอย่างเดียวอาจไม่ครอบคลุมพนักงานทั้งหมด ขณะเดียวกัน บริการขนส่งสาธารณประเภทอื่นก็มีปัญหาการคุกคามทางเพศ การมีช่องทาง E-learning จึงเปิดโอกาสให้พนักงานของหน่วยงานขนส่งสาธารณะอื่นสามารถเข้ามาร่วมเรียนรู้ด้วยตนเองได้ด้วย โดยผู้สนใจสามารถเข้าชมสื่อการเรียนรู้ได้ที่เว็บไซต์ teampueak.org แล้วคลิกเลือก “พนักงานเผือก” ก็จะพบสื่อการเรียนรู้รูปแบบและตัวอย่างการคุกคามทางเพศที่พบบ่อยบนขนส่งสาธารณะ การช่วยเหลือผู้ที่ถูกคุกคาม และแหล่งช่วยเหลือที่เป็นตัวช่วยสำหรับพนักงานในการระงับเหตุ นอกจากนี้ ยังมีแบบทดสอบให้ทดลองทำด้วยตัวเอง พร้อมเฉลยและคำอธิบาย เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและทักษะของพนักงานในการรับมือกับปัญหาการคุกคามทางเพศด้วย

นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวว่า บขส. รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได่ร่วมมือกับเครือข่ายเมืองปลอดภัยฯ ในการออกมาตรการและวิธีการที่หลากหลายและเป็นรูปธรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศที่อาจเกิดขึ้นบนรถในระบบของ บขส. โดยมาตรการเหล่านี้ถือเป็นของขวัญจาก บขส. ที่มอบให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการในช่วงปีใหม่ โดยส่งพนักงานชุดแรกเข้ารับการอบรมแนวทางการรับมือและให้การช่วยเหลือผู้โดยสารที่ถูกคุกคามทางเพศ การฉายวิดีโอประชาสัมพันธ์บนรถโดยสารของ บขส. ทุกคัน เพื่อให้ผู้โดยสารตระหนักและรับรู้แนวทางการรับมือกับปัญหาและแหล่งให้ความช่วยเหลือ ปัจจุบัน บขส. มีรถโดยสารจำนวน 480 คัน และรถร่วมของบริษัทเอกชนที่อยู่ในความดูแลของ บขส. กว่า 4,000 คัน  มีเจ้าหน้าที่ 2,800 คน โดยตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2562 พนักงานและรถในระบบของ บขส. จะเข้าร่วมกับโครงการนี้ทั้งหมด

“วิธีแก้ปัญหาในส่วนของพนักงาน บขส. ที่ถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศต่อเพื่อนพนักงาน มี 2 ขั้นตอน คือ ถูกร้องเรียนครั้งแรก จะถูกตักเตือนและภาคทัณฑ์ ถูกร้องเรียนครั้งที่ 2 จะถูกไล่ออกสถานเดียว โดย 3-4 ปีที่ผ่านมา มีเพียง 1 กรณีเท่านั้นที่ถูกไล่ออก จึงย้ำกับพนักงานผู้หญิงว่า หากประสบเหตุสามารถร้องเรียนได้ตลอดเวลา ส่วนกรณีการคุกคามทางเพศระหว่างผู้โดยสารกับผู้โดยสารนั้น บขส. ได้จัดให้มี Save Zone สำหรับผู้โดยสารหญิงนั่งคู่กับผู้หญิง หลีกเลี่ยง และป้องกันเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารผู้หญิงอาจถูกผู้โดยสารชายลวนลาม ทำให้ที่ผ่านมายังไม่ค่อยได้รับเรื่องร้องเรียนเช่นกัน”นายจิรศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ บขส. เตรียมออกมาตรการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารใน 3 ด้าน คือ 1. การป้องปราม โดยอยู่ระหว่างการเสนอขอติดตั้งกล้อง CCTV ทั้งภายในรถและหน้ารถ 2. ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมในการรับมือ และมีเทคนิควิธีการในการดูแลผู้โดยสารและดูแลตนเอง และ 3. พัฒนาช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้มีความสะดวกมากขึ้น จากเดิมร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ของ บขส. “transport.co.th” และฮอตไลน์ 1490 จะเพิ่มช่องทางร้องเรียนผ่านคิวอาร์โค้ดซึ่งจะติดไว้บนรถทุกคัน

Latest articles

อินโนบิก เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “แมกนีเซียม บิส พลัส” ในงานประชุมใหญ่สมาคมร้านยารวมใจไทย 2569

บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด นำโดย ดร. ณัฐ อธิวิทวัส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด  พร้อมด้วยผู้บริหาร...

จับตาสถานการณ์ไข้กาฬหลังแอ่น ผู้ป่วยเพิ่มหลายประเทศ ไทยพบตลอดทั้งปีและอัตราเสียชีวิตสูง

ข้อมูลของผู้ป่วยในไทยและเวียดนามชี้ว่า โรคไข้กาฬหลังแอ่นสามารถเกิดได้ในหลายช่วงวัย โดยเฉพาะเด็ก และแม้ยังไม่อยู่ในระดับการระบาดในวงกว้าง แต่โรคมีความรุนแรงและดำเนินโรคได้อย่างรวดเร็ว

Motor Mall ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่รอบ 40 ปี ตั้งเป้า Top of Mind รถหรูมือสอง Multi-Brand

การรีแบรนด์ในครั้งนี้มิได้เป็นการเริ่มต้นใหม่ แต่เป็นการยกระดับและถ่ายทอดคุณค่าที่แบรนด์มีอยู่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการปรับชื่อจาก “Benz Motor Mall” เป็น “Motor Mall”

Bangkok Hospital New Gen Doctors Workshop #2 พร้อมสู่อนาคตคุณหมอรุ่นใหม่

โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ สานต่อพลังความฝันคุณหมอรุ่นใหม่กับกิจกรรม “Bangkok Hospital New Gen Doctors Workshop 2026 #2” ปลุกพลังฝันเตรียมพร้อมสู่อนาคตคุณหมอรุ่นใหม่ ปีที่ 2

More like this