กินหมูสุกๆ ดิบๆ เสี่ยง “ไข้หูดับ”  

Published on

นายแพทย์สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย

การกินอาหารสุกๆ ดิบๆ อาจเป็นเรื่องที่คุ้นเคยของคนในหลายท้องถิ่น แต่รู้ไหมว่า เนื้อสัตว์ที่ไม่ผ่านการปรุงสุกนั้น นำมาซึ่งโรคภัยได้หลายอย่าง เช่น เนื้อหมู ล่าสุด กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกมาประกาศเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการกินหมูดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ เพราะเสี่ยงป่วยด้วยโรคไข้หูดับ เพราะอาจทำให้หูหนวกถาวรหรือเสียชีวิตได้  เผยปีนี้พบผู้ป่วยโรคไข้หูดับแล้ว 274 ราย โดยเกือบ 3 ใน 4 เป็นผู้ป่วยในภาคเหนือ

นายแพทย์สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้บางจังหวัดมีเทศกาลและงานบุญต่างๆ ซึ่งมีการจัดเลี้ยงหรือมีการรับประทานอาหารร่วมกัน ดังนั้น จึงควรระวังเรื่องการบริโภคหมูดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ  เช่น  ลาบ หลู้ เพราะเสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับได้  ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปี 2560 ที่ผ่านมา มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้หูดับ 317 ราย เสียชีวิต 15 ราย  ส่วนในปี 2561 พบว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–19 ตุลาคม 2561 มีผู้ป่วยโรคไข้หูดับแล้ว 274 ราย เสียชีวิต 26 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป รองลงมาอายุ 45-54 ปี  ภาคที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคือ ภาคเหนือ จำนวน 199 ราย หรือเกือบ 3 ใน 4 ของผู้ป่วยทั้งหมด จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ พะเยา อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ และสระแก้ว ตามลำดับ

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า โรคไข้หูดับเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สเตร็ปโตค็อกคัส ซูอิส โดยเชื้อนี้จะอยู่ในทางเดินหายใจของหมู และอยู่ในเลือดของหมูที่กำลังป่วย โรคนี้ติดต่อได้ 2 ทาง คือ 1.การสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อ รวมทั้งเนื้อหมู เครื่องในและเลือดหมูที่เป็นโรค โดยติดต่อสู่คนทางบาดแผล รอยขีดข่วนตามร่างกายหรือทางเยื่อบุตา  2.เกิดจากการบริโภคเนื้อและเลือดหมูที่ปรุงแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ ที่มีเชื้ออยู่ผู้ป่วยจะมีอาการหลังรับประทาน 3-5 วัน ซึ่งเชื้อจะเข้าไปทำให้เยื่อหุ้มสมอง เยื่อบุหัวใจอักเสบ อาจทำให้ประสาทหูทั้ง 2 ข้างอักเสบและเสื่อมจนหูหนวกถาวร และอาจเสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือดได้

ทั้งนี้ ผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับ คือ ผู้ที่สัมผัสกับหมูที่ติดโรคโดยตรง เช่น ผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์   ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู และผู้ที่รับประทานเนื้อหมูดิบ เป็นต้น กลุ่มที่เสี่ยงจะมีอาการป่วยรุนแรงหากติดเชื้อ ได้แก่ ผู้ที่ติดสุราเรื้อรัง ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ไต มะเร็ง หัวใจ  ผู้ที่เคยตัดม้ามออก เป็นต้น วิธีป้องกันโรค คือ 1.กินหมูสุกเท่านั้น โดยปรุงเนื้อหมูให้สุกทั่วถึงจนเนื้อไม่มีสีแดง และควรเลือกซื้อเนื้อหมูที่ไม่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากโรงฆ่าสัตว์  2.ผู้ที่สัมผัสกับหมูที่ติดโรค โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ควรสวมรองเท้า บู๊ทยาง สวมถุงมือ รวมถึงสวมเสื้อที่รัดกุมระหว่างทำงาน หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง

ข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไข้สูง  ปวดศีรษะอย่างรุนแรง  เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้  อาเจียน  คอแข็ง    หูหนวก ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ภายหลังสัมผัสหมูที่ป่วยหรือหลังกินอาหารที่ปรุงมาจากเนื้อหมูดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ ให้รีบพบแพทย์ทันทีและบอกประวัติการกินหมูดิบให้ทราบ เพราะหากมาพบแพทย์เร็วจะช่วยลดอัตราการหูหนวกและการเสียชีวิตได้  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

Latest articles

PwC ชี้ตลาดสุขภาพไทยเข้าสู่กระแสหลัก หลัง 80% ของคนไทยซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

PwC ประเทศไทย เผยตลาดสุขภาพไทยกำลังเปลี่ยนจากตลาดเฉพาะกลุ่มสู่พฤติกรรมการบริโภคกระแสหลัก โดย 80% ของผู้บริโภคไทยเคยซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 35% มากกว่าสองเท่า ขณะที่ 91% ยังกังวลเรื่องการใช้ยาฆ่าแมลงในอาหาร

Trip.Gourmet เผยลิสต์สุดยอดประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งทั่วโลกประจำปี 2570

Trip.Gourmet แพลตฟอร์มคู่มือแนะนำร้านอาหารของ Trip.com Group ฉลองครบรอบ 10 ปี ด้วยการเปิดรายชื่อ “2027 Fine Dining List” หรือสุดยอดร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งประจำปี 2027 งานประกาศผลจัดขึ้นที่สิงคโปร์ร่วมกับ Resorts World Sentosa (RWS) โดยได้รับเกียรติจากพันธมิตรร้านอาหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร

ไนกี้เปิดตัวคอลเลกชัน NikeLab Running ผสานสมรรถนะ งานฝีมือ และสไตล์ไว้ในทุกก้าวของการวิ่ง

NikeLab Running ฉีกกฎข้อจำกัดที่นักวิ่งต้องเลือกระหว่างเสื้อผ้าสำหรับใส่วิ่งเพียงอย่างเดียวกับเสื้อผ้าที่ใส่ในชีวิตประจำวัน ด้วยการพัฒนาคอลเลกชันเสื้อผ้าที่ผสานสมรรถนะในการวิ่งเข้ากับงานออกแบบที่พิถีพิถันและสไตล์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกช่วงเวลาของวันสำหรับนักวิ่งทุกคน

 โอสถสภาต่อยอดรากฐาน 135 ปี สู่ Manufacturing Excellence รองรับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

OSP เปิดฐานการผลิตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องในโอกาสครบรอบ 135 ปี เผย “System Behind the Growth” หรือระบบเบื้องหลังการเติบโตของโอสถสภา ตั้งแต่ศักยภาพการผลิต การบริหารระบบซัพพลายเชน ไปจนถึงการบูรณาการความยั่งยืนสู่ทุกมิติของการดำเนินงาน

More like this