สพฉ. เสวนาล้อมรั้วการแข่งขันกีฬา คนจัด คนเล่น แพทย์ฉุกเฉิน ต้องพร้อม!

Published on

นับเป็นประเด็นสำคัญของสังคมในปัจจุบัน สำหรับกรณีความผิดพลาดของการจัดรายการวิ่งมาราธอนที่ผ่านไปเมื่อเร็วๆ นี้ เพราะเมื่อประเทศไทย หยิบยกการออกกำลังกายเป็นการพัฒนาคุณภาพของประชาชน แต่ในทางกลับกัน มาตรฐานของการจัดงานกลับถูกละเลยไป ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการทบทวนกันใหม่ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก นอกจากนั้นการประเมินความเสี่ยงของตัวนักกีฬาเองก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

หลายคนคงได้ทราบข่าวคราวเกี่ยวกับ  “นักกีฬา” หรือ “นักวิ่ง”  ที่หัวใจหยุดเต้น หรือเสียชีวิตจากภาวะหัวใจขาดเลือด ระหว่างการออกกำลังกาย  เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตนักกีฬาไปแล้วหลายคน  ล่าสุด มีนักวิ่งวัย เพียง 45 ปี  วูบและเสียชีวิต ขณะลงแข่งมินิมาราธอน ทั้งๆ ที่แข็งแรงไม่ดื่มสุรา  ไม่สูบบุหรี่ และ วิ่งออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ

เรื่องนี้ทำให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินอย่าง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน  หรือ สพฉ. เล็งเห็นและเตรียมหามาตรการป้องกัน  จึงจัดประชุมเสวนา  เรื่อง “เล่นกีฬาปลอดภัย ห่างไกลการบาดเจ็บและเสียชีวิต ป้องกันได้อย่างไร”   โดยมีผู้แทนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันกีฬา นักวิทยาศาสตร์ศาสตร์การกีฬา  ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬา (Sport Medicine)   เข้าร่วมประชุม

เรืออากาศเอกนายแพทย์ อัจฉริยะ แพงมา

เรืออากาศเอกนายแพทย์ อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการ สพฉ.  ระบุว่า  การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการเล่นกีฬา มาจากหลายสาเหตุหลายปัจจัย  เช่น หักโหมเล่นกีฬามากเกินไป ขาดการตรวจสอบความพร้อมของร่างกายก่อนเล่น  เช่น การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ การวัดความดันโลหิต  เรื่องนี้ ทำให้ สพฉ. เล็งเห็นถึงการเตรียมความพร้อม  ป้องกันการเกิดเหตุ และตอบโต้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน  ประกอบกับสถานการณ์ในขณะนี้เห็นได้ชัดว่า การจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉิน หรือการเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ช่วยชีวิตในสนามกีฬา หรือการจัดการแข่งขันกีฬา ยังไม่ถูกระบุให้เป็นสิ่งจำเป็น  ดังนั้นจึงเห็นควรว่าต้องมีการจัดระบบที่ดี ที่สำคัญต้องสร้างความรู้ใหม่ รณรงค์ให้เห็นถึงความสำคัญในการป้องกันมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน  มีการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพบ่อยครั้ง ซึ่งก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินมากขึ้น   ดังนั้นการ ดูแลตนเองให้มีความพร้อมก่อนออกกำลังกาย   การจัดเตรียมบุคลากรทางการแพทย์  แพทย์ภาคสนาม ให้พร้อม  จึงเป็นเรื่องจำเป็น   โดย สพฉ. ได้เร่งพัฒนาหลักสูตรทั้งระดับเบื้องต้น ขั้นสูง และเรื่องการแพทย์ฉุกเฉินในกีฬาแต่ละประเภทให้มีความเหมาะสม  พร้อมเน้นย้ำการเตรียมความพร้อม เครื่อง AED  เพราะจะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ป่วยได้มากขึ้น

นาวาอากาศเอก (พิเศษ) ไพศาล จันทรพิทักษ์

ด้านนาวาอากาศเอก (พิเศษ) ไพศาล จันทรพิทักษ์  ประธานฝ่ายแพทย์สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย  ระบุว่า เรื่องการแพทย์ฉุกเฉินกับการกีฬา ควรต้องผลักดันให้กลายเป็นวาระแห่งชาติ  เนื่องจากในรัฐธรรมนูญ ก็ระบุไว้ชัดเจนว่าให้รัฐสนับสนุนให้คนเล่นกีฬา  โดยสามารถนำแผน Football Model มา ประยุกต์ใช้กับกีฬาประเภทอื่นๆ ได้ด้วย  หลักๆ  คือ เรื่องของการป้องกันการบาดเจ็บ และการเสียชีวิตจากปัญหาเรื่องหัวใจ เพราะที่ผ่านมา เราจะเห็นนักฟุตบอลเสียชีวิตอยู่เรื่อยๆ  นอกจากนี้ควรสร้างความรู้เกี่ยวกับเรื่องวิทยาศาสตร์ทางแพทย์  เช่น การเคลื่อนไหวของร่างกาย  สอนเรื่องการป้องกันการบาดเจ็บ  การรักษาการบาดเจ็บ จะทำอย่างไรจึงจะกลับไปเล่นกีฬาได้เหมือนเดิมได้เร็วที่สุด

และที่สำคัญคือควรตรวจร่างกายนักกีฬาก่อนทำการแข่งขัน ส่วนกรณีเมื่อมีเหตุฉุกเฉินก็ต้องมีมาตรการที่พร้อมจะรับมือ เช่น เข้าไปสนามแข่งทันที ไม่ต้องขอกรรมการ  การจอดรถต้องไม่กีดขวางรถฉุกเฉิน และทีมต้องพร้อมเสมอ

นายแพทย์ชนินทร์ ล่ำซำ

นายแพทย์ชนินทร์ ล่ำซำ  คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล    ระบุเช่นกันว่า  ที่วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬาเคยมีประสบการณ์จัดกิจกรรมวิ่งมาแล้ว 4  ครั้ง  ซึ่งทุกครั้ง จะมีทีมแพทย์ดูแลทุกคนที่วิ่งตลอดเส้นทาง  และคนวิ่งจะต้องอยู่ในสายตาของผู้จัดทั้งสิ้น  ไม่ว่าจะเป็นซอกหลืบตรงไหน  จะต้องมองเห็นผู้วิ่งทุกคน และเครื่อง AED  ต้องไปถึงภายใน 4 นาที หากเกิดเหตุฉุกเฉิน  โดยที่มหาวิทยาลัย จะมีเครื่องติดตั้งอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ฯ   มีนักศึกษาขี่จักรยานเข้าไปนำอุปกรณ์ และช่วยเหลือได้ง่าย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งสำคัญที่จะป้องกันเหตุฉุกเฉิน คือนักกีฬาควรดูแลตัวเองก่อน  เช่น  ต้องรู้ว่าตัวเองมีโรคประจำตัว หรือไม่   ต้องรู้จักลิมิตและความฟิตของตัวเอง ทำร่างกายให้เหมาะสมกับประเภทของกีฬา  แต่งกายให้เหมาะสมกับการเล่นกีฬา  ส่วนผู้จัดงานเองการต้องมีความพร้อม เตรียมทีมแพทย์ไว้ให้พร้อม จัดให้ได้มาตรฐาน เช่น การจัดงานวิ่งต้องมีน้ำเตรียมไว้เพียงพอ เพราะนักกีฬาวิ่งจะเสียเหงื่อมาก

นายวิษณุ  ไล่ชะพิษ

ขณะที่นายวิษณุ  ไล่ชะพิษ  ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ กกท.  ระบุว่า การจัดการแข่งขันกีฬา ผู้จัดต้องมีการเตรียมการเรื่องการดูแลกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่ง กกท.จะเน้นการเตรียมการของผู้จัดกีฬาเป็นพิเศษ เช่น การจัดกีฬาเยาวชนจะจัดในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นหน้าร้อน ดังนั้นต้องปรับเวลาให้พร้อมในการแข่งขัน   หรือการวิ่งปัจจุบันประเทศไทยมีการจัดวิ่งปีละ 600-700 ครั้ง  เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย Sport Tourism ซึ่งก็ต้องเตรียมดูแลเรื่องการบาดเจ็บที่ฉุกเฉินด้วย โดยเราจะต้องคำนึงอยู่เสมอว่า ทำอย่างไรจะได้รับความปลอดภัยในการเล่นกีฬาให้มากที่สุด

Latest articles

ซัมเมอร์นี้เก็บกระเป๋าไปฮ่องกงกับ Trip.com จัดดีลคุ้ม 2 ต่อ รับส่วนลดสูงถึง 50%

ซัมเมอร์นี้ Trip.com ชวนนักเดินทางชาวไทยสัมผัสสีสันแห่งฤดูร้อนในฮ่องกง พร้อมอีเวนต์ระดับนานาชาติ กิจกรรมความบันเทิง และสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวตลอดฤดูกาล ภายใต้แคมเปญ “Hong Kong Summer Fun” โดย Trip.com ได้จับมือกับการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board: HKTB) เปิดตัวดีลท่องเที่ยวสุดพิเศษตลอดทั้งแคมเปญ

Deloitte’s 2025 Asia Pacific Tax and Tariff Complexity Survey Pinpoints the Threshold That Triggers C-suite Action

Deloitte’s 2025 Asia Pacific Tax & Tariff Complexity Survey finds that 41% of business leaders would consider significant supply chain realignment even with cost increases below 20%, and another 42% capping their tolerance for tariff-related cost increase at 40% - a threshold far lower than expected.

ดีลอยท์ชี้ต้นทุนพุ่ง 21-40% ดันธุรกิจเกือบครึ่งในเอเชียแปซิฟิก ปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานครั้งใหญ่

ดีลอยท์เปิดเผยผลสำรวจ Deloitte Asia Pacific Tax & Tariff Complexity Survey 2025 พบว่า ร้อยละ 41 ของผู้นำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมพิจารณาปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นไม่ถึงร้อยละ 20 ขณะที่อีกร้อยละ 42 ระบุว่า สามารถรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการภาษีศุลกากรได้ไม่เกินร้อยละ 40 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก

เทรนด์โภชนาการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของคนไทย

อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยกำลังก้าวสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากเทรนด์ที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และมองหาทางเลือกด้านโภชนาการที่ทั้งสะดวกและสอดรับกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เต็ดตรา แพ้ค เผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอาหารเสริมและโภชนาการ (Food Supplement and Nutrition: FSN) พร้อมชี้ให้เห็นถึงโอกาสสำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคผ่านนวัตกรรมเครื่องดื่มพร้อมดื่ม

More like this