โรคไข้หวัดใหญ่ยังน่าห่วง แนะ “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” อย่าซื้อยากินเอง

Published on

กรมควบคุมโรค เผยคนไทยป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ทุกปี ร้อยละ 50 ของผู้เสียชีวิตเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปีขึ้นไป) มักมีโรคเรื้อรังร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์เมื่อเริ่มมีอาการสงสัยของโรคและอย่าซื้อยามาทานเองจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ แนะประชาชนยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” สามารถป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคไข้หวัดใหญ่

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยร้อนสลับฝนตก อาจทำให้ประชาชนบางส่วนเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ที่มีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูฝนนี้  เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน (มิ.ย. เป็นต้นมา) มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละกว่า 10,000 ราย

สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 27 สิงหาคม 2561 พบผู้ป่วยจำนวน 95,239 ราย เสียชีวิตแล้ว 14 ราย ผู้ป่วยและเสียชีวิตจากเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A โดยร้อยละ 50 เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 65 ปี) และผู้เสียชีวิตส่วนมากมีโรคเรื้อรังร่วมด้วย (ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน) เมื่อมีอาการสงสัยว่าป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ คือ ไข้สูงเกิน 2 วัน ปวดเมื่อยร่างกาย ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว สามารถลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

โรคไข้หวัดใหญ่ติดต่อจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง (น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะ)ของผู้ป่วย โดยรับผ่านการไอ จามรดกัน หรือหายใจเอาฝอยละอองเข้าไป อาจรับเชื้อทางการสัมผัสสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น แก้วน้ำ ลูกบิดประตู โทรศัพท์ ผ้าเช็ดมือ เป็นต้น หลังรับเชื้อมักมีอาการทันทีหรือประมาณ 1-2 วัน จะมีอาการไข้สูง ตัวร้อน หนาว ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อมาก (โดยเฉพาะที่หลัง ต้นแขน ต้นขา) อ่อนเพลีย มีน้ำมูกใสๆ

หากมีอาการคล้ายป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ ขอให้หยุดเรียนหรือหยุดงานทันที เพื่อป้องกันการแพร่กระจายสู่ผู้อื่น งดออกกำลังกาย งดดื่มน้ำเย็น ควรรับประทานอาหารอ่อน น้ำเกลือแร่และพักผ่อนมากๆ มีไข้ให้เช็ดตัว หากไข้ไม่ลดให้รับประทานยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล ห้ามใช้ยาแอสไพริน หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ควรรีบพบแพทย์ทันที ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายได้เองภายใน 5-7 วัน

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า ประชาชนทุกคนสามารถป้องกันการป่วยและเสียชีวิตได้ โดยยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ ได้แก่ 1.ปิด คือปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม ต้องใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง หากเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ ควรใส่หน้ากากอนามัย  2.ล้าง คือล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่เมื่อสัมผัสสิ่งของ เช่น กลอนประตู ลูกบิด ราวบันได ราวบนรถโดยสาร 3.เลี่ยง คือหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือในสถานที่แออัด มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก  และ 4.หยุด คือเมื่อป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรม แม้ผู้ป่วยจะมีอาการไม่มากก็ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ผู้ที่เป็นโรคอ้วน เป็นต้น ขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

Latest articles

PwC ชี้ตลาดสุขภาพไทยเข้าสู่กระแสหลัก หลัง 80% ของคนไทยซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

PwC ประเทศไทย เผยตลาดสุขภาพไทยกำลังเปลี่ยนจากตลาดเฉพาะกลุ่มสู่พฤติกรรมการบริโภคกระแสหลัก โดย 80% ของผู้บริโภคไทยเคยซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 35% มากกว่าสองเท่า ขณะที่ 91% ยังกังวลเรื่องการใช้ยาฆ่าแมลงในอาหาร

Trip.Gourmet เผยลิสต์สุดยอดประสบการณ์ไฟน์ไดนิ่งทั่วโลกประจำปี 2570

Trip.Gourmet แพลตฟอร์มคู่มือแนะนำร้านอาหารของ Trip.com Group ฉลองครบรอบ 10 ปี ด้วยการเปิดรายชื่อ “2027 Fine Dining List” หรือสุดยอดร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งประจำปี 2027 งานประกาศผลจัดขึ้นที่สิงคโปร์ร่วมกับ Resorts World Sentosa (RWS) โดยได้รับเกียรติจากพันธมิตรร้านอาหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร

ไนกี้เปิดตัวคอลเลกชัน NikeLab Running ผสานสมรรถนะ งานฝีมือ และสไตล์ไว้ในทุกก้าวของการวิ่ง

NikeLab Running ฉีกกฎข้อจำกัดที่นักวิ่งต้องเลือกระหว่างเสื้อผ้าสำหรับใส่วิ่งเพียงอย่างเดียวกับเสื้อผ้าที่ใส่ในชีวิตประจำวัน ด้วยการพัฒนาคอลเลกชันเสื้อผ้าที่ผสานสมรรถนะในการวิ่งเข้ากับงานออกแบบที่พิถีพิถันและสไตล์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกช่วงเวลาของวันสำหรับนักวิ่งทุกคน

 โอสถสภาต่อยอดรากฐาน 135 ปี สู่ Manufacturing Excellence รองรับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

OSP เปิดฐานการผลิตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องในโอกาสครบรอบ 135 ปี เผย “System Behind the Growth” หรือระบบเบื้องหลังการเติบโตของโอสถสภา ตั้งแต่ศักยภาพการผลิต การบริหารระบบซัพพลายเชน ไปจนถึงการบูรณาการความยั่งยืนสู่ทุกมิติของการดำเนินงาน

More like this